ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 33

ความรักที่แข็งแกร่งกว่าเงินทอง

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
ความเงียบงันที่น่าอึดอัดแผ่ซùmไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหรา เสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังของอดีตภรรยาและครอบครัวตระกูลวรโชติยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของผู้ร่วมงาน ทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลที่เคยใช้โอို้อวดถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่บาทเดียวในเวลาเพียงเสี้ยววินาที หน้าจอโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องดับวูบลงพร้อมกับประกาศิตจากระบบการเงินระดับโลกที่ไม่มีใครอาจต่อกรได้ รินทร์ยืนมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ใบหน้าของเขาไม่มีรอยยิ้มแห่งความสะใจเย้ยหยัน มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวสำหรับผู้ที่เคยเหยียดหยามเขา อดีตภรรยาที่เคยเชิดหน้าชูตา บัดนี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น คราบน้ำตาและเครื่องสำอางเลอะเปื้อนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก เธอพยายามตะเกียกตะกายคลานเข้ามาหาเขา หมายจะควชายเสื้อสูทราคาแพงที่รินทร์สวมใส่ แต่นิ้วมืออันสั่นเทากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า เพราะการ์ดรักษาความปลอดภัยก้าวเข้ามาขวางกั้นไว้เสียก่อน "รินทร์... คุณรินทร์คะ! ช่วยพวกเราด้วยเถอะนะ คุณก็เคยรักฉันไม่ใช่เหรอ ได้โปรด... เมตตาฉันสักครั้ง!" เสียงแหลมสูงที่เคยใช้ตะคอกใส่เขาในยามที่เขาตกอับ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นไห้คร่ำครวญน่าเวทนา รินทร์ก้มมองลงมาเล็กน้อย สายตาของชายหนุ่มทอดมองไปยังผู้หญิงที่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนแต่กลับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างไร้ความปรานีในวันที่เขาไร้ค่า เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้นเบาๆ "ตอนที่ผมไม่มีอะไร คุณเลือกที่จะทิ้งผมไปอย่างไม่ใยดี... และตอนนี้ โลกใบเดิมที่คุณเคยใช้เหยียบย้ำคนอื่น ก็แค่กำลังทวงคืนความยุติธรรมให้ผมเท่านั้นเองครับ" คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเธอลึกจนเกินกว่าจะเยียวยา รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเเขาอีก เขาสลัดความอัปยศอดสูทั้งหมดทิ้งไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวเดินออกจากห้องโถงท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองตามด้วยความยำเกรงและหวาดกลัว ทว่า เมื่อก้าวพ้นประตูบานใหญ่ที่แยกโลกแห่งความโลภออกสู่สวนหย่อมด้านนอก ความเย็นสบายของสายลมยามค่ำคืนก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ทันใดนั้น ความตึงเครียดทั้งหมดในร่างกายของรินทร์ก็มลายหายไปในพริบตา เมื่อเขาได้สบตากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ มีนากำลังยืนกอดอกพิงเสาไฟสนาม แสงไฟสีส้มอ่อนสาดส่องลงมากระทบเรือนผมและใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มบางๆ แววตาของเธอยังคงอบอุ่นและมั่นคงเช่นเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่วันเดียว ตั้งแต่วันที่รินทร์เป็นเพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่กระเป๋าฉีก จนกระทั่งวันนี้ที่เขากลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของโลก รินทร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความแข็งกร้าวที่ใช้เผชิญหน้ากับศัตรูเมื่อครู่พลันสลายกลายเป็นความอ่อนโยน เขารีบก้าวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวทันที "รอนานไหมครับมีนา" รินทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความรักและความทะนุถนอม มีนาส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเขาชัดเจน เธอยื่นมือเรียวบางออกไปจัดปกเสื้อสูทที่ยับย่นเล็กน้อยให้เข้าที่อย่างเบามือ "ไม่นานเลยค่ะ... แต่ฉันแค่คิดว่า คุณคงใช้เวลาเคลียร์กับ 'คนพวกนั้น' นานกว่านี้เสียอีกนะ" มีนาตอบด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดที่ติดตัวชายหนุ่มมา รินทร์จับมือเรียวที่กำลังจัดเสื้อให้เขาขึ้นมาสัมผัสแนบแก้ม ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของเธอแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ช่วยชำระล้างความโสมมและคราบเขม่าแห่งความแค้นที่เขาเพิ่งเผชิญมาให้หมดสิ้นไป เขาหลับตาลงชั่วครู่เพื่อซึมซับความจริงข้อนี้ ความจริงที่ว่าต่อให้เขามีเงินทองมากมายล้นฟ้า สามารถซื้อได้ทั้งบริษัท เกาะส่วนตัว หรือแม้กระทั่งความล่มจมของศัตรู แต่สิ่งเดียวที่เงินไม่อาจซื้อหามาได้... คือหัวใจที่ซื่อสัตย์และมั่นคงของผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ "ผมจัดการเสร็จหมดแล้วครับ..." รินทร์ลืมตาขึ้นมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ทุกอย่างที่ผมทำลงไป ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นให้ตัวเองหรอกนะมีนา... แต่เพื่อปกป้องอนาคตของเราต่างหาก" มีนากะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้เธอจะรู้ว่ารินทร์รักเธอมากแค่ไหน แต่การได้ยินคำยืนยันในวินาทีที่เขามีอำนาจล้นฟ้าเช่นนี้ มันมีน้ำหนักมากกว่าคำหวานใดๆ ในโลก "ฉันรู้ค่ะรินทร์..." มีนาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ไม่ว่าคุณจะไม่มีอะไรเลย หรือจะมีเงินทองมากมายจนคนทั้งโลกต้องก้มหัวให้... สำหรับฉันแล้ว คุณก็ยังคงเป็นรินทร์คนเดิม คนที่เคยแบ่งขนมปังชิ้นสุดท้ายให้ฉันกินในวันที่เราลำบากด้วยกัน" คำพูดนั้นทำให้รินทร์ถึงกับนิ่งงัน ความรู้สึกตื้นตันใจถาโถมเข้ามาจุกอยู่ที่ลำคอ ชายหนุ่มโน้มตัวลงสวมกอดหญิงสาวแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปกับอากาศธาตุ มีนาซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา วงแขนเรียวโอบกอดรอบเอวสอบไว้แน่น ทั้งสองยืนนิ่งท่ามกลางความเงียบสงบของสวนหย่อม ปล่อยให้ความรักความอบอุ่นโอบล้อมรอบตัว ขจัดความหนาวเหน็บจากโลกภายนอกออกไปจนหมดสิ้น ในช่วงเวลานี้เอง ที่รินทร์ตระหนักได้อย่างแท้จริงว่า ระบบเปย์คืนทุนหรืออำนาจเงินตรามหาศาลที่เขามี เป็นเพียงเครื่องมือในการจัดระเบียบโลกใบนี้ แต่สิ่งที่ค้ำจุนจิตวิญญาณของเขาให้อยู่รอดและมีความหมาย คือหัวใจดวงเล็กๆ ที่เต้นอยู่แนบอกของเขานี่ต่างหาก ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความโรแมนติก เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานนับชั่วโมง กลับดังขึ้นอีกครั้งในโสทประสาทของรินทร์อย่างกะทันหัน เสียงนั้นไม่ได้มาพร้อมกับตัวเลขเงินสดเหมือนเช่นเคย แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สั่นสะท้อนความรู้สึกให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง *[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบหลัก]: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'บุคคลระดับสูง' ผู้ถือครองสิทธิ์การเข้าถึงระบบรุ่นพี่ในเขตพื้นที่ใกล้เคียง เป้าหมายกำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่ท่านยืนอยู่ และระบบตรวจพบรหัสลับที่เชื่อมโยงโดยตรงกับ... อดีตภรรยาของคุณ* รินทร์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขาผละออกจากอ้อมกอดของมีนาช้าๆ หันขวับกลับไปมองยังเส้นทางเดินมืดทึบหลังสวนหย่อม ที่ซึ่งเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวเท้าออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นอย่างเยือกเย็น... "น่าประทับใจจริงๆ ครับท่านประธานรินทร์... แต่คุณคิดจริงๆ เหรอ ว่าเกมนี้มันจบลงแล้ว?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%