เสียงสั่นเครือจากการสะอื้นไห้ของหญิงสาวตรงหน้า ไม่ได้ทำให้รินทร์รู้สึกใจอ่อนลงแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากลับวางแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะที่นิ่งสนิทจนเกิดเสียงกระทบเบาๆ แต่ดังก้องกังวานในความเงียบ
"คุณรินทร์คะ... เอ๊ย ไม่ใช่... รินทร์... คุณช่วยบอกมีนาตามตรงได้ไหมคะว่าทั้งหมดนี่... มันคืออะไรกันแน่?"
มีนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยที่มักจะฉายแววเด็ดเดี่ยวและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันยามอยู่เคียงข้างเขา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและคำถามมากมายที่อัดแน่นจนล้นปรี่ มือเรียวบางทั้งสองข้างกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ ราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวท่ามกลางโลกที่กำลังหมุนคว่ำคะมำหงาย
รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของชายหนุ่มที่เคยผ่านความอัปยศอดสูจากการถูกเหยียบย่ำ บัดนี้มีความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความระแวงและเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่อาจหาได้จากที่ใดอีกแล้วในโลกใบนี้ เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นเล็กน้อย กลิ่นอายความอบอุ่นที่คุ้นเคยโชยแตะจมูก มีนาเผลอสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่ก็ไม่ได้ถอยหนี
"ผมเคยบอกคุณแล้วไงครับมีนา... ว่าผมจะไม่มีวันยอมให้คุณต้องลำบากก้มหน้าให้ใครอีกต่อไป" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง "สิ่งที่คุณเห็นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตึกระฟ้าเบื้องล่าง หุ้นมูลค่าหลายหมื่นล้าน หรือแม้แต่ระบบที่อยู่นהในหัวของผม... มันเป็นของจริง และมันเป็นของคุณด้วยเช่นกัน"
มีนาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองสำรวจใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอรู้จักดีกว่าใคร รินทร์คนเดิมที่เคยนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยกันในห้องเช่าคับแคบ รินทร์คนเดิมที่เคยถูกอดีตภรรยาและครอบครัวฝ่ายนั้นรุมดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นแค่เศษสวะไร้ค่า แต่วันนี้... ผู้ชายคนเดียวกันนี้กลับกุมชะตากรรมของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ไว้ในกำมือ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอสมาร์ทโฟน
ความหวาดกลัวไม่ได้เกิดจากความโลภ แต่มันเกิดจากความไม่คุ้นเคยและความเป็นห่วงอย่างสุดซึ้ง มีนากลัวว่าอำนาจมหาศาลนี้จะกลืนกินตัวตนของรินทร์ กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเหมือนพวกเศรษฐีไร้หัวใจที่พวกเขาเคยพบเจอในอดีต
"มีนากลัว..." เสียงกระซิบแผ่วเบาลอดผ่านริมฝีปากสั่นระริก หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาก่อนจะไหลรินลงมาตามแก้มเนียน "มีนากลัวว่า... วันหนึ่งคุณจะหายไปจากชีวิตของมีนากลัวว่าโลกใบใหม่ที่คุณกำลังสร้าง จะไม่มีพื้นที่สำหรับผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างมีนาอีกต่อไป"
รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นหยดน้ำตาของคนที่คอยเคียงบ่าเคียงไหล่ในวันที่มืดมนที่สุด เขาไม่ได้ใช้คำพูดหวานเลี่ยนเพื่อปลอบประโลม แต่เลือกที่จะยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มของเธออย่างแผ่วเบา เช็ดคราบน้ำตาออกด้วยความทะนุถนอม
"มีนาครับ ฟังผมให้นะครับ" รินทร์สบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่นจนไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ "ต่อให้ผมครอบครองคนทั้งโลก หรือมีเงินทองมากมายจนซื้อประเทศได้ทั้งประเทศ... คนที่นั่งอยู่ในใจของรินทร์คนนี้ ก็จะมีแค่คุณคนเดียวตั้งแต่วันแรก จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต"
หัวใจของมีนากระตุกวูบ ความหวาดกลัวและความระแวงที่สะสมมานานนับสัปดาห์คล้ายถูกชะล้างออกไปด้วยคำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังเหล่านั้น เธอรับรู้ได้ถึงความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากแววตาของเขา รินทร์ในวันนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้ไร้ทางสู้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือราชาผู้ทรงอำนาจที่พร้อมจะมอบบัลลังก์ทั้งใบให้เธอได้เคียงข้าง
เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่ความลังเลทั้งหมดจะมลายหายไป มีนาตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมือหนาของรินทร์ที่แนบอยู่บนแก้มของเธอไว้แน่น รอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและยอมรับปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน
"ถ้าคุณยืนยันแบบนั้น... มีนาก็จะเชื่อคุณค่ะ" มีนาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ "ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคหรือพวกเศษสวะหน้าไหนโผล่มาอีก มีนาจะยืนอยู่ข้างคุณ... ในฐานะคนที่คุณเลือกเองค่ะ"
รินทร์ยิ้มรับด้วยความโล่งอก บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ลึกซึ้ง ทว่า ในวินาทีที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก้าวข้ามผ่านกำแพงความไม่ไว้วางใจไปสู่ระดับใหม่ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานนับสัปดาห์ก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาทของรินทร์ทันที
*(ติ๊ง! ตรวจพบความผูกพันทางจิตวิญญาณระดับสูงสุด บรรลุเงื่อนไขลับ: 'คู่ชีวิตร่วมชะตากรรม')*
*(ระบบทำการปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: 'โอนสิทธิ์การถือครองสินทรัพย์ระดับพระเจ้า' ให้แก่คู่ชีวิตสำเร็จ)*
รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อหน้าต่างโฮโลแกรมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นตรงหน้า ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ตรวจสอบรายละเอียดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ราวกับมีคนจงใจจะพังมันเข้ามา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! รินทร์! แกไอ้คนเนรคุณ กล้าดียังไงถึงส่งคนมาไล่พวกเราออกจากคฤหาสน์!" เสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนตะโกนแผדลั่นผ่านประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบกำแพงโครมคราม
รินทร์หรี่ตาลงทันที รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาดุจพญาอินทรีผู้ล่าที่รอเวลาขยี้เหยื่อให้จมดิน มีนาเองก็ชะงักไปเช่นกันเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ
นั่นคือเสียงของแม่ยายเก่า... หญิงแก่ผู้เคยเหยียดหยามและไล่ตะเพิดพวกเขาออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
รินทร์หันไปมองหน้ามีนาแวบหนึ่งเพื่อส่งสัญญาณความมั่นใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเต็มไปด้วยออร่าอันทรงพลังที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง เขาก้าวเดินไปที่ประตูด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น มือหนาเอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตูและกระชากมันเปิดออกกว้างทันที
ทว่า ภาพเบื้องหลังบานประตูไม่ได้มีเพียงแค่แม่ยายเก่าผู้กำลังหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยวเท่านั้น แต่ยังมีเงาร่างคุ้นตาของใครอีกคนก้าวตามหลังมา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ยังคงหลงเหลือความมั่นใจแบบโง่ๆ เต็มเปี่ยม
"คิดว่าจะหลบหัวซุกหัวซุนอยู่ในตึกหรูนี้แล้วจะรอดเรอะไอ้รินทร์!" อดีตภรรยาของเขาก้าวออกมาจากเงา พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือที่กำลังแสดงหน้าจอข่าวสารด่วนหน้าหนึ่งที่ทำให้รอยยิ้มของเธอฉีกกว้างด้วยความสะใจ "แกเตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาฉ้อโกงทรัพย์สินครั้งใหญ่ได้เลย เพราะตอนนี้... ฉันไปฟ้องร้องกับผู้มีอำนาจตัวจริงเรียบร้อยแล้ว!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความสะใจมาด้วยกันนะครับ ผู้กล้าตกอับสัญญาว่าจะจัดหนักความมันส์ในตอนหน้าอย่างแน่นอนครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 22
จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!