นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา•ตอนที่ 12

รอยจูบที่มาพร้อมคำเตือน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของศัลยแพทย์หนุ่ม ปลายปากกาสีเงินในมือของคีรินหมุนวนไปมาด้วยจังหวะที่สะท้อนถึงความคิดอันซับซ้อนภายในหัว ขณะที่สายตาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดกำลังจดจ้องร่างบางที่ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสืออย่างไม่ยอมแพ้ "คุณกำลังเล่นกับไฟ ริน" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันมาร่วมสิบนาที "ไฟเหรอครับ?" รินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มหยัน "ผมคิดว่าตัวเองกำลังดับไฟด้วยซ้ำ... ไฟที่ถูกจุดขึ้นมาจากความลับดำมืดในอดีตของคุณเองต่างหาก คีริน" คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งสะเทือน ตรงกันข้าม มุมปากของศัลยแพทย์หนุ่มกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม คีรินวางปากกาลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงไปอีกขั้น ร่างสูงสง่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม รินขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือเต็มรัก พื้นที่ว่างระหว่างเขากับชายตรงหน้าถูกร่นระยะจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้ม ยิ่งทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร่งขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ "ดื้อด้าน... และรู้มากเกินไป" คีรินโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตาสนเท่ห์คู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความคลั่งไคล้ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นมานาน "รู้ไหมครับว่าคนประเภทนี้มักจะอายุสั้น" "ถ้าความรู้นมันทำให้ผมได้เห็นธาตุแท้ของคุณชัดเจนขึ้น ผมก็ยอมแลกนะ" รินเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้แผ่นหลังจะแนบติดกับชั้นหนังสือจนไร้ทางหนี ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย มีเพียงความดื้อรั้นที่พร้อมจะท้าทายอำนาจมืดตรงหน้าให้ถึงที่สุด คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน มือเรียวยาวเอื้อมขึ้นประคองกรอบหน้าของรินเอาไว้ด้วยความนุ่มนวล ทว่าปลายนิ้วกลับออกแรงกดเบาๆ จนคนถูกจับล็อกขยับหนีไม่ได้ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านความร้อนรุ่มเข้ามาจนผิวเนื้อแทบไหม้ "คุณคิดว่าผมใจดีกับคุณมากเกินไปสินะครับ ริน" คำพูดกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ก่อนที่ความนุ่มนวลทั้งหมดจะถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การPลุกเร้าหรือขออนุญาต จุมพิตนั้นทั้งหนักหน่วง หิวกระหาย และเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ ราวกับเสือร้ายที่อด 1ากเหยื่อมานานและพร้อมจะขย้ำให้จมเขี้ยว รสชาติของความดุดันผสมผสานกับความหวานล้ำที่อันตราย รินพยายามจะเบือนหน้าหนีและประท้วงด้วยการทุบกำปั้นลงบนลาดไหล่กว้าง แต่แรงแค่นั้นกลับเหมือนการสะกิดให้เสือร้ายตัวนี้ยิ่งกำแหง มืออีกข้างของคีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่ริมฝีปากยังคงบดAขยี้ ดูดซึมลมหายใจของเขาไปจนหมดสิ้น ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ปลุกเร้าความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำให้เข่าแทบทรุด มันไม่ใช่แค่จุมพิตลงโทษ... แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ คีรินผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้รินหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทและความโกรธขึงที่ตีรวนกันอยู่ในอก ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงยิ่งขับเน้นให้ภาพลักษณ์ของรินดูเย้ายวนใจโดยไม่รู้ตัว ศัลยแพทย์หนุ่มโน้มหน้ากระซิบชิดใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยคำเตือนที่กรีดลึกลงไปในโสตประสาท "จำรสชาตินี้ไว้นะครับริน... นี่คือเตือนครั้งที่หนึ่ง ถ้าคุณยังกล้าขุดคุ้ยเรื่องของผมอีก ครั้งต่อไป คุณจะไม่ได้รับแค่จุมพิตแน่ๆ แต่ผมจะกลืนกินคุณเข้าไปทั้งตัวจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกเลยทีเดียว" รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความรู้สึกอันตรายที่ตีรวนอยู่ในช่องท้องต่างหากที่น่ากลัวกว่า เขากำลังตกลงไปในหลุมพรางที่ตัวเองเป็นคนขุดขึ้นมาเองอย่างแท้จริง ทว่า ก่อนที่รินจะได้สวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนใดๆ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันในห้องทำงาน ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ทั้งสองคนชะงัก คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิดที่เวลาส่วนตัวถูกรบกวน ร่างสูงผละออกจากรินช้าๆ แต่ยังคงยืนบังร่างบางเอาไว้เพื่อซ่อนร่องรอยความยุ่งเหยิงบนใบหน้าของอีกฝ่าย "คุณคีรินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังทะลุบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต "หลักฐานชิ้นสำคัญในห้องเก็บของใต้ดิน... หายไปครับ!" รินที่ยืนอยู่ด้านหลังชะงักกุน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินคำว่า 'ห้องเก็บของใต้ดิน' เพราะนั่นคือสถานที่เดียวกับที่ซ่อนความทรงจำวัยเด็กที่เขาตามหามาตลอดชีวิต และก่อนที่คีรินจะทันได้หันกลับมามอง ประตูห้องที่เปิดกว้างก็เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังลูกน้องของเขา—ร่างที่รินจำได้แม่นยำแม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าในความมืดก็ตาม! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนาในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสะสมความทรงจำกับฆาตกรที่ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%