เสียงตบโต๊ะประชุมไม้สักทองดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของกลุ่มบริษัทในเครือตระกูลวรโชติ ใบหน้าของประธานกรรมการชราขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองตัวเลขบนหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ด้วยความไม่เชื่อสายตา
หน้าจอขนาดมหึมากำลังแสดงกราฟดิ่งลงเหวของมูลค่าหุ้นบริษัท ที่พังทลายลงมาเกินกว่าครึ่งภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง ข่าวฉาวเรื่องการทุจริตและการยักยอกเงินของตระกูลวรโชติถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานผ่านทุกสำนักข่าวและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างพร้อมเพรียงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยชักใย
"มันเกิดอะไรขึ้น! ใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ออกไป!" เสียงคำรามของประธานเฒ่าดังขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่มีกรรมการคนกล้าสบตา ทุกคนต่างก้มหน้ามองตัก นั่งตัวลีบราดกับเก้าอี้
ที่มุมหนึ่งของห้องประชุม อดีตภรรยาของรินทร์นั่งตัวสั่นเทา ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความหยิ่งทะนงบัดนี้ซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด โทรศัพท์มือถือในมือของเธอกรีดร้องสั่นเตือนไม่หยุด สายเรียกเข้าจากธนาคารและเจ้าหนี้รายใหญ่ระเบิดเข้ามานับร้อยสาย ความมั่นใจที่ว่าตระกูลวรโชติยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจะแตะต้องได้ พังทลายลงในพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย
"คุณปู่คะ..." เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เรา... เราต้องทำยังไงดีคะหุ้นร่วงไม่หยุดเลย ธนาคารโทรมาทวงเงินก้ำกึ่งสภาพคล่องแล้วค่ะ..."
ประธานเฒ่าหันขวับมามองหลานสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจ "นี่คือผลงานของคนที่แกพาเข้าบ้านมายังไงล่ะ! แกบอกว่ามันเป็นแค่ไอ้กระจอกไม่มีหัวนอนปลายเท้าไม่ใช่รึไง!"
คำพูดนั้นเสียดแทงหัวใจของอดีตภรรยาจนเธอพูดไม่ออก น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลพรั่งพรูออกมา แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของเธออีกต่อไป ทุกคนกำลังรอความตายที่จะมาเยือน
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็เปิดออกอย่างช้าๆ
ร่างสูงโปรดของรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงبนิ่งและมั่นคง สุภาพบุรุษในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปปราศจากความเย่อหยิ่ง แต่กลับแผ่รังสีแห่งอำนาจที่กดดันให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ข้างกายของเขาคือมีนา หญิงสาวผู้ยืนเคียงข้างในวันที่เขาตกต่ำที่สุด เธอยิ้มบางๆ อย่างสง่างาม สายตาที่มองกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้มีความอาฆาตแค้น มีเพียงความว่างเปล่าราวกับมองคนแปลกหน้า
"พวกท่านดูร้อนรนกันจังนะครับ" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับดังก้องชัดเจนในความเงียบงัดของห้องประชุม
"แก! ไอ้รินทร์!" อดีตภรรยาผุดลุกขึ้นชี้หน้าเขาด้วยความตกใจและโกรธแค้น "แกกล้าดียังไงถึงเข้ามาที่นี่! ร-หรือว่า... เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือแก!"
รินทร์ปรายตามองเธอนิ่งๆ ราวกับมองฝุ่นผงบนรองเท้า เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับดึงเก้าอี้ประธานฝั่งตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะวางสมาร์ทโฟนเครื่องหรูลงบนโต๊ะ
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ..." รินทร์ยิ้มมุมปาก "ผมแค่... 'ซื้อ' สิ่งที่พวกท่านคิดว่าไม่มีวันหลุดมือต่างหาก"
สิ้นคำพูดของรินทร์ ประตูห้องประชุมก็เปิดอีกครั้งพร้อมกับทนายความส่วนตัวของกลุ่มทุนระดับโลก เดินถือเอกสารปึกใหญ่เข้ามาวางตรงหน้าประธานเộtพร้อมกับโน้ตบุ๊กที่เปิดหน้าจอแสดงสถานะการถือครองหุ้น
"เรียนท่านประธานและคณะกรรมการทุกท่านครับ" ทนายความกล่าวด้วยน้ำเสียงทางการ "ในนามของตัวแทนผู้ถือหุ้นรายใหม่ ผมขอแจ้งให้ทราบว่า ณ เวลานี้ ทางเราได้ทุ่มงบประมาณกว่า 'หมื่นล้านบาท' ช้อนซื้อหุ้นกู้และหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทวรโชติ กรุ๊ป ไว้ในมือเรียบร้อยแล้วครับ"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับป่าช้า ทุกคนเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ หมื่นล้านบาท? เงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นถูกระดมมาซื้อบริษัทใกล้เจ๊งภายในวันเดียวได้อย่างไร?
ประธานเฒ่าหน้าซีดเผือด ลมหายใจติดขัด มือเหี่ยวย่นสั่นเทาจนเกือบคว้าแก้วน้ำไม่อยู่ "เป็นไปไม่ได้... ใคร... ใครจะบ้าทุ่มเงินหมื่นล้านซื้อซากบริษัทนี้!"
รินทร์ประสานมือไว้บนโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังชายชราผู้เคยเหยียดหยามเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"ก็ผมไงครับ..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เพราะผมอยากซื้อ 'ศักดิ์ศรี' ที่พวกท่านเคยเหยียบย่ำ เพื่อเอามาคืนให้คนที่ผมรัก... และเหยียบมันทิ้งต่อหน้าพวกท่านไงครับ"
อดีตภรรยาเข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้วนองหน้า ความจริงที่ว่าผู้ชายไร้ค่าที่เธอเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าชีวิตที่สามารถกำหนดลมหายใจของตระกูลเธอได้ในพริบตา มันช่างเจ็บปวดและน่าสมเพชจนเธอแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปโอบไหล่มีนาอย่างทะนุถนอม สายตาของเขากวาดมองทุกคนในห้องด้วยความเย็นชาเป็นครั้งสุดท้าย
"การประชุมผู้ถือหุ้นนัดแรกภายใต้การบริหารของผม จะเริ่มขึ้นในอีกสิบนาทีข้างหน้า..." รินทร์หยุดเดินเล็กน้อย หันกลับมามองอดีตภรรยาที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นบนพื้น "หวังว่าคุณจะยังจำวิธี 'ก้มหัว' ที่เคยสอนผมไว้นะครับ"
เขาก้าวเดินออกไปจากห้องประชุมโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้เบื้องหลังคือซากปรักหักพังของตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่ และเสียงแจ้งเตือนยอดเงินในระบบที่เด้งขึ้นรัวๆ เป็นสัญญานว่าเกมนี้... เขาเป็นผู้ชนะอย่าง 100% เต็ม
แต่ทว่า ในวินาทีที่รินทร์ก้าวพ้นประตูตึกและกำลังจะเดินไปขึ้นรถลีมูซีนรอรับ ทนายความส่วนตัวของเขากลับวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของทนายซีดเผือดราวกับเจอผี
"คุณรินทร์ครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ทนายละล่ำละลักพูด "ระบบแจ้งเตือนว่า... มีคำสั่งซื้อลับมูลค่าอีก 'ห้าหมื่นล้าน' พุ่งตรงมาจากบุคคลปริศนา เพื่อกว้านซื้อหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัทแม่ระดับโลก... และชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ที่ถือครองหุ้น 51% ร่วมกับคุณในตอนนี้ คือ..."
รินทร์ชะงักฝีเท้า มีนาขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย
"ใคร?" รินทร์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่แววตาไหววูบเป็นครั้งแรก
ทนายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อนั้นออกมาเบาๆ แต่ชัดเจนแจ่มแจ้งในความเงียบ
"ภรรยาหลวง... ตามกฎหมายที่ยังไม่หย่าร้างอย่างสมบูรณ์ของคุณ... ปรากฏชื่อของเธอครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 28
รินทร์ไม่ยอมสยบ
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!