"ถ้าไม่มีปัญญาซื้อของแบรนด์เนมให้เมียใหม่ ก็ไสหัวออกไปจากช็อปนี้เถอะครับ อย่ามายืนเกะกะขวางทางเดินคนมีเงินเลย เสียบรรยากาศหมด!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า ท่ามกลางสายตาดูแคลนของพนักงานขายและลูกค้ากลุ่มไฮโซในบูติกแบรนด์หรูระดับโลก รินทร์ยืนนิ่งสงบ มือข้างหนึ่งกุมมือเรียวบางของมีนาเอาไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากความอبออุ่นที่ภรรยาคู่ยากพยายามส่งผ่านมาเพื่อปลอบประโลมเขา
ตรงหน้าของพวกเขาคือ 'กรกฤช' คุณชายไฮโซเก๊ผู้สามีใหม่ของ 'พิมพ์พิสุทธิ์' อดีตภรรยาผู้เคยหยามเหยียดและเซ็นใบหย่าใส่หน้าเขากลางร้านกาแฟเมื่อหลายวันก่อน ในตอนนั้นพิมพ์พิสุทธิ์มองเขาเป็นแค่สวะไร้ค่าที่เกาะเธอกิน แต่ในวันนี้ เวลานี้ โชคชะตาได้พลิกผันด้วยเสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับที่ก้องอยู่ในหัวของรินทร์—ระบบเปย์คืนทุนที่จะคืนเงินให้ร้อยเปอร์เซ็นต์แถมกำไรทบต้นทุกครั้งที่เขาใช้จ่ายเงินออกไป
พิมพ์พิสุทธิ์กอดอกมองรินทร์ด้วยสายตาสมเพชเวทนา เธอจงใจสะบัดกระเป๋าหนังรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นมูลค่าหลายแสนบาทในมือ เพื่ออวดฐานะที่เหนือกว่า
"รินทร์... ฉันเตือนคุณด้วยความหวังดีนะ" พิมพ์พิสุทธิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริต น่ารังเกียจ "การพาผู้หญิงบ้านๆ อย่างยัยมีนามาเดินห้างหรูแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นหรอกนะ มีแต่จะทำให้เธอยิ่งดูน่าสมเพชมากกว่าเดิม เงินในบัญชีของคุณตอนนี้ น่าจะเหลือไม่ถึงหลักพันแล้วมั้ง มากินข้าวต้มมัดข้างทางยังจะดูเข้าท่ากว่าเลย"
มีนากัดริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแววเจ็บ ริมฝีปากสั่นระริกแต่เธอก็ยังก้าวเข้ามาบังข้างหน้ารินทร์เอาไว้ แม้ในใจจะหวาดกลัวต่ออำนาจเงินของคนตรงหน้า แต่เธอก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้ชายที่เธอรักเด็ดขาด
"คุณพิมพ์คะ... กรุณาให้เกียรติพวกเราด้วยค่ะ" มีนาเอ่ยเสียงสั่น
"เกียรติเหรอ? หึ! คนจนๆ แบบพวกเธอไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องเกียรติอะไรทั้งนั้นแหละ!" กรกฤชหัวร่อต่อกระซิกกับพนักงานขายที่รีบเข้ามาประจบประแจง "น้องครับ ช่วยเก็บกระเป๋าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดทุกลายในร้านนี้ใส่ถุงให้ผมหน่อยครับ เดี๋ยวผมจะรูดบัตรซื้อให้ที่คุณพิมพ์อยากได้ทั้งหมดนี่แหละครับ เพื่อเป็นของขวัญครบรอบที่เราคบกัน"
พนักงานขายสาวตาเป็นประกาย รีบโค้งคำนับรับคำด้วยความยินดีทันที หันมามองรินทร์ด้วยหางตาพร้อมเหยียดหยาม "รับทราบค่ะคุณกรกฤช เชิญทางนี้เลยค่ะ สินค้าทั้งหมดในคอลเลกชันนี้ราคาแปดแสนบาทพอดีค่ะ"
บรรยากาศภายในร้านเงียบลง ทุกคนต่างรอชมความอับอายของรินทร์ ชายหนุ่มผู้ไร้ทางสู้ในสายตาของทุกคน
ทว่า... รินทร์กลับไม่แสดงอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉย แววตาคมกริบมองภาพตรงหน้าดั่งมองมดปลวก เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้อดีตภรรยาถึงกับขนลุกซู่โดยไร้สาเหตุ
"แปดแสนบาทเองเหรอครับ..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่กลับดังก้องกังวานไปทั่วทั้งร้าน ทุกสายตาหันมาจ้องมองเขาเป็นตาเดียว รินทร์ค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ดึงบัตรพลาสติกสีดำสนิท ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากชิปสีทองอร่ามและอักษรนูนสะท้อนแสง ออกมาถือไว้ในมือ
บัตร *Black Obsidian Infinite Card* บัตรอภิสิทธิ์ไร้วงเงินที่ระบบมอบให้มา พร้อมยอดเงินสำรองเริ่มต้นที่สิบล้านบาท!
"คุณพูดอะไรนะ?" กรกฤชขมวดคิ้วถามด้วยความไม่พอใจ
รินทร์ไม่สนใจคำถามนั้น เขากวาดสายตามองไปรอบร้าน ก่อนจะหันไปสบตากับผู้จัดการร้านที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ด้วยท่าทีไว้ตัว
"พนักงานของคุณบอกว่า คอลเลกชันนี้ราคาแปดแสนใช่ไหมครับ?" รินทร์เอ่ยถามเสียงเรียบ
"ใช่ค่ะ! แล้วจะมีปัญญาซื้อหรือไง ถ้าไม่มีก็..." พนักงานคนเดิมสวนกลับอย่างเหลืออด
"เงียบปากแล้วฟังให้ดี" รินทร์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจนพนักงานคนนั้นสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "นอกจากคอลเลกชันใหม่ที่คุณกรกฤชเหมาไปแล้ว ผมต้องการซื้อสินค้าทุกชิ้นในร้านนี้... ทุกรุ่น ทุกสี ทุกตู้โชว์ ไม่เว้นแม้แต่ของตกแต่งร้าน"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะลั่นจะระเบิดออกมาจากปากของกรกฤชและพนักงานขาย
"ฮ่าๆๆๆๆ! นี่แกเพ้อเจ้ออะไรวะไอ้รินทร์! สินค้าทั้งร้านมูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาทนะเว้ย! แค่ค่ากางเกงในแกตอนนี้ยังติดหนี้เซבןอยู่เลยมั้ง ยังกล้ามาทำเป็นใหญ่โต!" กรกฤชกุมท้องหัวเราะจนน้ำตาเล็ด พิมพ์พิสุทธิ์เองก็เบ้หน้าด้วยความสมเพช
มีนากดแขนเสื้อรินทร์เบาๆ ด้วยความกังวลใจ เธอกลัวว่าสามีจะเครียดจนสติหลุด
รินทร์หันไปยิ้มบางๆ ให้ภรรรยาอย่างอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ก่อนจะหันกลับไปหากลุ่มคนที่กำลังหัวเยาะเย้ยเขา
"ผู้จัดการครับ..." รินทร์ปรายตามองชายวัยกลางคนสวมสูทเนียบที่ยืนหน้าซีดอยู่ "ร้านคุณรับบัตรใบนี้ไหม?"
รินทร์ยื่นบัตรสีดำยื่นออกไปตรงหน้า ผู้จัดการร้านรับบัตรมาด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่สัมผัสเนื้อผิวของบัตรและพลิกดูแถบแม่เหล็ก ดวงตาของเขาก็เบิกโพงจนแทบถลนออกมาจากเบ้า ลมหายใจสะดุดกักค้าง ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเพราะเขารู้จักบัตรระดับตำนานนี้ดี มันคือบัตรของบุคคลระดับ "ซูเปอร์วีไอพี" ที่มีสิทธิ์สั่งปิดห้างนี้ได้ทั้งวัน!
"คะ... คุณท่าน... บัตรใบนี้..." เสียงของผู้จัดการสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"รูดเลยครับ" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สิบล้านบาท... รวมค่าเสียเวลาที่ผมต้องมาฟังเสียงหมาเหủaแถวนี้ด้วย"
"ดะ... ได้ครับ! สักครู่นะครับท่าน!" ผู้จัดการร้านลนลานวิ่งไปหยิบเครื่องรูดบัตรแทบไม่ทัน ท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงานและลูกค้าคนอื่นๆ ที่อ้าปากค้าง กรกฤชหน้าถอดสีทันที เขาจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรด้วยหัวใจที่เต้นรัว
*ตี๊ด!*
เสียงอนุมัติธุรกรรมดังขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับกระดาษสลิปสีขาวที่ยาวเหยียดไหลออกมาจากเครื่อง ผู้จัดการร้านโค้งคำนับเกือบ 90 องศาด้วยความนอบน้อมสูงสุด เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง
"การทำธุรกรรมสำเร็จ... ยอดเงินหักออกสิบล้านบาทเรียบร้อยแล้วครับท่าน! ยินดีต้อนรับท่านเจ้าของใหม่... เอ๊ย! ยินดีต้อนรับท่านผู้ทรงเกียรติสู่ร้านของเราครับ!"
ภายในร้านเงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้า ทุกสายตาจับจ้องไปที่สลิปในมือของผู้จัดการและบัตรสีดำในมือของรินทร์ด้วยความช็อกตาค้าง พิมพ์พิสุทธิ์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด กรกฤชอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกราวกับคนเป็นใบ้
รินทร์รับบัตรเก็บเข้ากระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนประจันหน้ากับอดีตภรรยาที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขาก้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"จำไว้นะพิมพ์พิสุทธิ์... คนที่เธอทิ้งไปในวันนั้น คือคนที่พวกเธอไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไปแล้วในวันนี้"
พูดจบ รินทร์ก็หันไปสั่งผู้จัดการร้านด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ช่วยเอาของทั้งหมดนี่ โยนทิ้งถังขยะหน้าร้านให้หมดด้วยนะครับ พอดีผมไม่ชอบของโหลๆ ที่เกรดต่ำเกินไป... และอีกอย่าง เชิญแขกไร้มารยาทพวกนี้ออกไปจากร้านของผมได้แล้ว เพราะผมรังเกียจกลิ่นตัวของพวกเขา"
"ค... ครับท่าน! รปภ.! เชิญแขกกลุ่มนี้ออกไปเดี๋ยวนี้!" ผู้จัดการร้านตะโกนลั่น
ขณะที่รินทร์กำลังจะจูงมือมีนาก้าวเดินออกจากร้าน ท่ามกลางเสียงปรบมือและสายตานอบน้อมจากทุกคนในห้าง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกันสามครั้งติด
*[ติ๊ง! ยินดีด้วยครับท่าน! ระบบได้ทำการคืนเงินจำนวนสิบล้านบาท พร้อมกำไรทบต้น 200% เข้าสู่บัญชีส่วนตัวของท่านเรียบร้อยแล้ว ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 32,000,000 บาท]*
รินทร์ยิ้มมุมปาก ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเดินหลักของห้าง พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคน ที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเขาไว้ทุกด้าน—และคนที่เดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ก็คือ "เจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่" ผู้มีอิทธิพลที่สุดในเมืองนี้ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตัวจริงของกรกฤช!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ผู้กล้าตกอับ" เสมอมานะครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 3
รูดบัตรล้านแรก ตบหน้าคนทั้งร้าน
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!