เขม่าสีดำยังคงลอยวนอยู่กลางอากาศ ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ของพลาสติกและกระดาษราคาแพงเคลือบสารเคมีพิเศษ ทับถมจนแสบจมูก รินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากองเศษซากที่เมื่อสิบนาทีที่แล้วยังคงเป็นแฟ้มประวัติส่วนบุคคลและกล่องดนตรีไม้สักโบراجช—หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่จะพาเราไปกระชากหน้ากากฆาตกรไร้เงา แต่ตอนนี้มันกลับเหลือเพียงเถ้าถ่านสีเทาที่แม้แต่สัมผัสพิเศษของเขาก็ไม่หลงเหลือภาพอดีตให้แกะรอย
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นอายความเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนกต่อสิ่งใด
"ช้าไปก้าวเดียว... หรือพูดให้ถูกคือ คุณประมาทเกินไป ริน"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนขนลุกชัน รินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาไม่ได้หันไปมองคนพูดทันที ดวงตาคู่คมยังคงจ้องเขม็งไปยังกองเพลิงที่เพิ่งมอดดับ พร้อมกับสมองที่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ไม่มีทางที่ไฟจะไหม้เองได้ ระบบสปริงเกอร์ถูกตัดสัญญาณ และคีย์การ์ดห้องเก็บหลักฐานมีเพียงเขากับคนด้านหลังเท่านั้น
รินหันขวับกลับไปเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างแผ่นกระดาษกั้น แผ่นหลังของรินชนเข้ากับชั้นเหล็กเย็นเฉียบ ขณะที่มือใหญ่ของคีรินยื่นมาทาบกับขอบชั้น ปิดกั้นทางหนีทุกทางด้วยท่าทีคุกคามอย่างจงใจ
"คุณต่างหากที่น่าสงสัยที่สุด คีริน" รินเชิดหน้าขึ้น ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลที่ยากจะคาดเดา "เราเพิ่งตกลงกันว่าจะตรวจสอบกล่องดนตรีนั้นร่วมกัน แต่พริบตาเดียวมันก็กลายเป็นจุล... คุณกลัวอะไร? หรือว่าความจริงในอดีตมันจะเชื่อมโยงมาถึง 'มือคู่นี้' ของคุณกันแน่"
นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการผ่าตัดช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วนเอื้อมขึ้นมาแตะปลายคางของรินแผ่วเบา สัมผัสนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง แต่แววตากลับร้อนแรงดั่งเปลวไฟที่เพิ่งเผาทำลายหลักฐานเมื่อครู่ คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"ถ้าผมกลัว... ผมคงไม่ยืนให้คุณมาจ้องตาเขียวปั๊ดใส่แบบนี้หรอกครับ ริน" คีรินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากริมฝีปากของรินเพียงไม่กี่เซนติเมตร "หลักฐานน่ะมันเผาทำลายทิ้งได้ แต่ความทรงจำที่อยู่ในหัวผม... รวมถึงรอยแผลเป็นที่คุณฝังไว้ในใจผมเมื่อสิบปีก่อน ต่อให้เอาไฟแผดเผาทั้งตึกนี้ ก็ไม่มีวันลบมันออกไปได้หรอกนะ"
หัวใจของรินกระตุกวูบ คำพูดกำกวมและแววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบบิดเบี้ยวทำให้เขาเกือบลืมหายใจ ปมในวัยเด็กที่หายไปแวบเข้ามาในหัว สมองของเขาพยายามเชื่อมโยงกลิ่นกุหลาบจางๆ ที่มักจะลอยมาทุกครั้งที่คีรินอยู่ใกล้ กับกลิ่นของกองเพลิงตรงหน้า กลิ่นที่หายไป... กลิ่นที่ถูกจงใจลบเลือน
ก่อนที่รินจะได้สวนกลับด้วยประโยคเชือดเฉือนใดๆ เสียงปรบมือเบาๆ และฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทนอกห้องเก็บหลักฐาน
ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว รินหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจ ขณะที่คีรินกลับหรี่ตาลงอย่างเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกราวกับหน้ากาก
ร่างสูงโปรดของสารวัตรภาคภูมิยืนพิงกรอบประตู สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับกวาดมองสภาพห้องที่ไหม้เกรียมด้วยความหมายลึกซึ้ง ในมือของนายตำรวจหนุ่มถือวัตถุชิ้นหนึ่งที่เก็บมาจากถังขยะด้านนอก มันคือเศษชิ้นส่วนของกล่องดนตรีไม้สักที่ยังไหม้ไม่หมด พร้อมกับกลีบกุหลาบสีแดงสดที่เปื้อนคราบเขม่าสีดำสนิท
"น่าเสียดายจริงๆ นะครับ..." สารวัตรภาคภูมิยิ้มเย็นเยียบขณะโยนเศษไม้ชิ้นนั้นลงบนพื้นตรงหน้าริน "หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะบอกว่า 'ใคร' คือฆาตกรตัวจริง... หายไปต่อหน้าต่อตาพวกคุณทั้งสองคนเสียแล้วสิครับ"
รินก้มมองกลีบกุหลาบสีดำสนิทบนพื้น ความหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้ว เมื่อตระหนักได้ทันทีว่าเกมไล่ล่านี้ไม่ได้มีแค่เขากับคีรินเท่านั้น และเบาะแสที่ถูกทำลายทิ้ง อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกับดักมรณะที่กำลังปิดตายพวกเขาทั้งคู่เอาไว้ในห้องนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับปริศนาครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา•ตอนที่ 3
กลิ่นกุหลาบที่หายไป
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!