“เซอร์ไพรส์ สร้อยคอเพชรเส้นนั้น... นายยังเก็บมันไว้อยู่หรือเปล่า ลูกศิษย์รัก?”
เสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสี ดังลอดออกมาจากลำโพงสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในมือของรินทร์ บรรยากาศภายในลิฟต์ส่วนตัวที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นจอดเฮลิคอปเตอร์ พลันลดอุณหภูมิลงจนเยือกเย็นราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายขึ้นตามไรผมของบอดี้สิการ์ดฝีมือเยี่ยมสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ทว่า เจ้าของร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บพิเศษราคาแปดหลักกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบสีดำสนิทของรินทร์หรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อเสียงที่ดังก้องมาจากอดีต... ตรงกันข้าม มันกลับจุดประกายไฟแห่งความสนุกสนานในดวงตาคู่นั้นให้ลุกโชนขึ้นเสียมากกว่า
“อาจารย์เซี่ย... คนที่น่าจะตายห่าไปตั้งแต่เหตุการณ์ถล่มตึกวิจัยที่สวิสเซอร์แลนด์เมื่อห้าปีก่อน ไม่นึกเลยว่ายังลากสังขารเน่าๆ หายใจอยู่บนโลกใบนี้อีกหรือครับเนี่ย?” รินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่กดดันจนบอดี้การ์ดทั้งสองคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นลิฟต์
“ฮ่าๆๆๆ ยังปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะรินทร์!” ปลายสายระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง “แกคิดจริงๆ เหรอวะ ว่าเงินทองและระบบบ้านั่น จะช่วยให้แกหลุดพ้นจากเงื้อมมือของ ‘มหาตระกูล’ ไปได้? แกมันก็แค่ไอ้สุนัขจรจัดที่เก็บตกเศษเนื้อจากโต๊ะเสวยของพวกเราเท่านั้นแหละไอ้ลูกศิษย์เนรคุณ!”
“สุนัขจรจัดงั้นเหรอครับ?” รินทร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะยกปลายนิ้วขึ้นเคาะเบาๆ กับกระจกหน้าจอโทรศัพท์ “ถ้าสุนัขตัวนี้มันสามารถซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลเซี่ยจนพวกคุณกลายเป็นขอทานริมถนนได้ภายในเวลาสามวินาที... พวกคุณคงไม่ใช่แม้แต่เศษฝุ่นใต้รองเท้าของผมด้วยซ้ำนะ”
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณลิฟต์ชั้นใต้ดินดังขึ้น ประตูโลหะสีทองอร่ามเปิดกว้างออกเผยให้เห็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ ลมกรรโชกแรงจากใบพัดที่กำลังหมุนวนตีเข้าใส่ร่างของรินทร์จนชายสูทสะบัดพับ แต่เขากลับก้าวเดินออกไปข้างหน้าด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลังราวกับราชันย์ผู้ครองโลก
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์โบราณใจกลางเกาะส่วนตัวอันเป็นรังลับของ ‘สภาเงา’ มหาตระกูลเก่าแก่ที่กุมเศรษฐกิจโลกไว้มากกว่าครึ่งศตวรรษ บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่กลับตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบใบหน้าเหี่ยวย่นแต่เต็มไปด้วยแววตาอำมหิตของชายชราผู้หนึ่ง—เซี่ยจงหยวน ผู้นำสูงสุดแห่งตระกูลเซี่ย และเป็นอดีตอาจารย์ผู้เคยหักหลังและขโมยผลงานวิจัยชิ้นเอกของรินทร์ไปเมื่ออดีต
“ท่านประธานครับ ระบบป้องกันภัยไซเบอร์ของเราถูกเจาะแล้วครับ!” เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้าทีมไอทีดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างของชายวัยกลางคนพุ่งเข้ามาในห้องโถงด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว “มีคำสั่งซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกพุ่งเป้ามาที่เราอย่างไร้ที่ติ... บัญชีสำรองลับทั้งหมดถูกอายัดโดยไม่ทราบสาเหตุ มูลค่าความเสียหายตอนนี้ทะลุเจ็ดหมื่นล้านดอลลาร์แล้วครับท่าน!”
เซี่ยจงหยวนที่กำลังถือโทรศัพท์มือถือค้างไว้ ถึงกับมือไม้สั่นเทา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อหน้าจอแท็บเล็ตตรงหน้าแสดงกราฟสีแดงฉานที่ดิ่งพสุธาลดลงสู่ศูนย์อย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์
“เป็นไปไม่ได้! มันเป็นใครวะ?! ใครมันกล้าเล่นงานตระกูลเซี่ย!” เซี่ยจงหยวนคำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง พลางโยนโทรศัพท์ทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย
แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์ที่แตกละเอียดบนพื้นกลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับระบบปฏิบัติการเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบและทรงพลังดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่
[ ตรวจพบความพยายามในการต่อต้านจากหนอนแมลงชั้นต่ำ ]
[ ทำการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของเป้าหมาย... เสร็จสิ้น ]
[ ทำการหักล้างและยึดครองสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในทุกกิจการของมหาตระกูลเซี่ย... สำเร็จ 100% ]
[ ยินดีด้วยครับท่านรินทร์ เงินสดแคชแบ็กจำนวน 500,000,000,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชีหลักเรียบร้อยแล้ว ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบเปย์คืนทุนดังขึ้นในห้วงความคิดของรินทร์ ขณะที่เขาก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังแท้ราคาแพงภายในเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว โดยมีมีนาย หญิงสาวคู่ชีวิตผู้ยืนหยัดเคียงข้างเขาในยามยากลำบาก คอยยื่นผ้าเย็นส่งให้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
รินทร์รับผ้าเย็นมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับมีนายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เหนื่อยหน่อยนะครับที่ต้องมาเจอเรื่องน่ารำคาญพวกนี้”
“มีนไม่เคยเหนื่อยเลยค่ะตราบใดที่มีพี่รินทร์อยู่ตรงนี้” มีนายิ้มตอบอย่างหวานซึ้ง ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างเฮลิคอปเตอร์ที่ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามยามค่ำคืน
เบื้องล่างนั้น คฤหาสน์หรูหราอลังการของมหาตระกูลเซี่ยที่เคยยิ่งใหญ่และค้ำฟ้ามานับร้อยปี บัดนี้กำลังถูกปิดตายด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติที่เปลี่ยนมือมาเป็นของรินทร์อย่างสมบูรณ์แบบ แสงไฟในคฤหาสน์ดับวูบลงทีละดวงท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังของเหล่าทายาทตระกูลใหญ่ที่ต้องกลายเป็นขอทานในชั่วข้ามคืน
รินทร์ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างสบายใจ พลางทอดสายตามองไปยังแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง เกมการแก้แค้นที่เขาจัดฉากขึ้นนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น...
แต่ทว่า ในจังหวะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังบินตัดผ่านกลุ่มเมฆหนาทึบเพื่อมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ส่วนตัว หน้าจอเรดาร์สำรองภายในห้องนักบินกลับกะพริบแสงสีแดงวาบขึ้นมา พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่ดังลั่นระรัว!
มีวัตถุปริศนากำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียงจากมุมอับของเรดาร์ และเป้าหมายของมันก็คือ... เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่พวกเขากำลังนั่งอยู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 26
แผนการร้ายมหาตระกูล
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!