เสียงกระแทกกระทั้นของฝ่ามือที่ทุบลงบนกระจกประตูร้านกาแฟระดับไฮ엔ด์ดังขึ้นเป็นจังหวะถี่กระชั้น สลับกับเสียงโวยวายโหยหวนที่ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบของย่านธุรกิจใจกลางเมืองจนย่อยยับ รินทร์ ไม่แม้แต่จะชายตากลมมองไปยังต้นเสียง เขายังคงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวจิบกาแฟเกيش่าบดมือราคาหลักพันในแก้วเซรามิกเคลือบทองอย่างใจเย็น ดوจดจ่ออยู่กับการเลื่อนดูพอร์ตโฟลิโอการลงทุนมูลค่าหลายหมื่นล้านผ่านหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวที่ปรากฏขึ้นเหนือโต๊ะ
เบื้องข้างของเขา มีนา กำลังยิ้มบางๆ อย่างอ่อนโยน พร้อมกับบรรจงใช้ทิชชูเช็ดคราบละอองกาแฟที่ขอบโต๊ะให้อย่างเอาใจใส่ แม้ในยามที่ภายนอกกำลังเกิดความวุ่นวายระดับสิบระดับ ร่างบางในชุดสูทผ้าไหมสั่งตัดพิเศษยังคงสงบนิ่ง เธอรู้ดีว่าในโลกใบนี้ ไม่มีพายุลูกไหนสามารถสั่นคลอนชายหนุ่มผู้กุมอำนาจของ "ระบบเปย์คืนทุน" ผู้นี้ได้อีกต่อไปแล้ว
"คุณรินทร์คะ! ...เอ๊ย! คุณรินทร์ครับ! ได้โปรดเถอะครับ ปล่อยพวกเราเข้าไปเถอะ!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนแผดลอดผ่านการรักษาความปลอดภัยระดับทหารรับจ้างเข้ามาได้
ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดแบรนด์เนมที่ยับยู่ยี่และใบหน้าซึ่งฉาบไว้ด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบัดนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและเหงื่อไคล นางกำลังดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อสะบัดตัวให้หลุดจากการล็อกกุมของบอดี้การ์ดสวมสูทสีดำสนิทสองนาย ทว่าไม่เป็นผล
นางคือ "รัชนี" อดีตแม่ยายผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างไร้ความปรานีในวันที่เขาตกอับ หญิงผู้เคยชี้หน้าด่าทอเขาว่าเป็นไอ้แมงดาเกาะลูกสาวกิน เป็นเศษสวะสังคมที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ แต่ในวันนี้ สภาพของนางกลับไม่ต่างอะไรกับขอทานตกยากที่วิ่งวอนขอเศษเงินต่อหน้าธารกำนัล
รินทร์วางแก้วกาแฟลงบนจานรองช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับทรงพลังราวกับเสียงฆ้อนทุบลงบนทั่งเหล็ก เขาปรายตามองไปยังร่างที่กำลังถูกเหวี่ยงให้คุกเขลงลงกับพื้นกระเบื้องขัดมันเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบทอประกายความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"เชิญคุณรัชนีเข้ามาครับ" รินทร์เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงอำนาจจนทำให้เหล่าบอดี้การ์ดผ่อนแรงลงทันที
รัชนีพุ่งพรวดเข้ามาทันทีราวกับคนจมน้ำคว้าได้ท่อนซุง นางไม่สนใจศักดิ์ศรีหรือความอับอายใดๆ อีกต่อไป สองเข่ากระแทกกระพื้นเสียงดัง *ตุบ* จนแทบจะได้ยินเสียงกระดูกกระทบพื้น นางคลานเข่าเข้าประชิดโต๊ะวีไอพีที่รินทร์นั่งอยู่ พยายามจะยื่นมือสั่นเทามาจับชายกางเกงสูทของเขา แต่ถูกปลายรองเท้าหนังขัดเงาวับเขี่ยหลบออกอย่างไม่ไยดี
"รินทร์! ลูก... เอ๊ย! คุณรินทร์! ช่วยแม่ด้วยเถอะนะ!" รัชนีปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น นางยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวจนสั่นระริก "บริษัทของพ่อตาเธอกำลังจะล้มละลาย ธนาคารกำลังจะยึดบ้าน ยึดรถ ยึดทุกอย่าง! แถมไอ้พวกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบมันก็ตามล่าพวกเราจนแทบไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนแล้ว... ช่วยพวกเราหน่อยเถอะนะ ถือว่าเห็นแก่หน้าที่เคยร่วมกินข้าวกันมาหลายปี!"
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและสมเพชเวทนาจนรัชนีต้องสะดุ้งเฮือก
"ร่วมกินข้าว?" รินทร์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "ถ้าผมจำไม่ผิด ทุกครั้งที่ผมนั่งร่วมโต๊ะกับพวกคุณ สิ่งที่ผมได้รับคือเศษอาหารและคำดูถูกเหยียดหยามว่าผมเป็นตัวถ่วงความเจริญของตระกูลพวกคุณไม่ใช่หรือครับ คุณรัชนี?"
ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีของรัชนีซีดเผือดลงในพริบตา นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทง นางเคยสาดน้ำร้อนใส่หน้าเขา นางเคยไล่เขาออกจากบ้านในคืนฝนตกโดยไม่ให้แม้แต่เสื้อผ้าสักชุดติดตัว นางเคยพูดจาเหยียบย่ามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี เพียงเพราะคิดว่าเขาเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆ คนหนึ่ง
แต่วันนี้... ชายหนุ่มที่นางเคยเหยียบย่ำผู้นี้ กลับคือนักลงทุนลึกลับผู้ถือครองหุ้นใหญ่ร้อยละแปดสิบของกลุ่มบริษัทที่กำลังผูกขาดตลาดอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยีทั้งหมดในประเทศ ผู้ชายที่สามารถเนรมิตตึกระฟ้าให้กลายเป็นจุลได้ด้วยการปลายนิ้วกระดิก
"เรื่องนั้น... มันเป็นความเข้าใจผิด! แม่... หมายถึง ฉันถูกอีตาชัยมันเป่าหูนะสิ!" รัชนีรีบโยนความผิดให้สามีเก่าอย่างไม่ลังเลเพื่อเอาตัวรอด "มันเป็นคนสั่งให้ฉันทำแบบนั้น ลูกสาวฉัน... ยัยพิมพ์ มันก็โดนมันบังคับเหมือนกันนะ! ตอนนี้พิมพ์มันสำนึกผิดแล้ว มันอยากกลับมาหาเธอมากเลยนะรินทร์!"
มีนาที่นั่งเงียบมาตลอดค่อยๆ วางช้อนคนกาแฟลง เสียงโลหะกระทบขอบแก้วดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาของทุกคนในรัศมีสบรอบให้หันมามอง ดวงตากลมโตคู่นั้นมองอดีตแม่ยายด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธแค้น ไร้ซึ่งความเยาะเย้ย มีเพียงความเวทนาต่อความโลภของมนุษย์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
"คุณแม่คะ..." มีนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่น1คง "พิมพ์เลือกทางเดินของตัวเองไปแล้วในวันที่เธอเซ็นใบหย่าและเลือกเดินไปขึ้นรถสปอร์ตของนักธุรกิจหนุ่มคนนั้นไม่ใช่หรือคะ? ตอนที่เราลำบาก พิมพ์เป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือคะว่า 'ความรักกินไม่ได้ เงินต่างหากคือความจริง'?"
รัชนีหันขวับไปมองมีนาด้วยสายตาเกรี้ยวกราดชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาอ้อนวอนระคนหวาดกลัวเมื่อเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของรินทร์
"มีนา! นี่แก... แกมันนากาลี! แย่งสามีชาวบ้าน!" รัชนีเผลอหลุดปากด่าทอด้วยความโมโหก่อนจะรีบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นรินทร์หรี่ตามองลงมา
"ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" รินทร์เอ่ยเบาๆ แต่ทรงพลังราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ "ระบบเปย์คืนทุนของผมสอนไว้อย่างหนึ่งครับคุณรัชนี... ทุกๆ การกระทำย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย และสำหรับพวกคุณ ราคาที่ต้องจ่ายมันแพงเกินกว่าที่ตระกูลปลอมๆ ของพวกคุณจะมีปัญญาชำระ"
รินทร์ยกมือขึ้นส่งสัญญาณเพียงครั้งเดียว ประตูร้านกาแฟก็เปิดผางออก ร่างของชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมในชุดสูทแบรนด์ดังที่ยับยู่ยี่ไม่แพ้กันกำลังถูกผลักเข้ามาโดยบอดี้การ์ดอีกสองนาย นั่นคือ "ชัย" อดีตพ่อตาของเขา สภาพของประธานบริษัทผู้เคยยิ่งผยองในแวดวงสังคมบัดนี้ไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"รินทร์! ท่านประธานรินทร์! ช่วยผมด้วย!" ชายวัยกลางคนพุ่งเข้ามาหมายจะกราบเท้าแต่ถูกบอดี้การ์ดเตะตัดขาจนล้มคว่ำคะมำเงิบลงไปกองกับพื้น "ผมเอาหุ้นทั้งหมดมาค้ำประกันแล้ว! บริษัทของผมกำลังจะถูกเทคโอเวอร์! ถ้าคุณไม่ช่วย พวกเราต้องติดคุกหัวโตข้อหาฉ้อโกงประชาชนแน่ๆ!"
รินทร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาคมกริบมองดูอดีตพ่อตาและอดีตแม่ยายที่กำลังดิ้นรนอยู่แทบเท้าด้วยความสมเพชเวทนา
"เทคโอเวอร์เหรอครับ?" รินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ดูงดงามแต่กลับเยือกเย็นจนน่ากลัว "คุณเข้าใจผิดแล้วครับ... ผมไม่ได้สนใจจะเทคโอเวอร์บริษัทใกล้เจ๊งของพวกคุณหรอกครับ สิ่งที่ผมทำ... คือการกว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดของพวกคุณต่างหาก"
รัชนีและชัยเบิกตากว้างจนแทบถלนออกมาจากเบ้า หัวใจของทั้งคู่กระหน่ำรัวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"ตอนนี้... บัตรเครดิตทุกใบ บ้านทุกหลัง รถทุกคัน และลมหายใจภายใต้กฎหมายของครอบครัวพวกคุณ อยู่ในกำมือของผมเรียบร้อยแล้ว" รินทร์เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของรินทร์ก็สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นอย่างกึกก้องในโสตประสาทของเขา
*[แจ้งเตือนระบบเปย์คืนทุน: ตรวจพบการทำธุรกรรมซื้อหนี้สินมูลค่า 500 ล้านบาทสำเร็จ!]*
*[ดำเนินการหักลบยอดเงินในบัญชี... ยอดเงินคงเหลือ: ไร้ขีดจำกัด]*
*[ระบบกำลังคำนวณเงินคืนทุน 300% เข้าสู่บัญชีส่วนตัวของโฮ... สำเร็จ! ได้รับเงินคืนทุน 1,500 ล้านบาท!]
รินทร์หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวแตะหน้าจอเพื่อเปิดไฟล์เอกสารคำสั่งศาลล่าสุดที่เพิ่งส่งตรงมาจากสำนักงานทนายความสูงสุด
เขาเลื่อนหน้าจอไปตรงหน้าของรัชนีและชัยที่กำลังสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า
"นี่คือหมายศาลสั่งยึดทรัพย์และคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของครอบครัวพวกคุณ" รินทร์วางสมาร์ตโฟนลงบนโต๊ะตรงหน้าทั้งสองคน "พรุ่งนี้เช้า... เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีจะไปถึงบ้านของพวกคุณ พร้อมกับหมายขับไล่"
รัชนีหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง นางทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ขณะที่ชัยพยายามจะตะเกียกตะกายเข้ามาคว้าขาของรินทร์แต่ถูกบอดี้การ์ดใช้เท้าเหยียบตรึงไว้กับพื้นอย่างไม่เกรงใจ
"รินทร์! ใจร้ายเกินไปแล้วนะ! แกจะฆ่าพวกเราให้ตายเลยหรือไง!" ชายวัยกลางคนแผดเสียงตะโกนด้วยความคลุ้มคลั่ง
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างเนี๊ยบกริบ เขาก้มมองอดีตพ่อตาแม่ยายด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับกำลังมองมดปลวกที่เหยียบย่ำเล่นข้างทาง
"ใจร้ายเหรอครับ?" รินทร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "เทียบกับสิ่งที่พวกคุณเคยทำกับผมและมีนาในอديต... นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำครับ"
รินทร์ยื่นมือไปโอบเอวบางของมีณาอย่างทะนุถนอม ทั้งสองเตรียมจะก้าวเดินออกจากร้านกาแฟโดยไม่ชายตาแลเศษสวะสองคนที่กำลังนอนร้องไห้ฟูมฟายอยู่เบื้องล่างอีกต่อไป
ทว่า... ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะก้าวเท้าพ้นประตูร้าน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน
รินทร์หยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงID แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้าลงทันที คือเสียงหวานหยดย้อยที่ดังลอดมาจากปลายสาย—เสียงของ "พิมพ์" อดีตภรรยาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่เขาเริ่มรวย
"รินทร์คะ... พี่รินทร์ ขอบคุณพระเจ้าที่ยังรับสายพิมพ์! พิมพ์รู้ว่าพี่ใจดี พิมพ์รู้ว่าพี่ไม่ใจร้ายกับพิมพ์หรอกใช่ไหมคะ? ตอนนี้พิมพ์อยู่ที่คอนโดหรูของเราแล้วนะ... รีบกลับมาหาพิมพ์นะคะ พิมพ์มีเซอร์ไพรส์ใหญ่รออยู่..."
รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานราวกับผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความเต็มใจ
เขาเหลือบมองสมาร์ตโฟนในมือ ก่อนจะกดเปิดระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะของคอนโดหรูใจกลางเมืองที่อดีตภรรยาตัวดีกำลังรออยู่ แล้วกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว
*คลิก—*
เสียงระบบล็อกประตูนิรภัยระดับสูงสุดทำงาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัว
*[ท่านได้ทำการล็อกประตูนิรภัยทุกบานของห้องพักเพนต์เฮาส์ และทำการเปิดระบบตัดสัญญาณสื่อสารภายนอกเรียบร้อยแล้วครับ]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้แค้นไปด้วยกันนะครับ ผู้กล้าตกอับสัญญาว่าจะเสิร์ฟความสะใจชุดใหญ่ให้ทุกท่านในตอนต่อไปอย่างแน่นอนครับ
ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง•ตอนที่ 14
แม่ยายหน้าเงินกลับมาขอคืนดี
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์คืนทุน: ผมกลายเป็นเจ้าของโลกหลังถูกเมียเก่าเขี่ยทิ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!