เสียงหัวเราะของ 'สุรชัย' อดีตหัวหน้างานของผมดังลั่นห้องประชุม มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสมเพชและหยามเหยียดราวกับมองเห็นสุนัขข้างถนนที่พยายามกระโดดงับเครื่องบินเจ็ต
"ห้าล้าน? รินทร์... นายเพิ่งถูกเมียทิ้งจนสมองกลับหรือไง ถึงได้เพ้อเจ้อว่ามีเงินซื้อบริษัทนี้? ที่นี่คือ 'เอ็กซ์เทนคอร์ป' บริษัทเทคโนโลยีระดับหมื่นล้าน ไม่ใช่ร้านขายของชำหน้าปากซอยที่นายจะมาเดินวางมาดได้!"
สุรชัยขยับเนคไทราคาแพงที่ผมเคยเป็นคนร่างโปรเจกต์ให้เขาจนได้เลื่อนตำแหน่ง สายตาของเขาและบรรดาบอร์ดบริหารอีกสามคนจ้องมองมาที่ผมด้วยความเวทนา โดยเฉพาะ 'ศรุตา' อดีตภรรยาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ เธอส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นชาและห่างเหินราวกับไม่เคยนอนร่วมเตียงเดียวกันมาก่อน
"รินทร์คะ... เลิกทำตัวเป็นเด็กเรียกร้องความสนใจเถอะค่ะ" ศรุตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "การที่คุณมาที่นี่พร้อมกับผู้หญิงคนใหม่ มันไม่ได้ทำให้ฉันเสียใจหรอกนะ แต่มันทำให้ฉันสมเพช... ยิ่งคุณพยายามทำตัวรวยเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งดูจนตรอกมากขึ้นเท่านั้น"
มีนา ที่ยืนอยู่ข้างผมไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่บีบมือผมเบาๆ สายตาของเธอที่มองมาที่ผมเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและอบอุ่น ผมหันไปส่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะหันกลับมาหาพวกเหลือบไรที่เคยเหยียบย่ำผม
"ถ้าสิ่งที่ผมพูดมันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ... งั้นเรามาพิสูจน์กันด้วยตัวเลขดีไหมครับ?"
ผมหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ขอบเป็นทองคำแท้ วางลงบนโต๊ะกระจกกลางห้องประชุม เสียงกระทบของมันหนักแน่นและทรงพลัง มันไม่ใช่แค่พลาสติก แต่คือตราประทับแห่งอำนาจที่ระบบมอบให้ผม
"ตรวจสอบดูครับ ว่าบัญชีนี้มีตัวเลขกี่หลัก และมันเพียงพอที่จะเปลี่ยนชื่อเจ้าของ 'เอ็กซ์เทนคอร์ป' ในวินาทีนี้เลยไหม"
เลขานุการส่วนตัวของประธานบริษัทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล เขาหยิบเครื่องอ่านบัตรขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเสียบบัตรลงไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม มีเพียงเสียงเครื่องอ่านที่ดัง ติ๊ด—ยาวๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นรัว
หนึ่งวินาที... สองวินาที... สามวินาที...
ใบหน้าของเลขาฯ เปลี่ยนจากความเหยียดหยามเป็นความตื่นตระหนก ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า เขาหันกลับมามองผมเหมือนเห็นสัตว์ประหลาด ไม่ใช่สิ... เหมือนเห็นพระเจ้าผู้ถือครองชะตาชีวิตของเขา
"ท่านประธาน... ยอด... ยอดเงินในบัญชีนี้... มัน... มันคือ 'ไม่จำกัด' ครับ!"
ความเงียบมรณะแผ่ซ่านไปทั่วห้อง สุรชัยที่เคยยืดอกผึ่งผายเริ่มเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ศรุตาหน้าถอดสี ริมฝีปากของเธอสั่นระริก เธอพยายามจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ
"ผมไม่ได้มาซื้อแค่บริษัท" ผมเดินเข้าไปหาหัวโต๊ะ ลากเก้าอี้ของประธานบริษัทออกมาแล้วนั่งลงด้วยท่าทีสงบ "ผมมาเพื่อ 'กำจัด' ขยะที่คอยขวางทางความก้าวหน้าขององค์กรนี้ออกไปต่างหาก"
ผมกดปุ่มบนสมาร์ทโฟนเพียงครั้งเดียว ข้อมูลหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ถูกกว้านซื้อผ่านระบบอัตโนมัติในนามของผมในช่วงเช้าก็ปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องประชุม
[สถานะปัจจุบัน: รินทร์ ถือครองหุ้น 67% ของเอ็กซ์เทนคอร์ป]
"สุรชัย... คุณเพิ่งด่าเจ้าของบริษัทใหม่ไปเมื่อกี้นี้เองนะครับ ว่างๆ ก็ไปเคลียร์โต๊ะทำงานของคุณซะ ส่วนคุณศรุตา..." ผมปรายตามองอดีตภรรยาที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาเหมือนใบไม้โดนพายุ "ตำแหน่งรองประธานที่แลกมาด้วยการทรยศคนอื่น มันคงจะนั่งได้ไม่สบายนักหรอกใช่ไหมครับ?"
บรรยากาศในห้องพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความสะใจแล่นพล่านในใจผม แต่มันไม่ใช่ความสะใจแบบคนโง่เขลา มันคือความรู้สึกของการได้ล้างบางความเน่าเฟะที่เคยเกาะกินชีวิตผม
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะประกาศคำสั่งไล่ออกอย่างเป็นทางการ ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดผางออกโดยไม่ได้เคาะ
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาราคาแพงเดินนำหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำเข้ามา เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'เสี่ยธันวา' เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์และหุ้นส่วนเบื้องหลังของศรุตาที่คอยหนุนหลังเธอมาตลอด
"คิดจะยึดบริษัทนี้งั้นรึ รินทร์? แกคงลืมไปว่าในโลกธุรกิจจริงๆ มันไม่ได้ตัดสินกันแค่ตัวเลขในบัญชี..." เสี่ยธันวากระตุกยิ้ม พร้อมกับวางปืนกระบอกเล็กๆ ลงบนโต๊ะข้างบัตรเครดิตของผม "บางครั้ง อำนาจที่แท้จริงมันไม่ได้มาจากเงิน แต่มันมาจาก 'ความกลัว' ต่างหาก"
ศรุตาที่เหมือนเห็นทางรอดรีบลุกขึ้นเดินไปหาเสี่ยธันวาด้วยท่าทีออดอ้อน "จัดการมันเลยค่ะเสี่ย อย่าปล่อยให้มันได้มีโอกาสได้หายใจอีก!"
ผมแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในขณะที่รอยยิ้มของเสี่ยธันวากำลังจะเปลี่ยนเป็นความสะใจ จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวผมก็ดังขึ้นพร้อมกับความร้อนระอุที่ฝ่ามือ
[ตรวจพบการข่มขู่ระดับอันตราย: ระบบกำลังทำการโอนสิทธิ์ขาดในหุ้นส่วนหลักของ 'ธันวา กรุ๊ป' และทำลายทรัพย์สินทั้งหมดของเป้าหมายให้เป็นศูนย์ใน 10 วินาที]
ผมหยิบปืนนั่นขึ้นมา แล้วโยนมันลงถังขยะข้างๆ อย่างไม่แยแส ก่อนจะจ้องตาเสี่ยธันวาด้วยแววตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง
"เสี่ยครับ... ก่อนจะขู่คนอื่น เช็คราคาสินทรัพย์ของตัวเองในตลาดหุ้นตอนนี้หรือยังครับว่ามันกำลังดิ่งลงเหวไปถึงไหน?"
เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของเสี่ยธันวาดังขึ้นพร้อมกันนับสิบสาย ใบหน้าของเขากลายเป็นสีขาวซีดเหมือนศพ ก่อนที่เขาจะทรุดเข่าลงกับพื้นเมื่อเห็นตัวเลขในหน้าจอที่กลายเป็นศูนย์ในพริบตาเดียว!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางแห่งการเอาคืนครั้งนี้นะครับ ครั้งหน้าเรามาดูกันว่าใครจะเป็นรายต่อไปที่ต้องก้มหัวให้เราครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 9
ยึดบริษัทที่เคยไล่ออก
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!