เสียงหวีดแหลมของกระสุนเจาะเกราะที่แหวกอากาศผ่านหูไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทำให้กระจกเทมเปอร์หนาเตอะของโรงแรมหรูแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วใสดั่งละอองฝนโปรยปรายลงมากระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดังระงม
รินทร์ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินสลัก แม้ในเสี้ยววินาทีมรณะที่เงาดำบนชั้นดาดฟ้าพยายามจะปลิดชีพเขา ความเย็นชาในแววตาของชายหนุ่มไม่ได้สั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รอยยิ้มเย้ยหยันกลับผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว
[ตรวจพบการลอบสังหารด้วยอาวุธความเร็วสูง ระบบเปิดใช้งาน 'เกราะสะท้อนพลังจิต' อัตโนมัติ... ค่าเสียหายทั้งหมดถูกตีมูลค่าเป็นเงินสด หักลบและโอนเข้าบัญชีผู้ถือบัตรเอ็กซ์คลูซีฟ 100 เท่า!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่กระโดดขึ้นไปอีกหลายสิบล้านเครดิต รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ พวกมันคงคิดว่าการส่งมือปืนมารังควานจะทำให้เขาหวาดกลัวสินะ ช่างเป็นความคิดที่โง่เขลาเสียจริง
"คุณรินทร์! ระวังค่ะ!"
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังแทรกความชุลมุนเข้ามา พร้อมกับร่างบางของหญิงสาวในชุดเดรสเรียบง่ายที่พุ่งเข้ามาคว้าแขนเขาด้วยความตื่นตระหนก แรงดึงนั้นไม่ได้มากพอจะขยับตัวรินทร์ได้เลย แต่มันเต็มไปด้วยความห่วงใยที่บริสุทธิ์จนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ
มีนา หญิงสาวเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนเคียงข้างเขา ในวันที่เขาเป็นเพียงพนักงานต๊อกต้อยถูกไล่ออกจากงาน และถูกอดีตภรรยาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้เยื่อใย
รินทร์หันกลับมามองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวต่อศัตรูแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในทันที มือหนายื่นไปสัมผัสแก้มนวลเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
"ไม่เป็นไรครับมีนา คนพวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้หรอก" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่น ต่างจากบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยความโกลาหล
มีนากวาดสายตามองสำรวจร่างกายของชายหนุ่มด้วยความหวาดผวา ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างอดกลั้นความรู้สึก "ฉัน... ฉันกลัวเหลือเกินค่ะคุณรินทร์ กลัวว่าคุณจะเป็นอะไรไป ถ้าไม่มีคุณ ฉัน... ฉันไม่รู้จะอยู่ยังไง"
คำพูดนั้นไม่ได้เสแสร้ง มันกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจผู้หญิงที่รักผู้ชายคนหนึ่งด้วยจิตวิญญาณ ไม่ใช่ด้วยเงินตราหรือเปลือกนอก ในอวันที่รินทร์ไม่มีแม้แต่ค่าเช่าห้อง มีนาคือคนที่ยอมควักเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาประทังชีวิตร่วมกัน เธอไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
รินทร์ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น อ้อมแขนนี้อบอุ่นและทรงพลังพอที่จะปกป้องเธอจากคนทั้งโลกได้แล้ว "เชื่อใจผมนะครับมีนา นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าทำร้ายเธออีก และความลำบากที่เราเคยเผชิญมา มันจะกลายเป็นเพียงเรื่องตลก"
ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยในล็อบบี้โรงแรมที่แตกตื่น หลายคนจำรินทร์ได้และส่งเสียงซุบซิบด้วยความประหลาดใจ ภาพของอดีตชายหนุ่มที่เคยเนื้อตัวมอมแมมและถูกภรรยาเก่าทิ้งขว้าง บัดนี้กลับยืนอยู่อย่างสง่างามโดยมีหญิงสาวผู้เพียบพร้อมด้วยจิตใจงดงามคอยคลอเคลีย
แต่ความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังขึ้นจากทางเข้าหลัก ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนเดินแหวกฝูงชนเข้ามา ใบหน้าของแต่ละคนถมึงทึงและแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน นำหน้ามาโดยชายวัยกลางคนสวมแว่นตาดำ ท่าทางกร่างระเบิด
"ฮ่าๆๆๆ รินทร์! แกคิดเหรอว่าหนีมาหลบในโรงแรมหรูแล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือของตระกูลเราได้!" เสียงแหลมสูงตะโกนก้อง มันคือพ่อตาเก่าของเขาเอง นายประจักษ์ นักธุรกิจหน้าเลือดผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของรินทร์อย่างไร้ความปรานีในวันหย่า
รินทร์ค่อยๆ คลายกอดยอดดวงใจออกอย่างช้าๆ เขาสั่งให้มีมายืนอยู่ด้านหลังด้วยท่าทีปกป้อง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนทรยศด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"นึกว่าใคร... หมาที่ถูกปล่อยให้เห่าหอนไปวันๆ นี่เอง" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้ประจักษ์ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"ปากดีไอ้สวะ!" ประจักษ์หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด ชี้หน้าด่ากราด "แกมันก็แค่ไอ้กระจอกที่เกาะผู้หญิงกิน! อย่าคิดว่ามีเงินติดตัวนิดๆ หน่อยๆ แล้วจะใหญ่ค้ำฟ้า ลูกสาวฉันเขี่ยแกทิ้งเพราะแกมันไร้น้ำยา จำใส่กะโหลกไว้ซะ!"
มีนาขยับตัวเข้าใกล้รินทร์มากขึ้น เธอขบกรามแน่นด้วยความโกรธแค้นแทนชายหนุ่ม "คุณประจักษ์ กรุณาให้เกียรติคุณรินทร์ด้วยค่ะ คนที่ไร้น้ำยาและเห็นแก่ตัวคือพวกคุณต่างหาก!"
"นังตัวดี! แกกล้าดี
ยังไงมาเถียงฉัน!" ประจักษ์ตวาดลั่น ยกมือขึ้นทำท่าจะตบหน้าหญิงสาว
*แปะ!*
ฝ่ามือของประจักษ์ไม่ทันได้สัมผัสแก้วixของมีนาด้วยซ้ำ รินทร์คว้าข้อมือของชายแก่ไว้ได้อย่างแม่นยำราสายฟ้าแลบ แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือของประจักษ์ลั่นกรอบราวกับกิ่งไม้แห้ง
"อ๊ากกก! มือฉัน! ปล่อยนะไอ้เวร!" ประจักษ์ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยวเหี่ยวย่น
"จำใส่กะโหลกแกไว้เหมือนกัน..." รินทร์โน้มตัวเข้าไปกระซิบเสียงต่ำ แววตาดำมืดไร้ก้นบึ้งสะท้อนเงาความตายออกมาจนประจักษ์ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "คนที่จะต้องกราบตีนขอร้องชีวิตในวันนี้... ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นพวกแกทั้งโคตร!"
รินทร์สะบัดมือออกอย่างไร้ใยดี จนประจักษ์เซถอยหลังไปชนลูกน้องล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อทั้งโรงแรม
ชายหนุ่มหยิบบัตรเครดิตสีดำขลับลวดลายทองคำแท้ขึ้นมาคีบไว้ระหว่างนิ้ว เขากดโทรศัพท์ออกด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ
"จัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลประจักษ์ให้หมดภายในสามนาที... และส่งเฮลิคอปเตอร์มารับผมกับภรรยาที่ดาดฟ้า เดี๋ยวนี้"
*ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ระบุยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ประจักษ์ที่ล้มอยู่กับพื้นเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เบิกกว้างจนแทบทะลัก เมื่อเห็นโลโก้สัญลักษณ์ของธนาคารกลางระดับโลกบนบัตรในมือของรินทร์
ดวงตาของประจักษ์ฉายแววตื่นตระหนกสุดขีด สมองของเขาขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... ชายหนุ่มที่เขาเคยเหยียบย่ำเป็นปลัดขิกไร้ค่า บัดนี้คือกษัตริย์ผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจทั้งหมดไว้ในกำมือ!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" คนนี้มาโดยตลอดครับ)*
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 7
มีนา หญิงสาวผู้ศรัทธา
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!