"คุณ... คุณทำอะไรลงไป!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของชายปริศนา—ทายาทเศรษฐีตระกูลใหญ่ผู้เคยเหยียดหยามรินทร์—ดังลั่นห้องรับรองวีไอพีจนแทบจะกลบเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรคลออยู่เบื้องหลัง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ย บัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ มือที่ถือสมาร์ทโฟนราคาแพงสั่นเทาจนแทบจะถือไม่อยู่ เมื่อหน้าจอยังคงแสดงผลตัวอักษรสีแดงฉานตอกย้ำความพินาศสันตะโร *'บัญชีถูกระงับและยึดทรัพย์ทั้งหมด'*
รินทร์ไม่ได้ชายตามองร่างที่กำลังทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยซ้ำ ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปพอดีตัวยกแก้วคริสตัลบรรจุไวน์ชั้นดีขึ้นจิบรสชาติบางiเบา ดวงตาสีเข้มฉายแววนิ่งสงบ ทว่าลุ่มลึกและทรงพลังราวกับราชาผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งโลกไว้ในกำมือ ระบบเปย์คืนทุนทำงานอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทุกๆ เม็ดเงินที่เขาใช้จ่ายออกไป ไม่เพียงแต่ดึงผลกำไรมหาศาลกลับคืนมาเป็นร้อยเท่า แต่ยังกลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่ใช้กวาดล้างศัตรูทางธุรกิจให้หายไปจากแผนที่ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส
นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับพวกที่เคยคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง... รวมถึงการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนอื่น
รินทร์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังกระทบเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองไปยังรอบบริเวณงานเลี้ยงการกุศลระดับโลก ซึ่งขณะนี้ถูกถ่ายทอดสดผ่านสื่อโทรทัศน์และแพลตฟอร์มออนไลน์นับร้อยช่องไปยังสายตาผู้ชมหลายพันล้านคนทั่วโลก ผู้คนนับร้อยในห้องโถงใหญ่ต่างพากันเงียบกริบ สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มผู้กุมอำนาจทางการเงินที่ไร้ขีดจำกัดคนนี้ แม้กระทั่งอดีตภรรยาและครอบครัวตระกูลเก่าของเขาที่เคยหัวเราะเยาะในวันที่เขาล้มละลาย บัดนี้ทำได้เพียงยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายและสำนึกเสียใจในสิ่งที่เคยทำลงไป แต่สายตาคู่นั้นของรินทร์ไม่ได้มอบความเกลียดชังให้เลยแม้แต่น้อย... เพราะพวกมันไม่คู่ควรแม้กระทั่งจะได้รับความเกลียดชังจากเขาด้วยซ้ำ
สายตาของรินทร์แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในเสี้ยววินาที เมื่อเขาหันกลับมามองหญิงสาวคนเดียวที่ยืนเคียงข้างเขามาโดยตลอด
มีนากำลังยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดราตรียาวสีขาวบริสุทธิ์ที่เรียบง่ายแต่สง่างาม ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความตื้นตัน มือเรียวบางทั้งสองข้างประสานกันแน่นบริเวณหน้าอกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในหัวใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่เขาเป็นเพียงพนักงานออฟฟิศตกอับ ถูกไล่ออกจากงานอย่างไร้เยื่อใย และถูกตราหน้าว่าเป็นตัวถ่วง มีนาไม่เคยปล่อยมือจากเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว นางยอมทนลำบาก ยอมเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาประทังชีวิตร่วมกัน และเชื่อมั่นในตัวผู้ชายคนนี้ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์
"มีนาครับ" เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่ก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของคนนับพันดังขึ้น
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างมั่นคง ก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพรมกำมะหยี่สีแดงต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสดที่ซูมเข้ามาใกล้เพื่อบันทึกทุกวินาทีประวัติศาสตร์นี้
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ จากรอบด้าน แต่ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังรบกวนช่วงเวลานี้
รินทร์หยิบกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน เมื่อฝากล่องถูกเปิดออก แสงไฟระยิบระยับก็สาดส่องกระทบกับเพชรเม็ดโตบริสุทธิ์ที่เจียระไนอย่างประณีตบรรจงตรงกลางวงแหวนทองคำขาว มันไม่ใช่แค่แหวนเพชรราคาแพงลิบลิ่วที่สามารถซื้อคฤหาสน์หรูได้ทั้งหลัง แต่เป็นสัญลักษณ์แทนคำสัญญาที่ว่า โลกใบนี้ทั้งใบ... จะถูกนำมาวางแทบเท้าของหญิงสาวผู้เป็นที่รักคนนี้
"ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างผมในวันที่ผมไม่มีอะไรเลย ขอบคุณที่ไม่เคยปล่อยมือจากผู้ชายที่คนอื่นมองว่าเป็นแค่เศษสวะคนนี้" รินทร์เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยจากความรู้สึกที่อัดแน่นข้างใน "ชีวิตที่ผ่านมาของผมมีแต่ความมืดมนและความเจ็บปวด... จนกระทั่งผมมีคุณเข้ามาเป็นแสงสว่างเดียวในชีวิต"
มีนากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยาดน้ำใสไหลอาบแก้มเนียนอย่างเงียบงัน ริมฝีปากสั่นระริกจนไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ ทำได้เพียงพยักหน้ารับช้าๆ ท่ามกลางความตื้นตันใจที่เอ่อล้นทะลัก
"แต่งงานกับผมนะครับ... มีนา ให้ผมได้ดูแลและชดเชยทุกความลำบากที่คุณต้องเจอร่วมกับผม ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง และกระจายผ่านคลื่นสัญญาณดาวเทียมไปสู่ผู้คนนับพันล้านทั่วโลก ทุกสายตาจ้องมองภาพของชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในตอนนี้กำลังคุกเข่าขอหญิงสาวธรรมดาแต่งงานอย่างจริงใจ
มีนาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะยื่นมือขวาที่สั่นเทาออกไปข้างหน้า รอยยิ้มงดงามที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา "ค่ะ... ฉันตกลงค่ะ รินทร์"
เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ผู้คนนับร้อยลุกขึ้นยืนปรบมือแสดงความยินดีด้วยความเคารพและชื่นชม รินทร์บรรจงสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วเรียวบางอย่างทะนุถนอม ก่อนจะลุกขึ้นสวมกอดหญิงสาวผู้เป็นดวงใจท่ามกลางเสียงชัตเตอร์และแฟลชกล้องที่สาดส่องเข้ามาไม่ขาดสาย
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความสุขและความโรแมนติก รอยยิ้มบนใบหน้าของรินทร์ก็พลันเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นในชั่วพริบตา เมื่อหน้าจอสมาร์ทโฟนสำรองในกระเป๋าเสื้อของเขาสั่นขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบเปย์คืนทุนที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะค่ำคืนนี้
*['แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบความเคลื่อนไหวทางบัญชีลับจากบุคคลปริศนาในเครือข่ายตระกูลเก่าของคุณ กำลังพยายามโอนถ่ายทรัพย์สินที่เหลือรอดทั้งหมดออกนอกประเทศเพื่อเตรียมการหลบหนี']*
รินทร์เหลือบสายตาคมกริบไปยังมุมมืดของห้องโถง ที่ซึ่งอดีตภรรยาและครอบครัวของเธอกำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองด้วยความลนลาน สีหน้าของพวกเธอบ่งบอกถึงความหวาดกลัวและสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงมาทับร่าง
รินทร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ
พวกมันยังไม่รู้ตัวเลยสินะ... ว่าต่อให้จะหนีไปสุดขอบโลกด้วยปีกแห่งเงินทอง ก็ไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้
"มีนาครับ รอดูของขวัญชิ้นสุดท้ายของค่ำคืนนี้กันเถอะครับ" รินทร์กระซิบเบาๆ ข้างหูภรรยาหมาดๆ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหน้าจอเพียงครั้งเดียวแล้วกดปุ่มยืนยันคำสั่ง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนการทำธุรกรรมวงเงินระดับร้อยล้านดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งโลก... และวินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังของอดีตภรรยาก็แผดดังลั่นแทรกแซงเสียงดนตรีในงาน เมื่อหน้าจอโทรศัพท์ทุกเครื่องในมือของครอบครัวตระกูลนั้นดับวูบลงพร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นว่า *'ทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัดและเข้าสู่กระบวนการล้มละลายทันที'*
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะสะใจกับบทเรียนราคาแพงในค่ำคืนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 32
ค่ำคืนแห่งการหมั้นหมาย
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!