กลิ่นอายจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอنمอโรมาติกวู้ดดี้ลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดของห้องทำงานส่วนตัว คีรินวางปากกาหมึกซึมลงบนแฟ้มประวัติคดีฆาตกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างเชื่องช้า เสียงโลหะกระทบไม้เนื้อแข็งดังขึ้นเบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"คุณเช็คประวัติผมละเอียดเกินไปแล้วนะ หมอคีริน"
รินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน ร่างโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวง ขณะจ้องมองชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวที่นั่งไขว่ห้างส่งยิ้มบางๆ มาให้อย่างใจเย็น
"ผมเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณครับ ริน" คีรินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับพราวระยับราวกับเสือที่กำลังมองเหยื่อในกรง "คดีที่คุณกำลังเอาตัวเข้าไปพัวพัน มันไม่ใช่เรื่องของนักสะสมความทรงจำธรรมดาๆ แต่มีเงาขององค์กรใต้ดินเข้ามาเกี่ยวข้อง... และผมไม่อยากเห็นคุณเจ็บตัว"
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาใส่ใจผมขนาดนี้ล่ะ?" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดที่ต้องตกเป็นฝ่ายถูกคุมเกม "เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน... แต่ทำไมคุณรู้เรื่องในอดีตของผมดีเสียยิ่งกว่าตัวผมเองเสียอีก หรือว่า... คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้ตั้งแต่แรกกันแน่"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้บรรยากาศกลับตึงเครียดเสียจนแทบจะจุดประกายไฟได้ คีรินไม่โกรธเคือง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็วก่อนที่รินจะทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาวางทับลงบนพนักเก้าอี้ของริน กักขังร่างโปร่งให้ติดอยู่กับพนักพิงโดยปริยาย
กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวและไอร้อนจากร่างกายของศัลยแพทย์หนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาใกล้จนน่าอึดอัด รินสะดุ้งเล็กน้อยแต่ฝืนเชิดหน้าสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้ว่าเป็นความกลัวหรือความหวั่นไหว
"ถ้าผมบอกว่า... ทุกอย่างที่ผมทำลงไป ก็เพื่อดึงคุณเข้ามาอยู่ในสายตาตลอดเวลาล่ะครับ"
เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมใบหูของริน ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ รินเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำสารภาพที่ตรงไปตรงมาอย่างไร้ยางอายแบบนั้น
"คุณ..."
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลยครับ ริน" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคู่คมที่มักจะเยือกเย็นบัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความคลั่งไคล้ที่ถูกเก็บกดเอาไว้ "โลกใบนี้มันอันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้คนดื้อรั้นอย่างคุณเดินไปไหนมาไหนคนเดียว... คุณเป็นของผม ริน ตั้งแต่แรกที่คุณก้าวเข้ามาในร้าน antiquities นั่นแล้ว"
คำพูดที่เปรียบเสมือนการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งทำให้รินสมองขาวโพลน ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นพยายามจะผลักอกอีกฝ่ายออก แต่คีรินกลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเขาตรึงไว้เหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย แรงปะทะที่เกิดขึ้นสร้างเคมีอันตรายที่ทั้งผลักไสและดึงดูดเข้าหากันในเวลาเดียวกัน รินหายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสอันตรายที่จู่โจมอย่างไร้ทางหนี
ในเสี้ยววินาทีที่รินกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้นลงทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"คุณคีรินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มีคนพบวัตถุต้องสงสัยถูกส่งมาที่แผนกนิติเวช... และบนนั้นมีชื่อจ่าหน้าถึงคุณรินครับ!"
เสียงร้อนรนของลูกน้องหน้าห้องดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้หนา คีรินชะงักเล็กน้อย เขายอมคลายมือที่พันธนาการรินออกช้าๆ แต่ดวงตายังคงจ้องมองริมฝีปากของร่างโปร่งด้วยความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
รินรีบสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงแดงก่ำด้วยความโกรธปนความกระดากอาย เขากัดฟันกรอดส่งค้อนวงใหญ่ให้คุณหมอจอมเผด็จการ ก่อนจะสาวเท้าเดินไปกระชากประตูห้องเปิดออกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด
ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทางเดินด้านนอก กลับทำให้ลมหายใจของรินต้องสะดุดกึกอีกครั้ง เมื่อพบว่ากล่องพัสดุสีดำสนิทที่วางอยู่บนรถเข็นนั้น... มีสัญลักษณ์รูปดวงตาที่เขาคุ้นเคยจากฝันร้ายในวัยเด็กสลักอยู่เด่นชัด และข้อความลายมือหวัดๆ บนนั้นเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงฉานว่า
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... น้องชายตัวน้อย"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับปริศนาครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา•ตอนที่ 4
รอยแยกในความเชื่อใจ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!