"น่าประทับใจจริงๆ ครับท่านประธานรินทร์... แต่คุณคิดจริงๆ เหรอ ว่าเกมนี้มันจบลงแล้ว?"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทิ้งปมไว้จากความมืดเมื่อวินาทีที่แล้ว ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของผม ขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามของระบบเปย์คืนทุนกำลังกะพริบเตือนด้วยแสงสีแดงฉาน บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของกระแสเงินสดระดับมหภาคที่กำลังสั่นคลอนตลาดการเงินทั่วโลกในเวลานี้
ผม—รินทร์ ชายผู้เคยถูกเหยียดหยามว่าเป็นเพียงสุนัขข้างถนนที่อดีตภรรยาและครอบครัวของเธอเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงระยับในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุด นัยน์ตาคมกริบมองภาพสะท้อนของตึกระฟ้าเบื้องล่างที่สว่างไสวด้วยแสงไฟจากเมืองหลวง ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ประดับด้วยความเยือกเย็นของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ตา
"เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะครับ" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะปรายตามองรายงานเอกสารบนโต๊ะ
วันนี้ไม่ใช่แค่การประกาศชัยชนะทางธุรกิจเหนือพวกที่เคยเหยียบย่ำผม แต่มันคือวันที่ผมจะสร้าง 'อนุสรณ์' แห่งการล้างแค้นและการเยียวยาในรูปแบบที่ทรงพลังที่สุด มูลนิธิที่ผมกำลังจะจัดตั้งขึ้นในวันนี้ จะเป็นหลุมฝังศพทางศีลธรรมให้กับพวกตระกูลไฮโซจอมปลอมที่เคยหัวเราะเยาะความยากจนของผมในอดีต
ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างแผ่วเบา มีนา คู่ชีวิตของผมก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ เธอยังคงสวมชุดเดรสเรียบง่ายแต่สง่างาม ใบหน้าหวานละมุนฉายแววความกังวลเล็กน้อย แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีความเด็ดเดี่ยวและพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างผมเสมอ ไม่ว่าพายุลูกใหญ่แค่ไหนจะโหมกระหน่ำเข้ามา
"คุณรินทร์คะ... เอ๊ย ขอโทษค่ะคุณรินทร์... ผมหมายถึง... ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ" มีนาเผลอยิ้มออกมาเมื่อพูดผิดสำนวน เนื่องจากความตื่นเต้นที่เธอกำลังช่วยผมจัดการงานเอกสารชิ้นสำคัญของมูลนิธิ
ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปโอบกอดเอวบางของเธอไว้หลวมๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่สวนทางกับความหนาวเหน็บของโลกธุรกิจภายนอก ผมกดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับมีนา คนพวกนั้นคิดว่าอำนาจเงินซื้อได้ทุกอย่าง... แต่พวกเขา ลืมไปว่า เงินในมือผม ไม่ได้มีไว้แค่ซื้อความสุข แต่มันมีไว้เพื่อ 'พิพากษา' ต่างหาก"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว *[ติ๊ง! ตรวจพบการจัดตั้ง 'มูลนิธิรินทร์เพื่อผู้ตกยาก' ยืนยันการเบิกจ่ายงบประมาณเริ่มต้น 10,000 ล้านบาท ระบบทำการคืนทุน 1,000% เข้าบัญชีหลักเรียบร้อย ยินดีด้วยครับท่านเจ้าสัว!]*
ตัวเลขในบัญชีพุ่งทะยานจนแทบจะมองไม่เห็นหลักหน่วย รอยยิ้มของผมกว้างขึ้นอีกนิด นี่แหละคือความสะใจที่แท้จริงของการมีระบบเปย์คืนทุน ทุกบาททุกสตางค์ที่ผมใช้เพื่อช่วยเหลือคนที่เคยตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับผมในอดีต จะไหลกลับมาเป็นอาวุธทางการเงินที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม เพื่อบดขยี้พวกที่เคยเหยียดหยามให้แหลقคามือ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมระดับ 7 ดาว การแถลงข่าวเปิดตัวมูลนิธิจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แสงแฟลชจากสื่อมวลชนนับร้อยตัวสาดส่องเข้ามาจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน บนเวทีมีป้ายชื่อ "มูลนิธิรินทร์เพื่อผู้ตกยาก"
ที่แถวหน้าสุดของห้องประชุม อดีตภรรยาของผมและครอบครัวของเธอ—คนที่เคยขับไล่ผมออกจากบ้านพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเดียว—กำลังนั่งหน้าซีดเผือดด้วยความตกตะลึง พวกเธอได้รับบัตรเชิญพิเศษในฐานะ 'แขกวีไอพี' ที่ผมส่งคนไปเรียนเชิญด้วยตัวเอง พวกเธอไม่คาดคิดเลยว่าไอ้คนที่เคยเป็นคนงานรับจ้างต๊อกต้อย จะก้าวขึ้นมาเป็นประธานมูลนิธิที่มีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่าบริษัทของพวกเธอรวมกันเสียอีก
ผมก้าวขึ้นสู่โพเดียม ไมโครโฟนสีดำสะท้อนเสียงนุ่มทุบแต่ทรงพลังก้องไปทั่วห้องประชุม สายตากราดมองไปยังผู้คนเบื้องล่าง โดยเฉพาะใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความอับอายและริษยาของอดีตภรรยา
"สวัสดีครับทุกท่าน..." ผมเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่น้ำเสียงนั้นกลับเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงสร้างมูลนิธิแห่งนี้ขึ้นมา คำตอบมันง่ายมากครับ... ผมแค่อยากให้โอกาสคนที่เคยถูกสังคมเหยียบย่ำ เหมือนกับที่ผมเคยโดนในอดีต"
เสียงซุบซิบดังขึ้นอึงอล อดีตภรรยาของผมกัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอพยายามจะลุกขึ้นประท้วง แต่การ์ดชุดสูทสีดำนับสิบคนที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบห้องทำให้เธอนั่งลงตามเดิมด้วยความหวาดกลัว
"และเพื่อเป็นการเริ่มต้นที่ดี..." ผมยกมือขึ้นเล็กน้อย หน้าจอโปรเจคเตอร์ยักษ์ด้านหลังก็ปรากฏภาพเอกสารการเข้าซื้อกิจการบริษัทของครอบครัวอดีตภรรยาแบบ hostile takeover จนเสร็จ 100% ในเวลาเพียงแค่ 3 นาที
"ผมขอประกาศตรงนี้เลยนะครับว่า บริษัทของตระกูล... ที่พวกคุณภาคภูมิใจนักหนา บัดนี้ได้กลายเป็นบริษัทย่อยภายใต้มูลนิธิของผมเรียบร้อยแล้ว และตำแหน่งผู้บริหารทั้งหมด... ถูกปลดพ้นจากหน้าที่ ณ บัดนี้ครับ"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับฟ้าผ่า อดีตภรรยาของผมกรีดร้องออกมาด้วยความสติหลุด เธอพยายามจะวิ่งขึ้นมาบนเวที แต่ถูกการ์ดกันเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที เธอมองหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและความสิ้นหวัง
ผมมองเธอนิ่งๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วพูดผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุด
"จำได้ไหมครับ... วันที่คุณไล่ผมออกนอกบ้าน คุณบอกว่าคนอย่างผมไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปาก... ตอนนี้ผมอ้าปากแล้วครับ... แต่น่าเสียดาย ที่มันเป็นปากที่จะกินพวกคุณให้ไม่เหลือแม้แต่กระดูกต่างหากล่ะครับ"
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องประชุม ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง รินทร์ในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมที่พวกมันเคยรังแกอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือราชาผู้กุมชะตากรรมของพวกมันไว้ทั้งหมดในกำมือ
ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะหันหลังเดินลงจากเวทีเพื่อไปโอบกอดมีนา หน้าจอสมาร์ตโฟนส่วนตัวของผมก็สั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีรหัสพื้นที่ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมของระบบโดยที่ผมไม่ได้สั่งการ:
*[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงโค้ดลับระดับพระเจ้า... บุคคลที่คุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน กำลังยืนอยู่หลังประตูห้องเพนต์เฮาส์ของคุณในตอนนี้]*
หัวใจของผมกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลังเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 34
ราชาแห่งโลกธุรกิจ
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!