"แกเตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สินครั้งใหญ่ได้เลย เพราะตอนนี้... ฉันไปฟ้องร้องกับผู้มีอำนาจตัวจริงเรียบร้อยแล้ว!"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของอดีตภรรยา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงเพดานสูงของตึกกระจกใจกลางย่านธุรกิจ รอยยิ้มของเธอบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ สมเพช และมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเกมนี้เธอกุมชัยชนะไว้ทั้งหมดแล้ว โทรศัพท์มือถือในมือของเธอชูค้างไว้ หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าสว่างวาบ แสดงพาดหัวข่าวของสื่อธุรกิจชื่อดังระดับประเทศที่ตีพิมพ์ชื่อของรินทร์ในฐานะ 'อาชญากรทางการเงินผู้ฉ้อโกงหุ้นส่วน'
รอบตัวเธอ หุ้นส่วนหน้าเลือดสามคนที่รินทร์เคยร่วมลงทุนด้วย ต่างพากันยืนกอดอกยิ้มเยาะด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ พวกเขาคิดว่าแผนการฮุบกิจการและโยนความผิดทั้งหมดให้รินทร์รับไปเต็มๆ นั้นไร้รอยต่อ ไม่มีทางที่ไอ้พนักงานจนตรอกคนเดิมจะพลิกเกมกลับมาได้
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้
ทว่า... ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยความสมเพชและรอคอยการล่มสลาย รินทร์กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือแม้แต่กระทั่งโกรธเกรี้ยวอย่างที่พวกมันคาดหวังแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บประณีตยืนนิ่งสงบ เขายกกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองลอดผ่านขอบถ้วยเซรามิกราคาแพงไปยังกลุ่มคนที่กำลังยิ้มระรื่น ก่อนจะวางถ้วยลงบนโต๊ะกระจกเกิดเสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง
"ฟ้องร้องกับผู้มีอำนาจตัวจริงงั้นเหรอครับ..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนรอยยิ้มบนใบหน้าของอดีตภรรยาชะงักค้าง "น่าเสียดายจังนะครับ ที่พวกคุณคงยังไม่รู้... ว่าไอ้คนที่พวกคุณเรียกว่า 'ผู้มีอำนาจตัวจริง' คนนั้นน่ะ เขาเพิ่งขายหุ้นทั้งหมดในมือให้ผมไปเมื่อหนาวที่แล้ว"
"อย่ามาโม้หน่อยเลยไอ้รินทร์!" หนึ่งในหุ้นส่วนหน้าเลือดตบโต๊ะเสียงดังลั่นด้วยความโมโห "แกมันก็แค่ไอ้กระจอกที่เกาะผู้หญิงกิน! หุ้นร้อยละเจ็ดสิบในบริษัทนี้อยู่ในมือของท่านประธานใหญ่ บอร์ดบริหารทุกคนลงมติเขี่ยแกออกแล้ว หลักฐานการโอนเงินโยกย้ายบัญชีมันมัดตัวแกแน่นหนาขนาดนี้ แกติดคุกหัวโตแน่!"
รินทร์ไม่โต้เถียง เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันในความโง่เขลาเบาปัญญาของคนตรงหน้า มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมาแล้วกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง
ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่กลางห้องประชุมก็สว่างวาบขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ภาพเอกสารทางกฎหมาย สัญญาซื้อขายหุ้นฉบับลับ และเส้นทางการเงินที่ถูกซ่อนไว้ถูกฉายหราต่อหน้าทุกคนในห้อง เส้นเงินสีแดงโยงใยจากบัญชีลับของกลุ่มหุ้นส่วนทรยศ ไหลตรงเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของอดีตภรรยาและครอบครัวของเธออย่างชัดเจนทุกบาททุกสตางค์ ไม่เว้นแม้กระทั่งบันทึกเสียงสนทนาขณะที่พวกเขากำลังวางแผนหักหลังรินทร์เมื่อสัปดาห์ก่อน
*“แค่รอให้มันเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์โปรジェクトนี้ให้เรียบร้อย... เราก็เขี่ยมันออกแล้วเอาเงินก้อนนั้นมาแบ่งกันสี่คน สบาย ชิลๆ!”*
เสียงในคลิปเสียงดังฟังชัดก้องกังวานไปทั่วห้อง ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะของอดีตภรรยาและเหล่าหุ้นส่วนแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปกับตา ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"มะ... ไม่จริง! นรกนี่มันอะไรกัน นายเอาคลิปพวกนี้มาจากไหน!" อดีตภรรยาหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว รีบพุ่งเข้าไปควAหาโทรศัพท์ในมือเพื่อจะปิดหน้าจอ แต่สายเกินไปเสียแล้ว
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทุกคนต้องผถอยหลังไปคนละก้าว มีนา คู่ชีวิตที่ยืนเคียงข้างเขามาตลอดในวันที่ยากลำบาก เอื้อมมือมาแตะแขนเขาเบาๆ ด้วยความห่วงใย รินทร์หันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอก่อนจะหันกลับมามองเหยื่อทั้งสี่ด้วยสายตาเย็นชาดั่งน้ำแข็ง
"คุณคิดจริงๆ เหรอครับ ว่าคนอย่างผมจะยอมให้พวกคุณหลอกซ้ำสอง?" รินทร์ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย "ทุกบาททุกสตางค์ที่พวกคุณยักยอกไป ทุกสัญญาปลอมแปลงที่พวกคุณทำขึ้น ระบบของผมบันทึกไว้หมดแล้ว... และที่สำคัญที่สุด"
รินทร์หยุดยืนตรงหน้าอดีตภรรยา ก้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่บาดลึกถึงกระดูกดำ
"บริษัทที่คุณยืนเหยียบอยู่นี้... ตอนนี้เป็นชื่อของผมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องประชุมก็เปิดผางออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเศรษฐกิจในเครื่องแบบเต็มยศสามนาย พร้อมหมายจับสีแดงสดในมือที่ระบุชื่อของอดีตภรรยาและหุ้นส่วนทั้งสามคนข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน
ความโกลาหลเข้าครอบงำทันที เสียงกรีดร้องโวยวายขอความเห็นใจดังระงม หุ้นส่วนหน้าเลือดพยายามวิ่งหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่ล็อกตัวไว้แน่น อดีตภรรยาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลพรากด้วยความสิ้นหวัง เงยหน้ามองอดีสามีที่เธอเคยเหยียบย่ำด้วยสายตาวิงวอนขอความเมตตา
แต่รินทร์แม้แต่ชายตาก็ไม่แล เขายืนมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ความเจ็บปวดในอดีตถูกชำระล้างจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสะใจและความโล่งใจที่ได้ทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของเขา
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนจากระบบในหัวของรินทร์ก็ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า
*[ ตรวจพบการทำลายล้างกลุ่มเป้าหมายสำเร็จ! ระบบทำการคำนวณเงินคืนทุนและกำไรทวีคูณ... ]*
*[ ยอดเงินสดเข้าบัญชี: 500,000,000 บาท ]*
*[ ปลดล็อกสิทธิ์พิเศษระดับสูงสุด: การเข้าถึงเครือข่ายการเงินระดับโลกแบบไร้ขีดจำกัด! ]*
รินทร์นิ่งฟังเสียงระบบในใจ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาดึงบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากโลหะหายากไร้วงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดส่วนตัวที่ยืนรออยู่ด้านนอก
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สองลำบินมาจอดนิ่งสนิทลอยตัวอยู่เหนือลานจอดดาดฟ้านอกกระจก เสียงใบพัดตีลมดังกระหึ่ม
รินทร์หันไปโอบไหล่มีนาเบาๆ พาเธอเดินมุ่งหน้าไปทางลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นสู่ดาดฟ้า ทิ้งให้เสียงโวยวายและเสียงร้องไห้คร่ำครวญของพวกทรยศดังไล่หลังมาอย่างน่าสมเพช
ทว่า... ขณะที่ประตูกำลังจะปิดลง รินทร์เหลือบไปเห็นข้อความแจ้งเตือนแปลกปลอมที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขา เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่ระบุตัวตน แต่มีข้อความสั้นๆ ที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ
*“เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... ผู้เล่นหมายเลขศูนย์”*
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
- ผู้กล้าตกอับ -
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 23
การล่มสลายของหุ้นส่วนทรยศ
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!