นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา•ตอนที่ 2

ศัลยแพทย์ในห้องดับจิต

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความอับชื้นของห้องใต้ดิน รินยืนนิ่งเป็นรูปปั้น สัมผัสพิเศษที่ปลายนิ้วยังคงเต้นตุบๆ จากภาพอดีตที่เพิ่งเลือนหาย แต่สติทั้งหมดกลับถูกดึงให้กลับมาสู่ความเป็นจริงเมื่อบานประตูเหล็กส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง คล้ายโครงกระดูกที่กำลังบิดขี้เกียจ เงาร่างสูงโปร่งทอดทับลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ แสงไฟนีออนกะพริบไหวเหนือศีรษะราวกับจะกลั่นแกล้ง ผู้มาใหม่ก้าวเท้าเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดทับบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ในมือข้างขวาสวมถุงมือยางสีขาวเปรอะเปื้อนคราบสีแดงเข้มสด วัตถุที่เขาถืออยู่ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากมีดผ่าตัดสเตนเลสสตีลขนาดเล็ก ปลายคมกริบสะท้อนแสงไฟวับวาวบาดตา รินถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์แพทย์เก่าคร่ำคร่า ส่งผลให้ขวดแก้วใบเล็กๆ สั่นไหวจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ ทว่าดวงตากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว "ดึกดื่นป่านนี้... นักสะสมความทรงจำตัวน้อยมาทำอะไรลับๆ Lotte ในห้องดับจิตเก่าๆ แห่งนี้ครับ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงความเยียบเย็นและกระแสกดดันบางอย่างที่ทำให้เส้นขนบนต้นคอของรินลุกชัน ผู้ชายคนนี้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายในแบบที่สะกดสายตา แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไร้ซึ่งประกายความอบอุ่น มันว่างเปล่า ราวกับมองไม่เห็นชีวิตของสิ่งใดในโลกใบนี้ "คุณเป็นใคร?" รินเค้นเสียงถาม รักษาระดับความนิ่งของน้ำเสียงไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้หัวใจจะเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "และเอาอะไรเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลของกรมตำรวจ" ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด เขาก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความตายจางๆ ลอยมาแตะจมูก "ตำรวจหรือครับ?" มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "สำหรับผมแล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่มีเจ้าของหรอกครับ... มีเพียงคนที่รู้ความลับ กับคนที่จะกลายเป็นความลับก็เท่านั้น" คีรินหยุดยืนห่างจากรินเพียงแค่เอื้อมมือ แสงไฟสลัวขับเน้นสันจมูกโด่งเป็นคมและแนวคางที่ได้รูป เขาลดสายตาลงมองมือของรินที่ยังคงถือวัตถุพยานชิ้นสำคัญจากเหตุการณ์ฆาตกรรมไว้แน่น ดวงตาคู่นั้นฉายแววพึงพอใจประหลาด ราวกับกำลังมองดูเหยื่ออันโอชะที่เดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจ "ปล่อยมือจากสิ่งนั้นเถอะครับ" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กน้อย "ความทรงจำในอดีตที่ตายไปแล้ว... ต่อให้คุณพยายามขุดคุ้ยมันขึ้นมามากแค่ไหน มันก็มีแต่จะดึงคุณให้จมดิ่งลงไปในความมืดที่ไม่มีวันสิ้นสุด" "คุณรู้ได้ยังไงว่าผมกำลังทำอะไรอยู่?" รินหรี่ตาลง ประเมินความอันตรายของชายตรงหน้า ทว่าลึกๆ กลับมีความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในสมอง ภาพรางเลือนของเด็กชายสองคนในห้องสีขาวเย็นยะเยือกผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว "เพราะเราคล้ายกันมากอย่างไรล่ะครับ..." คีรินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วAนของริน รินผะงกศีรษะจะถอยหนี แต่ทว่ามือข้างที่สวมถุงมือเปื้อนเลือดกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและไม่มีทางให้ดึงหนีได้ "ปล่อยนะ!" รินตวัดสายตาคมกริบมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าผมปล่อย... คุณอาจจะหลุดมือหายไปจากโลกของผมอีกครั้งก็ได้นะครับ" คีรินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคลั่งรักอันบิดเบี้ยวที่ทำเอาเลือดในกายของรินเย็นเฉียบ มีดผ่าตัดในมืออีกข้างถูกยกขึ้นมาจ่อเบาๆ ที่บริเวณชีพจรตรงลำคอของรินอย่างเชื่องช้า "เลือกระหว่างเป็นความทรงจำที่ผมเก็บสะสมไว้... กับการเป็นส่วนหนึ่งของรอยแผลเป็นบนร่างของผม เลือกสิครับ ริน" บรรยากาศในห้องดับจิตหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง เสียงหัวใจของรินเต้นระรัวสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ดวงตาคู่คมของศัลยแพทย์หนุ่มยังคงจ้องมองมาด้วยความหลงใหลที่พร้อมจะกลืนกินเขาทั้งเป็น ทว่า ก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยปากตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางบันไดทางเข้า พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของสารวัตรธนาที่ดังทะลุความเงียบเข้ามา "เฮ้ย! ใครอยู่ตรงนั้น! วางอาวุธแล้วยกมือขึ้นซะ!" แสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาสว่างวาบในห้องใต้ดิน คีรินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงรอยยิ้มเย็นเยียบไว้บนใบหน้า ก่อนจะก้มลงกระซิบประโยคสุดท้ายที่ข้างหูของรินอย่างแผ่วเบา "เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... ที่รัก แล้วเราจะได้พบกันอีก" สิ้นเสียงกระซิบ ร่างสูงก็หมุนตัวหายวับไปในความมืดมิดของทางระบายอากาศด้านหลังห้องดับจิตอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ทิ้งให้รินยืนหายใจหอบถี่อยู่ท่ามกลางคราบเลือดและกลิ่นอายอันตรายที่ยังคงอบอวล และเมื่อรินก้มลงมองมือตัวเองที่ถูกปล่อยเป็นอิสระ เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าวัตถุพยานชิ้นสำคัญที่ถือไว้... กลับถูกสลับด้วย "เข็มฉีดยา" ขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีใสไร้สีเอาไว้ พร้อมกับกระดาษโน้ตใบเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *"ความทรงจำของคุณ... เป็นของผมคนเดียว"* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับปริศนาครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%