กลิ่นอายของฟอร์มาลีนและกระดาษเก่าคละคลุ้งในห้องเก็บเวชระเบียนใต้ดิน แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สร้างเงาทอดยาวราวกับสัตว์ประหลาดที่กำลังคอยตะครุบเหยื่อ รินยืนนิ่งอยู่หน้าตู้กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพตนเองที่ดูซีดเซียว แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด ไม่ใช่เงาสะท้อนของตัวเอง... หากแต่เป็นเงาร่างของใครอีกคนที่ซ้อนทับอยู่ด้านหลัง
คีริน
ศัลยแพทย์หนุ่มผู้มีรอยยิ้มเยือกเย็นประดับบนใบหน้าเสมอ ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะที่อันตราย ไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุเสื้อคลุมกาวน์สีขาวเข้ามาปะทะแผ่นหลัง รินสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะปฏิกิริยาอันตรายที่ร่างกายมีต่อผู้ชายคนนี้
"คุณกำลังมองหาอะไรในกระจกนั้นหรือครับ... ริน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ คีรินจงใจโน้มตัวลงมาต่ำจนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ
รินเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมกริบหันกลับไปสบตากับคนฉวยโอกาส นึกอยากจะต่อปากต่อคำเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "ผมไม่ได้มองหาอะไรครับคุณคีริน แค่กำลังเช็กดูว่าตัวเองยังยืนอยู่บนโลกมนุษย์ หรือหลงเข้ามาในดินแดนของปีศาจสวมเสื้อกาวน์กันแน่"
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คีรินหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์ มือเรียวยาวดั่งศิลปินเอื้อมไปคว้าข้อมือบางของรinไว้ หลวมๆ แต่เต็มไปด้วยพันธนาการที่ปฏิเสธไม่ได้ "ปีศาจตนไหนจะใจดีคอยปกป้องคุณจากความจริงที่โหดร้ายกันล่ะครับ... จริงไหม"
ทันทีที่ปลายนิ้วของคีรินสัมผัสโดนผิวเนื้อ ภาพนิมิตปริศนาพลันพรั่งพรูเข้ามาในหัวของรินราวกับเขื่อนแตก
ฉากตรงหน้าบิดเบี้ยว... ห้องเก็บศพอันหนาบึ้งถูกแทนที่ด้วยคฤหาสน์เก่าแก่คร่ำครึในคืนฝนตกหนัก ภาพเด็กชายสองคนยืนอยู่หน้ากองเพลิงที่กำลังลุกท่วม เสียงกรีดร้องโหยหวนบาดแก้วหู กลิ่นไหม้ของเนื้อหนังและควันไฟคละคลุ้ง และที่ชัดเจนที่สุด... ร่างของเด็กชายผู้มีดวงตากลมโตกำลังร้องไห้สะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของเด็กชายอีกคนที่โตกว่า เด็กคนนั้นมีรอยยิ้มบิดเบี้ยว เย็นชา ไร้ความรู้สึก... รอยยิ้มเดียวกับคีรินในยามนี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
รินสะดุ้งสุดตัว หายใจหอบถี่ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ภาพในนิมิตเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในสมอง ภาพเด็กคนนั้น... คือตัวเขาเองในอดีตที่ลบเลือนไป และคนที่มีรอยยิ้มนั้นในคืนเพลิงผลาญ... คือคีริน!
"คุณ... เห็นอะไรในหัวของคุณหรือครับ ริน" คีรินเอ่ยถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาคมกราบกวาดมองสำรวจใบหน้าซีดเผือดของคนในอ้อมแขนอย่างจับผิด ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายความคลั่ง and หิวกระหายบางอย่างที่น่ากลัว
รินพยายามดึงสติกลับมา หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมสีเลือดกำลังจะถูกเปิดเผย มือบางพยายามแกะมือของคีรินออก ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้นจนแผ่นอกแนบชิดกัน
"ปล่อยผมนะ... คุณคีริน คุณรู้อะไรเกี่ยวกับอดีตของผมกันแน่" รินเค้นเสียงถาม ลมหายใจร้อนผ่าวรดกันจนแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
คีรินไม่ตอบ ทว่ากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหลงใหลและกระหายใคร่รู้ ราวกับนักล่าที่รอคอยเวลานี้มาเนิ่นนาน "เด็กดี... อย่ารู้เลยดีกว่าครับว่าคุณเคยเป็นอะไรของผมบ้าง... เพราะไม่ว่าอดีตคุณจะเป็นใคร ตอนนี้คุณก็หนีผมไม่พ้นอยู่ดี"
ปัง!
เสียงประตูกระจกด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบหายใจของสารวัตรภาคภูมิที่ก้าวเข้ามาพร้อมปืนในมือ "ริน! ถอยออกมาจากไอ้หมอโรคจิตนั่นซะ!"
คีรินชะงักเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขากระซิบประโยคสุดท้ายข้างใบหูของรินด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังต้องหยุดหายใจ...
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาขัดจังหวะความทรงจำของเราเสียแล้วสิครับ... แต่ความจริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองนะ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนาในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา•ตอนที่ 7
ภาพลวงตาในกระจกเงา
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!