"เจ้าคิดว่าเลือดของคนตระกูลขุนนางจะมีรสชาติแตกต่างจากเลือดของสุนัขข้างถนนหรือไม่?"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรื่นรมย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในวิหารร้าง จมูกของเฟยหลงกระตุกเล็กน้อยเมื่อกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยมาปะทะกับกลิ่นธูปที่มอดดับไปนานแล้ว เขาไม่ได้หันไปมองต้นเสียง แต่อาศัยเงาสะท้อนจากรอยแตกของรูปปั้นพระโพธิสัตว์เบื้องหน้า สังเกตเห็นเงาร่างที่เคลื่อนไหวอยู่บนขื่อคาน
"รสชาติเป็นเรื่องรอง แต่ความเจ็บปวดก่อนสิ้นใจต่างหากที่เป็นเครื่องเทศชั้นเลิศ" เฟยหลงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะขยับนิ้วมือเบาๆ ไอระเหยสีม่วงจางๆ แผ่ออกจากปลายนิ้ว ซึมลึกเข้าสู่พื้นหินที่เขานั่งพิงอยู่
หลี่เหมยที่นั่งอยู่ข้างกายขยับกายเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือเรียวบางของนางกุมดาบสั้นไว้แน่น ความกังวลฉายชัดผ่านดวงตาที่จับจ้องไปรอบทิศทาง นางไม่ได้เป็นห่วงเพียงความปลอดภัยของตนเอง แต่เกรงว่าเพลิงแค้นในใจของเฟยหลงจะแผดเผาจนเขาขาดสติในวินาทีที่สำคัญที่สุด
"เฟยหลง... อย่าลืมคำสัญญา" เสียงกระซิบของนางแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับความมืด "อย่าให้พิษร้ายครอบงำจิตวิญญาณของท่าน"
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ แต่ดวงตาที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงน้ำลึกกลับวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง เมื่อเงาร่างสามสายพุ่งลงมาจากหลังคาด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าฟาด พวกมันคือมือสังหาร 'เงาโลหิต' ของท่านอ๋องจางเหว่ย ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิตและไร้ความปราณี
เพล้ง!
เสียงกระบี่กระทบกันดังกังวานก้องไปทั่ววิหาร เฟยหลงดีดตัวขึ้นราวกับภูตผี เขาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักในทันที แต่กลับสะบัดแขนเสื้อส่งผงพิษ 'จันทราดับสูญ' ออกไปเป็นวงกว้าง ฝุ่นผงละเอียดนั้นดูไร้พิษสงในสายตาคนทั่วไป ทว่าเมื่อมือสังหารคนแรกสูดลมหายใจเข้าไปเพียงเล็กน้อย ผิวหนังของมันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำและทรุดฮวบลงไปดิ้นทุรนทุรายทันที
"พิษนั่น... เจ้ามันคนทรยศต่อยุทธภพ!" เสียงตะโกนดังมาจากเบื้องหลังรูปปั้นใหญ่ ก่อนที่ร่างของหัวหน้าหน่วยสังหารจะก้าวออกมาพร้อมกับอาวุธลับในมือ
"ความยุติธรรมในยุทธภพที่ท่านอ๋องของพวกเจ้าอ้างถึง ก็คือการลอบสังหารผู้บริสุทธิ์เพื่อรักษาอำนาจงั้นหรือ?" เฟยหลงแค่นยิ้ม แววตาคมกริบดุจใบมีดโกน เขาก้าวเท้าเพียงสี่ก้าวก็ถึงตัวศัตรู วิชาตัวเบาที่เขาสั่งสมมาทำให้นิ่งงันจนศัตรูไม่ทันตั้งตัว
การปะทะกันดำเนินไปอย่างดุเดือด เฟยหลงรับมือกับยอดฝีมือสามคนในเวลาเดียวกัน หลี่เหมยเองก็แสดงทักษะการต่อสู้ที่พริ้วไหว นางใช้เข็มเงินอาบยาสลบยิงสกัดจุดตายของศัตรูอย่างแม่นยำ ทั้งสองประสานงานกันราวกับรู้ใจ ทว่าท่านอ๋องจางเหว่ยไม่ได้ส่งมาเพียงเท่านี้
เสียงฝีเท้าหนาหนักดังขึ้นที่หน้าประตูวัดร้าง กองทหารเกราะดำนับสิบนายล้อมรอบพื้นที่โดยรอบ บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ จางเหว่ยเดินก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ มือขวาของเขาวางอยู่บนด้ามดาบทองคำ ดวงตาที่ไร้ความรู้สึกจ้องมองมายังเฟยหลงราวกับมองดูสัตว์ที่ติดกับดัก
"จบสิ้นแล้ว เฟยหลง" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าคิดว่าความแค้นของครอบครัวเพียงไม่กี่ชีวิต จะสั่นคลอนรากฐานที่ข้าสร้างมานับสิบปีได้งั้นหรือ?"
เฟยหลงหยุดมือ กระบี่ในมือสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดข่มไว้ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนเบื้องหน้า "รากฐานของท่านไม่ได้สร้างด้วยคุณธรรม แต่มันสร้างจากกระดูกและเลือดของผู้บริสุทธิ์ วันนี้... ข้าจะทำให้ท่านเห็นว่าเงาที่ท่านสร้างขึ้นมานั้นแหละ ที่จะย้อนกลับมากลืนกินท่านเอง"
ทันใดนั้นเอง ผนังวิหารด้านหนึ่งก็พังทลายลงด้วยแรงกระแทกจากภายนอก ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว บุคคลปริศนาในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวเข้ามา กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นกดทับจนแม้แต่ทหารเกราะดำยังต้องถอยกรูด คนผู้นั้นหยุดยืนอยู่ระหว่างเฟยหลงและจางเหว่ย ก่อนจะค่อยๆ เปิดฮู้ดคลุมศีรษะออก
ใบหน้าที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เฟยหลงถึงกับหน้าถอดสี มือที่ถือกระบี่ร่วงหล่นลงพื้นราวกับไร้เรี่ยวแรง เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเขาที่ทุกคนต่างเชื่อว่าตายไปในเหตุการณ์สังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อน!
"น้องข้า... เจ้าโตขึ้นมาก" เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก
เฟยหลงมองดูคนตรงหน้าด้วยความสับสนและหวาดหวั่น ขณะที่จางเหว่ยกลับแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ สถานการณ์ที่ควรจะเป็นการล้างแค้นกลับกลายเป็นหมากกระดานใหม่ที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้นะครับ โดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 22
พายุเริ่มก่อตัว
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!