"เป็นไปไม่ได้..."
เสียงพึมพำที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากของ ชายวัยกลางคนผู้เคยนั่งอยู่บนจุดสูงสุดของตึกระฟ้าแห่งนี้ เต็มไปด้วยความสั่นเทาและรอยร้าวแห่งความหวาดกลัว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและสายตาดูแคลนผู้คน บัดนี้เบิกกว้างจนแทบถลน จ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่ฉายภาพข้อมูลทางกฎหมายและตัวเลขบัญชีสินทรัพย์นับแสนล้าน
ชื่อที่ปรากฏหราในฐานะ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด' และ 'เจ้าหนี้รายใหญ่' ที่เข้าซื้อกิจการทั้งหมดในเสี้ยววินาที ไม่ใช่ใครอื่น... แต่มันคือชื่อของคนที่เขาเคยเหยียบย่าม ถ่มน้ำลายใส่ และขับไล่ออกไปจากชีวิตอย่างไร้ค่าเมื่อห้าปีก่อน
รินทร์ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้ากระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน ใบหน้าของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยว ทว่าแววตากลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก มีนายืนเคียงข้างด้วยรอยยิ้มบางเบา มือเรียวเล็กของเธอเอื้อมมาจับชายเสื้อสูทราคาแพงของรินทร์ไว้เบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและยืนหยัดเคียงข้างเขาเช่นเดียวกับในวันที่เขามีเพียงแค่ตัวเปล่า
"แปลกใจมากหรือครับ คุณพ่อตา..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ คำเรียกขานนั้นเต็มไปด้วยการเสียดสีที่ทำให้อีกฝ่ายสะท้านเฮือก
"แก... แกทำได้อย่างไร! บริษัทนี้มูลค่าเป็นแสนล้าน! เงินพวกนั้นมาจากไหน!" อดีตพ่อตาแผดเสียงตะโกนลั่นห้องประชุมใหญ่ที่บัดนี้ไร้ซึ่งพนักงานคนอื่นเหลืออยู่ ทุกคนต่างรู้ชะตากรรมและทยอยเก็บของออกไปตั้งแต่ระฆังแห่งความล่มสลายดังขึ้น มีเพียงครอบครัวอดีตภรรยาที่ยังคงดึงดันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
รินทร์ไม่ตอบคำถามโง่ๆ นั้น เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆ หน้าจอระบบ "เปย์คืนทุน" ก็ดีดออร่าสีทองอร่ามขึ้นมาตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย ทุกๆ บาททุกๆ สตางค์ที่เขาใช้จ่ายเพื่อกวาดซื้อหุ้นและทรัพย์สินของตระกูลนี้ ถูกแปลงกลับเป็นกำไรมหาศาลเข้าสู่บัญชีลับ ระบบไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสร้างความร่ำรวย แต่มันคือ "ยมทูต" ที่ตีตราประทับความพินาศให้กับพวกที่เคยมองเห็นเงินทองเป็นพระเจ้า
อดีตภรรยาของรินทร์ ซึ่งเคยมีใบหน้าเชิดหยิ่งและแต่งกายด้วยแบรนด์เนมหัวจรดเท้า บัดนี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ชุดหรูหรากลายเป็นเพียงอาภรณ์ที่น่าสมเพช ดวงตาของเธอแดงก่ำเต็มไปด้วยน้ำตาและความแค้นเคือง เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เธอเคยทิ้งอย่างไม่ใยดีเพราะคิดว่าเขาเป็นแค่ "ไอ้ขี้แพ้ไร้อนาคต"
"รินทร์... รินทร์ค่ะ... คุณช่วยเราหน่อยเถอะนะ" เธอคลานเข้ามาหาพร้อมกับเกาะชายกางเกงของเขา น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความเวทนาที่น่าสมเพช "เราเคยรักกันนะ... คุณลืมวันเก่าๆ ไปแล้วหรือ"
รินทร์ก้มลงมองหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยรักสุดหัวใจ ทว่าหัวใจดวงนั้นได้ตายด้านและถูกฝังกลบไปตั้งแต่วันที่เธอเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยในวันที่เขาล้มละลาย ไม่มีแม้แต่ความโกรธหลงเหลืออยู่ในแววตา มีเพียงความว่างเปล่า
"ความรักหรือครับ?" รินทร์ย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้นมาเบาๆ "คุณเป็นคนสอนผมเองไม่ใช่หรือครับ ว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยเงิน ไม่ใช่ความรัก... และในเมื่อตอนนี้ผมมีเงินทั้งหมดที่คุณอยากได้ ทำไมผมต้องแบ่งเศษเงินให้คนไร้ค่าอย่างคุณด้วยล่ะครับ?"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลฉกรรจ์ อดีตภรรยาปล่อยโฮออกมาอย่างหมดสภาพ เธอกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งเมื่อตระหนักว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยไขว่คว้า ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และความสุขสบาย ได้มลายหายไปในพริบตาเดียวด้วยน้ำมือของคนที่เธอเคยเหยียบยละ
ทว่า ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุม
แปะ... แปะ... แปะ...
รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขารู้อยู่แล้วว่าเบื้องหลังตระกูลนี้ยังมี "ปลาตัวใหญ่" กว่าที่คอยชักใยอยู่เงียบๆ และในที่สุด... มันก็ยอมเผยโฉมออกมา
ร่างสูงโปรดของชายวัยไล่เลี่ยกันก้าวออกมาจากเงาสลัว สวมสูทสั่งตัดเข้ารูป ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนความอำมหิตเอาไว้ ดวงตาคมกริบจ้องมองรินทร์ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังประเมินเหยื่อ
"ไม่เลวเลยนี่ครับ... คุณรินทร์ เจ้าของฉายานักลงทุนปริศนา" ชายปริศนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ผมอุตส่าห์ลงทุนสร้างหมากตระกูลนี้ขึ้นมา เพื่อรอวันที่มันจะเติบโตพอให้ผมเขมือบ... แต่ดูเหมือนว่าคุณจะตัดหน้าผมไปทุกก้าวเลยนะ"
มีนาขยับเข้ามาใกล้รินทร์มากขึ้นโดยสัญชาตญาณ มือของเธอบีบมือรินทร์แน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าสถานการณ์นี้อันตรายกว่าที่คิด
รินทร์หันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย เขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวต่อบารมีของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะในพจนานุกรมของ "ผู้กล้าตกอับ" คนนี้ ไม่มีคำว่า 'แพ้' ให้กับใครหน้าไหนทั้งสิ้น
"คิดว่าตัวเองเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังงั้นหรือครับ..." รินทร์แค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะควักสมาร์ทโฟนสีดำสนิทไร้รอยต่อออกมาจากกระเป๋าเสื้อ หน้าจอเครื่องนั้นสว่างวาบขึ้นพร้อมกับโลโก้ระบบที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว "แต่เสียใจด้วยนะ... บนกระดานนี้ ตั้งแต่แรกแล้ว คุณเป็นได้แค่ 'เบี้ย' ที่เดินตามเกมของผมต่างหาก"
ปลายนิ้วเรียวของรินทร์แตะลงบนหน้าจอเพื่อยืนยันคำสั่งสุดท้าย ทันใดนั้น ไฟทั่วทั้งตึกระฟ้าก็ดับวบลงเหลือเพียงแสงสีฟ้าจากระบบที่สาดส่องใบหน้าของทุกคนให้กลายเป็นสีคราม ประตูลิฟต์ด้านหลังห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการโอนเงินครั้งสุดท้ายที่ดังสะท้อนก้องไปทั่ว
"ติ๊ง! ตรวจพบการทำธุรกรรมวงเงินสูงสุด: หุบกิจการเครือข่ายทั้งหมดของเป้าหมายเสร็จสิ้น"
รินทร์ยกย่องรอยยิ้มเย็นเยียบ ขณะที่ดวงตาของชายปริศนาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกเมื่อหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองสั่นระรัวและขึ้นข้อความสีแดงฉานว่า *'บัญชีถูกระงับและยึดทรัพย์ทั้งหมด'*
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 31
จุดจบของความแค้น
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!