ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 5

งานเลี้ยงรุ่นที่กลายเป็นสนามรบ

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
“นายท่าน... อภัยให้แพรวด้วยเถอะค่ะ...” เสียงสะอื้นของแพรวที่ดังระงมท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงกว้าง ไม่ได้ทำให้หัวใจของรินทร์ไหวติงแม้แต่น้อย เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดหยามเขาเหมือนสุนัขข้างถนน แววตาของรินทร์เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขามองร่างที่ทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยสายตาของคนที่ยืนอยู่เหนือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร “คำว่าขอโทษ... ใช้ซื้อความเคารพจากผมไม่ได้หรอกครับแพรว” รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ทรงพลังจนคนรอบข้างต้องกลั้นหายใจ “คุณจำได้ไหม ตอนที่ผมไม่มีอะไร คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผมขนาดไหน? ตอนนี้เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือ คุณถึงได้คุกเข่าลงต่อหน้าผม... น่าสมเพชสิ้นดีครับ” รินทร์ไม่รอฟังคำแก้ตัว เขาหันหลังให้ภาพความอัปยศตรงหน้า เดินตรงไปยังทางออกโดยมี ‘มีนา’ หญิงสาวผู้เปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวในวันที่มืดมิด เดินเคียงข้างเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ “รินทร์ครับ... เราไปงานเลี้ยงรุ่นกันเถอะครับ วันนี้พวกนั้นน่าจะรอกันจนเหงือกแห้งแล้วนะ” มีนากระซิบเบาๆ พลางจัดปกเสื้อสูทให้เขาอย่างทะนุถนอม เธอไม่เคยถามถึงที่มาของเงินทองมหาศาลหรือพลังอำนาจที่เขาได้รับมา สิ่งเดียวที่เธอสนใจคือรอยยิ้มของชายที่เธอรัก รินทร์พยักหน้า ก่อนจะกดรีโมทในมือ รถไฮเปอร์คาร์รุ่น Limited Edition สีดำด้านมูลค่ามหาศาลที่แทบจะไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป ส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับพยัคฆ์ร้ายตื่นจากจำศีล รถมูลค่าที่สามารถซื้อบริษัทเก่าที่เขาเคยทำอยู่ได้ทั้งบริษัทจอดรออยู่หน้าโรงแรมหรูหรานั้น ... บรรยากาศในงานเลี้ยงรุ่น ณ โรงแรมระดับห้าดาวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการอวดเบ่งทางสังคม กลุ่มชายหญิงที่แต่งตัวภูมิฐานต่างจับกลุ่มสนทนาเรื่องหุ้น รถหรู และตำแหน่งหน้าที่การงาน โดยเฉพาะ ‘ก้อง’ อดีตเพื่อนร่วมงานที่เคยกลั่นแกล้งรินทร์หนักที่สุด เขากำลังยืนถือแก้วไวน์ราคาแพง พลางหัวเราะร่วนเมื่อถูกถามถึงรินทร์ “ไอ้รินทร์น่ะเหรอ? ป่านนี้คงกำลังเช็ดพื้นอยู่ในร้านสะดวกซื้อที่ไหนสักแห่งแล้วมั้งครับ” ก้องแค่นหัวเราะ “คนอย่างมันก็เป็นได้แค่เบี้ยล่าง ชีวิตนี้ไม่มีทางเงยหน้าอ้าปากแข่งกับพวกเราได้หรอก” ทันใดนั้น เสียงท่อไอเสียที่ดุดันราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังกระหึ่มเข้ามาถึงภายในห้องจัดเลี้ยง ทุกสายตาหันไปมองที่ประตูใหญ่ด้วยความฉงน พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด “มี... มีแขกผู้มีเกียรติระดับมหาเศรษฐีมาถึงครับ! เขาขับ... เขาขับคันที่แพงที่สุดในโลกมา!” ประตูห้องโถงถูกผลักออกอย่างช้าๆ รินทร์ก้าวเข้ามาในชุดสูทสั่งตัดระดับ Hi-End ที่ส่งเสริมให้บุคลิกของเขาดูสุขุมและทรงพลังยิ่งกว่าใครในห้อง โดยมีมีนาเดินเคียงข้างในชุดราตรีที่เรียบหรูแต่แฝงไปด้วยรัศมีของนางพญา ทุกย่างก้าวของเขาสั่นสะเทือนความมั่นใจของคนที่เคยดูถูกเขาจนพังทลาย ก้องที่กำลังหัวเราะค้าง รีบวางแก้วไวน์ลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เดินเข้ามา “ไอ้... ไอ้รินทร์! แก... แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไง! งานนี้เขาให้เฉพาะคนที่มีบัตรเชิญนะเว้ย!” รินทร์หยุดเดิน เขาหันไปมองก้องด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ก้องรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง “บัตรเชิญเหรอครับ?” รินทร์หยิบบัตรสีดำสนิทที่ทำจากโลหะพิเศษขึ้นมาวางบนโต๊ะอาหารที่ใกล้ที่สุด เสียงโลหะกระทบโต๊ะดัง ‘กริ๊ก’ ราวกับเสียงตัดสินโทษประหารชีวิต “ผมไม่ได้มาในฐานะแขกของงานนี้หรอกครับ... ผมมาในฐานะ ‘เจ้าของโรงแรม’ แห่งนี้ต่างหาก” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที ทุกคนอ้าปากค้าง ก้องหน้าถอดสีจนซีดเผือดราวกับคนตาย เขาสั่นเทาไปทั้งตัวเมื่อนึกถึงคำพูดที่เพิ่งพูดพล่ามไปเมื่อครู่ “เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับก้อง... จะให้ผมไปเช็ดพื้นงั้นเหรอ?” รินทร์ก้าวเข้าไปหาก้องทีละก้าว แต่ละก้าวที่เขยิบเข้าไปเปรียบเสมือนแรงกดทับมหาศาล “งั้นวันนี้ ผมจะให้คุณได้ทำหน้าที่แทนผมเอง... เพราะจากนี้ไป คุณคือพนักงานคนแรกที่จะถูกไล่ออกและขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าเครือโรงแรมของผมตลอดชีวิต!” รินทร์หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าไปในระบบบริหารจัดการของโรงแรมเพียงเสี้ยววินาที หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องโถงเปลี่ยนเป็นตัวเลขยอดบัญชีส่วนบุคคลที่ยาวจนแทบจะนับศูนย์ไม่ถ้วน ทุกคนในงานต่างมองตัวเลขนั้นด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและเลื่อมใสในอำนาจเงินที่เหนือจินตนาการ ทันใดนั้น มือถือของทุกคนในห้องก็สั่นพร้อมกัน ข้อความจากสำนักข่าวธุรกิจระดับประเทศเด้งขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย: *“เปิดตัวทายาทปริศนาผู้กว้านซื้อหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรูทั่วประเทศ... รินทร์ อัครเดชาโชติ!”* ก้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคนในงาน แต่ก่อนที่รินทร์จะเดินผ่านไปเพื่อทำลายศักดิ์ศรีของศัตรูให้ถึงที่สุด ประตูห้องโถงก็ถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเงาร่างของหญิงสาวที่คุ้นเคย แพรวเดินเข้ามาในงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและสายตาที่จับจ้องมาที่รินทร์เพียงคนเดียว “รินทร์! ช่วยฉันด้วย... บริษัทของพ่อฉันกำลังจะถูกฟ้องล้มละลายเพราะใครบางคนไล่กว้านซื้อหนี้ทั้งหมด!” แพรวตะโกนลั่นโดยไม่สนสายตาใคร รินทร์หยุดนิ่ง เขาหันกลับมามองอดีตภรรยาด้วยสายตาที่เย็นชาดุจเดิม ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเธอจนคนทั้งงานต้องหยุดฟัง... “หนี้ทั้งหมดที่คุณว่า... ก็คือเงินของผมที่ใช้ซื้ออิสรภาพคืนจากนรกขุมนั้นยังไงล่ะครับ” คำพูดนั้นทำให้แพรวหน้าถอดสีอย่างรุนแรง ทว่าในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากระบบเงินสดในมือถือของรินทร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง... เสียงแจ้งเตือน ‘การเปย์คืนทุน’ ที่จะเปลี่ยนโลกของเขาทั้งใบให้กลายเป็นของเล่นส่วนตัว รินทร์กดรับคำสั่งบางอย่างในระบบ แล้วหันไปยิ้มให้มีนา ก่อนจะหันมามองทุกคนในห้องด้วยสายตาที่เด็ดขาด: “ใครที่อยากอยู่รอดในโลกของผม... จงคุกเข่าลงซะ” สิ้นเสียงของเขา ประตูห้องโถงใหญ่ก็เปิดออกกว้างอีกครั้ง พร้อมกับชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ... เอกสารที่บอกว่า 'งานเลี้ยง' คืนนี้ จบลงแล้วครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%