“เจ้าจำกลิ่นไหม้ของเนื้อหนังตัวเองตอนที่ข้าเผาจวนสกุลเฟยได้หรือไม่? มันช่างเป็นกลิ่นที่หอมหวาน... หอมหวานพอๆ กับหยาดเลือดที่นองพื้นในคืนนั้นเลยล่ะ”
เสียงแหบพร่าคล้ายกระดาษทรายกรีดลงบนแผ่นเหล็กดังก้องขึ้นในห้องโถงที่มืดมิด เฟยหลงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากน้ำแข็ง มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นิ้วชี้เขี่ยขวดยาพิษ ‘จันทราดับสูญ’ ที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ทว่าหัวใจที่ควรจะเยือกเย็นดั่งหินผากลับสั่นไหวรุนแรงราวกับมีพายุคลั่งอยู่ภายใน
ตรงหน้าเขาคือ ‘ต้วนฟง’ ชายผู้มีรอยแผลเป็นรูปกากบาทพาดผ่านดวงตาซ้าย ดวงตาข้างนั้นขุ่นมัวแต่กลับแฝงไปด้วยประกายแห่งความกระหายเลือดที่ไม่มีวันจางหาย มันคือศัตรูที่เขาหมายหัวมาตลอดสิบห้าปี คนที่ทรยศครอบครัวเขาเพื่อเศษเงินและอำนาจจากท่านอ๋องจางเหว่ย
“กลิ่นนั้นน่ะหรือ...” เฟยหลงเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว “ข้าจำได้แม่นยิ่งกว่ากลิ่นดอกไม้ในสวนเสียอีก แต่สิ่งที่ข้าจำได้ดีกว่า คือเสียงกรีดร้องของมารดาข้า... เสียงที่เจ้าหัวเราะเยาะขณะที่นางสิ้นใจ”
หลี่เหมยที่ยืนอยู่ข้างหลังเฟยหลงสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม เธอขยับเข้าไปใกล้เบาๆ วางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของเขาเพียงชั่วครู่เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น แต่เฟยหลงกลับขยับตัวหลบอย่างเย็นชา ดวงตาของเขายังคงจ้องเขม็งไปยังต้วนฟงไม่กะพริบ
“ความแค้นทำให้เจ้าตาบอด เฟยหลง” ต้วนฟงแสยะยิ้ม ก้าวเท้าเหยียบลงบนเศษไม้ผุพัง “เจ้าคิดหรือว่าการตามล่าข้าจะทำให้ครอบครัวเจ้าฟื้นคืนมาได้? เจ้าก็เป็นได้แค่สุนัขรับใช้ที่รอวันตายไม่ต่างจากพ่อแม่เจ้าหรอก”
“สุนัขรับใช้?” เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะขยับตัวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาปกติ ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิมราวกับไอหมอก ก่อนจะปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าต้วนฟงในพริบตา ปลายกระบี่จ่อที่คอหอยของอีกฝ่าย “สุนัขตัวนี้ไม่ได้มาเพื่อเห่า แต่มาเพื่อตัดลิ้นที่เน่าเฟะของเจ้าทิ้งต่างหาก”
ต้วนฟงไม่ได้สะทกสะท้าน มันเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่ด้วยวิชาตัวเบาที่พริ้วไหวผิดกับรูปร่างกำยำ มันดึงมีดสั้นอาบพิษสีม่วงคล้ำออกมาจากข้อมือ ทั้งคู่เริ่มการประลองที่ดูเหมือนระบำแห่งความตาย ร่างสองร่างสลับเปลี่ยนตำแหน่งไปมา ทิ้งไว้เพียงรอยบาดแผลตามเสาไม้และผนังหิน หลี่เหมยเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยความวิตก เธอรู้ดีว่าหากเฟยหลงปล่อยให้โทสะครอบงำ พิษในกายของเขาจะกำเริบและย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
“เฟยหลง! อย่าให้ความแค้นนำทางเจ้า!” หลี่เหมยตะโกนเตือน ขณะที่เห็นเฟยหลงเริ่มใช้กระบวนท่าที่เสี่ยงเกินไป เขาตัดสินใจทิ้งการป้องกันทั้งหมดเพื่อแลกกับการจู่โจมจุดตายของศัตรู
ต้วนฟงหัวเราะร่าเมื่อเห็นช่องโหว่ “เสร็จข้าละ!” มันแทงมีดสั้นเข้าที่หัวใจของเฟยหลง แต่ในจังหวะสุดท้าย เฟยหลงกลับหยุดการเคลื่อนไหว กระบี่ของเขาเปลี่ยนทิศทางจากการฟันเป็นการใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่ข้อมือของต้วนฟงจนมีดสั้นกระเด็นไปปักอยู่บนคานไม้
“ข้าไม่ได้จะฆ่าเจ้าตอนนี้” เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนน่าขนลุก เขาคว้าคอเสื้อของต้วนฟงแล้วเหวี่ยงมันกระแทกกับกำแพงจนเลือดกบปาก “เจ้าต้องมีชีวิตอยู่เพื่อดูว่า สิ่งที่ท่านอ๋องจางเหว่ยสัญญาไว้กับเจ้านั้น เป็นเพียงเถ้าถ่านที่ไม่มีความหมาย”
ต้วนฟงไอเป็นเลือด แววตาของมันยังคงดื้อรั้น “เจ้าไม่รู้อะไรเลย... อ๋องจางเหว่ยไม่ใช่ผู้บงการเพียงคนเดียว คนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ น่ะ...”
ต้วนฟงยังพูดไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องโถงที่มืดมิด ปรากฏเงาร่างของชายผู้หนึ่งในชุดขุนนางชั้นสูง ใบหน้าซีกหนึ่งถูกบังด้วยหน้ากากเหล็กสีเงินวาววับ เขาก้าวเข้ามาท่ามกลางความเงียบงัน ทุกก้าวย่างของเขาทำให้บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบจนแทบหยุดหายใจ
ชายสวมหน้ากากหยุดลงที่กลางห้อง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองไปที่เฟยหลง ก่อนจะเหลือบไปที่ต้วนฟงที่สะบักสะบอม “เจ้าทำงานพลาด ต้วนฟง... และความผิดพลาดของเจ้า มีค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว”
ชายสวมหน้ากากดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ผนังห้องโถงก็สั่นสะเทือน เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาจากปากของต้วนฟงโดยไม่มีแม้แต่รอยแผลที่ภายนอก เฟยหลงเบิกตากว้างเมื่อเห็นต้วนฟงทรุดลงกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพลงค้างในลักษณะที่ไร้ซึ่งวิญญาณ
“ไม่...” เฟยหลงพึมพำ เขาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะกระชากคอเสื้อชายสวมหน้ากาก แต่ทว่าร่างนั้นกลับสลายกลายเป็นควันดำทันทีที่สัมผัสถูกตัว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานที่คุ้นเคย... กลิ่นกำยานที่เขาเคยได้กลิ่นในคืนที่จวนสกุลเฟยถูกเผา
เสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นข้างหูของเฟยหลงในความเงียบงัน “เจ้านึกว่าเจ้าเป็นคนล่า... แต่จริงๆ แล้ว เจ้าเป็นเพียงเหยื่อที่ข้าเลี้ยงไว้ให้เติบโตเท่านั้น เฟยหลง”
เฟยหลงทรุดเข่าลงกับพื้น มือสั่นระริกขณะกอดศพต้วนฟงที่ยังคงอุ่นอยู่ หลี่เหมยวิ่งเข้ามาประคองเขาไว้ แต่สิ่งที่เฟยหลงเห็นในมือของต้วนฟงที่กำแน่นก่อนตาย คือจดหมายฉบับหนึ่งที่มีตราประทับเลือด... ตราประทับที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของ 'ท่านพ่อ' ผู้ที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบห้าปีก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดนี้ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ... เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 27
รอยแค้นที่ไม่มีวันลืม
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!