เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะกระจกนิรภัยราคาแพงดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ สะท้อนความหงุดหงิดที่อัดอั้นมานานนับชั่วโมงของผู้บริหารระดับสูง "บริษัทเราถือหุ้นใหญ่ถึงห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ครับคุณรินทร์ ข้อเสนอที่คุณยื่นมาเมื่อครู่ มันออกจะ... เกินกว่าขอบเขตการเจรจาไปสักหน่อยนะผมว่า"
ประธานกรรมการบริหารแห่งกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดซึมตามไรผมของชายวัยกลางคนผู้ผ่านสนามธุรกิจมาโชกโชน เขากำลังเผชิญหน้ากับชายหนุ่มรุ่นลูกผู้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้ม ไร้ซึ่งนาฬิกาแบรนด์หรูประดับข้อมือ ทว่ากลับมีรัศมีแห่งอำนาจที่กดดันให้คนทั้งห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง
รินทร์ยกกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน สายตาคมกริบทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ลงไปเบื้องล่าง ที่ซึ่งรถราวิ่งพลุกพล่านราวกับมดปลวก บนตึกสูงเสียดฟ้านี้ โลกทั้งใบดูเล็กลงถนัดตา และสำหรับเขาในยามนี้ อำนาจในการชี้เป็นชี้ตายกลุ่มทุนแห่งนี้ไม่ได้อยู่ปลายปากกา แต่ซ่อนอยู่ในรหัสผ่านบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องบางที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะ
"เกินขอบเขตเหรอครับ?" รินทร์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายต้องสันหลังวาบ "ผมคิดว่าตัวเลขห้าร้อยล้านที่ผมเสนอไปเมื่อครู่ เป็นราคาที่ 'ปรานี' มากแล้วสำหรับบริษัทที่กำลังจะล้มละลายเพราะหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างพวกท่านนะคับ"
คำพูดนั้นแทงใจดำผู้บริหารทุกคนในห้องจนหน้าเสีย ทว่าไม่มีใครกล้าปริปากเถียงสักคำ เพราะพวกเขารู้ดีว่าข่าวลือเรื่องสภาพคล่องของบริษัทที่รั่วไหลออกไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นความจริง และหากไม่มีเม็ดเงินมหาศาลจากระบบเปย์คืนทุนของรินทร์เข้ามาค้ำจุน พรุ่งนี้เช้าชื่อของบริษัทแห่งนี้คงกลายเป็นเพียงตำนานในหน้าข่าวเศรษฐกิจ
ในมุมห้อง มีนา ยืนสงบนิ่งอยู่ในชุดสูทลำลองเรียบหรู ดวงตากลมโตฉายแววภาคภูมิใจยามมองแผ่นหลังกว้างของชายผู้เป็นทั้งคู่ชีวิตและโลกทั้งใบ เธอจำได้แม่นยำถึงวันที่เขาถูกอดีตภรรยาและครอบครัวฝ่ายนั้นขับไล่ออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย ในฐานะคนไร้ค่าที่แม้แต่เศษเงินติดตัวก็แทบไม่มี วันนั้นรินทร์เคยสัญญาไว้ว่า เขาจะกลับมาเหยียบย่ำความโลภของคนพวกนั้นด้วยความมั่งคั่งที่โลกต้องจารึก และวันนี้ คำสัญญานั้นไม่ได้เป็นเพียงลมปากอีกต่อไป
"ผมให้เวลาพวกคุณตัดสินใจอีกสามนาทีครับ" รินทร์เอ่ยต่อ ปลายนิ้วเรียายาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ "เซ็นสัญญานك แล้วผมจะโอนเงินหมื่นล้านเข้าบัญชีบริษัททันทีเพื่อล้างหนี้ทั้งหมด หรือปล่อยให้พวกคุณเดินออกจากห้องนี้ในฐานะบุคคลล้มละลาย... เลือกเอาครับ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับถูกแช่แข็ง เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแต่กลับสร้างเสียงก้องกังวานในโสตประสาทของบอร์ดบริหารที่กำลังหน้าซีดเผือด การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือความเป็นความตายของตระกูลผู้ดีเก่าที่สั่งสมชื่อเสียงมาหลายชั่วอายุคน
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของรินทร์ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบมันขึ้นมาเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาที ระบบเปย์คืนทุนแจ้งเตือนยอดเงินสดหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอีกสองร้อยล้านบาทจากการลงทุนในตลาดหุ้นเมื่อเช้า รินทร์มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขสำราญ แต่เป็นความเย้ยหยันต่อความไร้เดียงสาของระบบทุนนิยมที่เขากำลังเล่นสนุกอยู่เหนือมัน
"หมดเวลาแล้วครับ" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปิดแฟ้มเอกสารเสียงดังสนั่น "ดูเหมือนว่าเกียรติยศจอมปลอมของพวกคุณจะสำคัญกว่าปากท้องของพนักงานหลายพันคนสินะครับ"
"ทะ... ทางเราตกลงครับ!" ประธานกรรมการละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คว้าปากกาด้วยมือที่สั่นเทา ละล่ำละลักละลานเซ็นชื่อลงในเอกสารสิทธิ์ขาดทันที ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
รินทร์กวาดตามองลายเซ็นนั้นด้วยแววตาเรียเฉย ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงการซื้อผักปลาในตลาดสด ไม่ใช่การครอบครองอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายหมื่นล้านแต่อย่างใด เขาหันไปพยักหน้าให้มีนาเบาๆ ก่อนทั้งคู่จะก้าวเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตานับสิบที่มองตามด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง
ทว่า การเดินทางในวันนี้ยังไม่จบแค่นั้น
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำสีดำสนิทร่อนลงจอดอย่างนุ่มนวลบนลานจอดดาดฟ้าของตึกระฟ้า แรงลมพัดปะทะร่างจนเส้นผมปลิวไสว รินทร์และมีนาก้าวขึ้นสู่ห้องโดยสารภายในที่ตกแต่งด้วยความหรูหราเหนือระดับราวกับห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์เคลื่อนที่ เป้าหมายต่อไปของพวกเขาคือสนามบินส่วนตัว เพื่อขึ้นเครื่องบินเจ็ตส่วนลำใหม่ล่าสุดที่เพิ่งสั่งซื้อไปหมาดๆ สำหรับการเดินทางไปเจรจาธุรกิจระดับโลกที่มหานครนิวยอร์กในค่ำคืนนี้
ขณะที่เครื่องบินเจ็ตลำยักษ์กำลังทยอยเคลื่อนตัวเข้าสู่รันเวย์ที่ว่างเปล่า ท้องฟ้ายามเย็นถูกย้อมด้วยสีส้มอมแดงระเรื่อ โทรศัพท์ในมือของมีนาก็สั่นขึ้นพร้อมข้อความจากเบอร์แปลกปลอมที่เธอไม่ได้เห็นมานานนับปี
มันคือเบอร์ของอดีตแม่ยายผู้เคยสาดคำพูดดูถูกเหยียดหยามใส่รินทร์อย่างไร้ความปรานีในวันที่เขาตกอับ
มีนาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยื่นหน้าจอให้รินทร์ดู รินทร์เหลือบมองชื่อบนหน้าจอเพียงแวบเดียว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย เขากดรับสายแล้วเปิดสปีดสปีกเกอร์ทันที
*(รินทร์! ลูกเขย... เอ๊ย รินทร์ ช่วยแม่ด้วย!) *เสียงปลายสายสะอึกสะอื้นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ *(บริษัทของครอบครัวเรากำลังจะถูกยึด พวกเราไม่เหลืออะไรเลย... แม่รู้ว่าเธอใจดี เธอช่วยพวกเราหน่อยได้ไหม สักร้อยล้านก็ยังดี!)*
รินทร์นั่งเอกเขนกบนโซฟาหนังแท้ภายในห้องโดยสารเครื่องบินส่วนตัว แสงไฟสีนวลสะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็น เขากดเปิดฟังก์ชันแสดงภาพวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์จากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์หรูของอดีตภรรยา ที่ซึ่งตอนนี้มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์กำลังติดป้ายประกาศยึดทรัพย์สินชิ้นสุดท้าย
"ร้อยล้านเหรอครับ?" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "น่าเสียดายจังครับคุณแม่ พอดีว่ารันเวย์ที่ผมกำลังจะบินผ่านตอนนี้ มันกว้างใหญ่เกินกว่าจะเอาเศษเงินร้อยล้านมาเกลือกกลั้วแล้วล่ะครับ"
*(แก... แกหมายความว่ายังไง!)* เสียงอดีตภรรยาแทรกเข้ามาด้วยความกรรโชกและตกใจกลัว *(แกมันก็แค่ไอ้แมงดาตกอับ! แกเอาเงินมาจากไหน!)*
รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทรงพลังและดังก้องผ่านลำโพงเครื่องบินเจ็ตที่กำลังเร่งเครื่องทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดับกลบเสียงกรีดร้องโหยหวนจากปลายสายจนหมดสิ้น
"จำวันที่พวกคุณไล่ผมออกจากบ้านได้ไหมครับ?" รินทร์เอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย "วันนั้นผมเดินออกจากบ้านด้วยกระเป๋าใบเดียว... แต่วันนี้ ผมกำลังจะซื้อสนามบินทั้งแห่งที่พวกคุณเคยเหยียบย่ำ เพื่อใช้เป็นที่จอดรถเล่นแก้เบื่อ"
เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพุ่งทะยานตัดผ่านเมฆสีทองขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน ทิ้งไว้เพียงเงาอันยิ่งใหญ่ที่ทาบทับลงบนโลกใบเก่าที่พวกเธอไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไปแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสะใจมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ ผู้กล้าตกอับสัญญาว่าจะจัดหนักความมันส์ในตอนหน้าอย่างแน่นอนครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 17
เครื่องบินส่วนตัวและรันเวย์ที่ว่างเปล่า
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!