ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 24

ระบบอัพเกรด สถานะพระเจ้า

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
"ทุบลงไปให้หมด! ผมต้องการให้หุ้นของตระกูลวรโชติกลายเป็นเศษกระดาษภายในเวลาสิบนาทีนี้!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นห้องประชุมกระจกใสระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ทว่าบรรยากาศกลับเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจติดขัดของเหล่าโบรกเกอร์มือฉกาจ หน้าจอคอมพิวเตอร์นับร้อยชีวิตกำลังกะพริบแสงสีแดงฉาน กราฟดิ่งเหวราวกับดิ่งพสุธาอย่างไร้แรงต้านทาน รินทร์ยืนกอดอกนิ่งสนิท สายตาคมกริบมองทอดลงไปยังตึกระฟ้าเบื้องล่างที่เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นของเขาในยามนี้ สูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตขับให้รูปร่างสง่างามดูทรงอำนาจยิ่งขึ้น ด้านข้างมี มีนา หญิงสาวคู่ชีวิตที่เคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน กำลังบรรจงรินชาอุ่นๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบด้วยมือที่มั่นคง แม้ภายนอกเธอจะดูสงบ แต่แววตาที่มองแผ่นหลังของสามีเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวด "ดื่มชาก่อนสครับคุณรินทร์ เดี๋ยวอุณหภูมิจะลดลงเสียก่อน" มีนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางๆ บนเรียวปากของเธอบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย รินทร์รับถ้วยชามาจิบช้าๆ พلางเหลือบมองหน้าจอแสดงผลสถานะระบบที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า—หน้าต่างโฮโลแกรมสีทองอร่ามที่ปรากฏเฉพาะสายตาของเขาเท่านั้น [ติ๊ง! ตรวจพบการใช้สิทธิ์พิเศษ: 'สถานะพระเจ้า' ระดับที่ 1] [เงื่อนไขสำเร็จ: ควบคุมสภาพคล่องและทิศทางตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติ 100%] [ยอดเงินลงทุนคืนทุนอัตรา 1,000%: เงินจำนวน 5,000 ล้านบาท ได้ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว] [ระบบปลดล็อคฟังก์ชันถัดไป: อภิสิทธิ์เหนือกฎเกณฑ์การค้าโลก] รินทร์มุมปากกระตุกยิ้มเยือกเย็น ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพสไลด์ย้อนอดีต วันที่เขาถูกอดีตภรรยาและครอบครัวฝ่ายหญิงเหยียดย่ำราวกับสุนัขข้างถนน วันที่ถูกไล่ออกหลังจากทุ่มเทแรงกายแรงใจให้บริษัทจนหยดสุดท้ายเพียงเพราะเขา 'ยากจน' และ 'ไร้อนาคต' *พวกมันคงกำลังนอนหลับฝันหวานบนกองเงินกองทองที่ปล้นชิงมาจากน้ำพักน้ำแรงของคนอื่นสินะ... น่าเสียดายจริงๆ ที่ความฝันนั้นกำลังจะถูกกระชากด้วยความจริงอันโหดร้าย* "คุณรินทร์ครับ ทางฝั่ง 'บริษัทโฮลดิ้งวรโชติ' ส่งตัวแทนโทรเข้ามาสายด่วนแล้วครับ พวกเขาบอกว่า... ต้องการเจรจาทันทีครับ" ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลวิ่งหน้าตื่นเข้ามาายรายงานด้วยใบหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลท่วมกรอบหน้า รินทร์หันกลับมาอย่างช้าๆ ดวงตาสนเท่ห์ฉายแววเย้ยหยัน "เจรจา? หุ้นร่วงลงไปแปิดฟลอร์ติดต่อกันสามวันติดแบบนี้ ยังจะมีหน้ามาขอเจรจาอีกหรือครับ? บอกพวกเขาไปว่า ผมไม่ว่าง... กำลังดื่มชาอยู่" "ครับ! ผมจะแจ้งตามนั้นครับ!" ผู้จัดการกองทุนโค้งตัวคำนับแทบไม่ทัน ก่อนจะรีบถอยหลังออกจากห้องไปอย่างลนลาน มีดาวางถ้วยแบล็กทีลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัวรินทร์ มือเรียวเล็กเอื้อมไปจัดปกสูทให้สามีอย่างเบามือ "คุณไม่คิดว่ามันใจร้ายไปหน่อยหรือคะสำหรับพวกเขา?" รินทร์ก้มลงมองภรรยา สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันทีเมื่อเป็นเธอ มือใหญ่วางทับลงบนหลังมือเรียวนุ่ม "ใจร้ายหรือครับมีนา? ตอนที่ผมกราบกรานขอร้องพวกเขาเพื่อรักษาค่ารักษาพยาบาลแม่... พวกเขาหัวเราะเยาะผมและโยนเงินใสหน้าเหมือนทานเศษอาหารให้ทาน คนพวกนั้นไม่สมควรได้รับความเมตตาแม้แต่น้อยครับ" หญิงสาวพยักหน้ารับเบาๆ เธอกุมมือเขาแน่นขึ้น "ฉันไม่ได้หมายความว่าสงสารพวกเขาหรอกค่ะ ฉันแค่กลัวว่าความโสมมของคนพวกนั้นจะทำให้มือของคุณเปื้อนเสียเปล่าๆ" "มือคู่นี้เปื้อนโคลนมามากพอแล้วครับมีนา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มันจะใช้สำหรับสร้างบัลลังก์ให้คุณนั่งต่างหาก" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดเดี่ยว ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนจากระบบก็ดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศอันอบอุ่น [แจ้งเตือนจากระบบ: ตระกูลวรโชติกำลังทำการเทขายทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดเพื่อพยุงหุ้น แต่สายเกินไป—ราคาหุ้นมูลค่าหลักหมื่นล้านกำลังจะถูกลบหายไปจากกระดานในอีก 180 วินาที] รินทร์หันกลับไปมองหน้าจอหลักอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ทว่ามั่นคง ในขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมใหญ่ของตระกูลวรโชติ พงศ์เทพ อดีตพ่อตาผู้เคยผยองและดูถูกรินทร์สารพัด กำลังยืนทุบโต๊ะตะโกนใส่หน้าเลขาด้วยความคลุ้มคลั่ง ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยเหงื่อไคลและอาการตื่นตระหนกสุดขีด "มันเกิดอะไรขึ้นวะ! ทำไมหุ้นของบริษัทเราถึงดิ่งเหวแบบนี้ ใครมันอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!" พงศ์เทพคำรามลั่น ขาเริ่มสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่เมื่อเห็นตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินของตระกูลลดฮวบลงวินาทีละหลายร้อยล้านบาท "ท่านประธานครับ... ไม่ทันแล้วครับ! ผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่นเทขายทิ้งทั้งหมด แถมยังมีคำสั่งซื้อปริศนากว้านซื้อหุ้นที่เหลือในราคาติดดิน... ตอนนี้ เราเหลือศูนย์แล้วครับ!" พงศ์เทพทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นห้องประชุม โลกทั้งใบพังทลายลงในพริบตา ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังสูงสุดแผ่ซ่านไปทั่วร่างของอดีตพ่อตาผู้เย่อหยิ่ง ประตูห้องประชุมหรูหราของตระกูลวรโชติก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงที่คุ้นตาเป็นอย่างดี รินทร์เดินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับยมทูตที่มารับวิญญาณ ด้านหลังของเขาคือบอดี้การ์ดในชุดสูทดำสนิทหกนายที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ "สวัสดีครับคุณพ่อตา... ไม่สิ ต้องเรียกว่าอดีตพ่อตาสินะครับ พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาดูว่า... บ้านหลังนี้ที่ผมเคยถูกไล่ออกไป สภาพตอนนี้ยังน่าอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า" พงศ์เทพเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเบิกกว้าง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่าใครคือ 'มหาเศรษฐีปริศนา' ที่กระชากลากคอตระกูลวรโชติลงสู่ขุมนรก "แก... แกมัน...!" พงศ์เทพชี้หน้าพูดไม่ออก รินทร์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับชายแก่ที่กำลังหมอบราบคาบศอก ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้ขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ เสียงสัญญานรูดบัตรอนุมัติวงเงินไม่จำกัดดังขึ้นก้องในหัวของเขา [ติ๊ง! ธุรกรรมการซื้อกิจการ 'กลุ่มบริษัทวรโชติ' สำร็จสมบูรณ์ 100%] "ยินดีต้อนรับสู่ความเป็นจริงครับ... คุณพงศ์เทพ" รินทร์กระซิบเสียงต่ำด้วยรอยยิ้ม "เพราะตอนนี้ ทุกตารางนิ้วที่คุณกำลังยืนอยู่ รวมถึงลมหายใจของพวกคุณ... เป็นของผมทั้งหมดแล้วครับ" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%