วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับนางเซียนผู้ตัดขาดธุลี•ตอนที่ 5

คำปฏิเสธจากยอดเมฆา

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงดัง "ฉี่..." ราวกับน้ำกรดกำลังกัดกร่อนแผ่นดิน กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านตลบอบอวลไปทั่วบริเวณค่ายกลกระดูกมารพันปี ลู่เฉินยืนสงบนิ่ง ปลายเท้าเหยียบอยู่บนจุดตายของค่ายกลพอดี มือข้างหนึ่งยังคงถือพู่กันอักขระที่ปลายขนเปียกชุ่มด้วยหมึกปราณสีทอง สติปัญญาและความเยือกเย็นของเขาสามารถพลิกผันสถานการณ์จาก "หลุมศพ" ให้กลายเป็น "ลานประหาร" ของศัตรูได้อย่างแนบเนียน ทว่า ความเงียบสงบหาได้ยั่งยืนไม่... บนยอดเขาเมฆาขาวอันสูงเสียดฟ้า สายหมอกหนาทึบม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นราวกับมหาสมุทรสีมรกตที่ถูกรบกวน ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินปรากฏขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง นางคือไป๋หลิน เทพธิดาแห่งสำนักเซียนผู้ตัดขาดธุลี ดวงตาคู่คมปลาบดั่งกระบี่น้ำแข็งกวาดมองซากศพของเหล่ามือสังหารมารที่กองระเกะระラะรอบกายลู่เฉิน นางไม่แม้แต่จะชายตามองความตายเหล่านั้นด้วยซ้ำ มีเพียงความเย็นชาและห่างเหินที่สะท้อนอยู่ในหน่วยตาคู่นั้น "ลู่เฉิน... เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงใช้ค่ายกลมารโลหิตบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้" น้ำเสียงของไป๋หลินราภูเขาน้ำแข็งถล่ม ไพเราะกังวานดั่งเสียงหยกกระทบกัน ทว่ากลับเย็นเยียบจนทำให้บรรยากาศโดยรอบลดฮวบลงหลายองศา ลู่เฉินเก็บพู่กันอักขระเข้าสาบเสื้ออย่างใจเย็น เขายังคงรักษาท่าทีอันสง่างามและเปี่ยมด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่ของตนเอง แม้จะเผชิญหน้ากับนางเซียนผู้ทรงพลังที่สุดในรอบร้อยปี เขากลับไม่มีอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มุมปากหยักยิ้มบางเบา "เรียนเทพธิดาไป๋หลิน... หากข้าไม่ใช้ค่ายกลมารโลหิต เกรงว่าวิญญาณของพวกมันคงไปฟ้องร้องท่านในปรภพแล้วกระมัง อีกอย่าง... นี่ไม่ใช่ค่ายกลมาร แต่เป็น 'ค่ายกลชำระบาป' ต่างหากเล่า ข้าเพียงแค่ยืมมือพวกมันมาทำความสะอาดพื้นดินให้ท่านเท่านั้นเอง" "คำแก้ตัวของบัณฑิตเจ้าเล่ห์" ไป๋หลินแค่นเสียงเย็นชา นางก้าวเท้าลงมาจากยอดเมฆ ชายผ้าพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่กดดันลงมาจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม "กฎแห่งสวรรค์บัญญัติไว้ชัดเจน ผู้ใดใช้วิชานอกรีตบนยอดเขาเมฆาขาวผู้นั้นต้องโทษประหาร... เจ้าเป็นศิษย์สำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ เหตุใดจึงตกต่ำถึงเพียงนี้ ถึงกับต้องใช้วิชามารในการเอาตัวรอด?" "วิชามარ หรือ วิถีเซียน... แท้จริงแล้วต่างก็ใช้พลังฟ้าดินเหมือนกัน มิใช่หรือ?" ลู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตา นางเซียนผู้เย่อหยิ่ง ดวงตาของเขาลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง "สิ่งที่แตกต่างมีเพียงเจตนาของผู้ใช้ หากข้าใช้ดาบสังหารคนชั่ว ข้าคือผู้ผดุงคุณธรรม หากข้าใช้ค่ายกลปกป้องชีวิตตนเองจากผู้ปองร้าย แล้วเหตุใดจึงต้องถูกตีตราว่าเป็นคนนอกรีตเล่า?" "สามหาว!" ไป๋หลินสะบัดแขนเสื้อเบาๆ คลื่นกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ลู่เฉินทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเพิ่ม ความเร็วของมันเหนือกว่าเสียงและสายตาจะรับทัน ครืน! ลู่เฉินไม่หลบหนี เขายกนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นประสานกันเป็นเคล็ดกระบี่ พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วเข้าปะทะกับคลื่นกระบี่ของนางเซียนอย่างจัง แรงปะทะสะท้อนเป็นวงกว้างจนเมฆหมอกรอบยอดเขาแตกกระจายออกเป็นช่องว่าง ร่างของลู่เฉินไถลถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าลึกจมลงไปในเนื้อหิน ทว่าเขายังคงยืนหยัดได้อย่างสง่างาม ไป๋หลินหรี่ตาลงเล็กน้อย นางย่อมรู้ดีว่าศิษย์น้องผู้นี้มีฝีมือไม่ธรรมดา แต่การที่เขาสามารถรับกระบวนท่าทดสอบจากนางได้โดยไม่บาดเจ็บสาหัส ย่อมแสดงว่าวิถีกระบี่ของเขารุดหน้าไปไกลเกินกว่าที่ข่าวลือกล่าวอ้างแล้ว "ฝีมือของเจ้าไม่เลว... แต่เจ้าจงฟังให้ดี ลู่เฉิน" ไป๋หลินก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนาง กลิ่นอายความหนาวเย็นแผ่กระจายออกมาจนลู่เฉินรู้สึกได้ถึงเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะตามชายเสื้อ "เจ้าเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อต้องการให้ข้าร่วมมือทำลายค่ายกลผนึกมารเก้าสวรรค์กับเจ้าใช่หรือไม่?" ลู่เฉินพยักหน้ารับอย่างไม่ปิดบัง "ถูกต้อง... ผนึกกำลังของท่านและข้า คือหนทางเดียวที่จะหยุดยั้งเงาอสูรที่กำลังจะตื่นขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า หากท่านยังคงยึดมั่นในกฎสวรรค์อันไร้ความหมายนี้ มนุษยโลกนับพันล้านชีวิตรวมถึงสำนักของท่านจะต้องกลายเป็นทะเลเพลิง" "กฎสวรรค์คือระเบียบของฟ้าดิน!" ไป๋หลินขึ้นเสียงเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวระคนความโดดเดี่ยวฉายชัดผ่านแววตาคู่สวยของนาง "เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากปกป้องผู้คนหรือ? เจ้าคิดว่าภาระที่แบกรับอยู่บนบ่าของข้ามันเบานักหรืออย่างไร? แต่กฎก็คือกฎ หากข้าฝ่าฝืนสัจจะที่ให้ไว้ต่อบรรพจารย์ สมดุลแห่งหล้าจะพังทลายลงในพริบตา... ดังนั้น ข้า 'ปฏิเสธ' การร่วมมือกับเจ้า ลู่เฉิน!" คำปฏิเสธดังกล้องกังวานไปทั่วหุบเขา ราวกับคำพิพากษาจากสวรรค์ชั้นเก้า ไป๋หลินหันหลังให้เขาทันที นางเตรียมจะทะยานร่างกลับสู่ตำหนักเมฆาขาวเพื่อตัดขาดจากปัญหาทั้งหมดทั้งมวล ลู่เฉินมองแผ่นหลังอันบอบบางแต่กลับต้องแบกรับชะตากรรมของโลกไว้ทั้งใบของนาง หัวใจของจอมยุทธ์ผู้เยือกเย็นกลับไหววูบลงชั่วขณะ เขาเข้าใจความโดดเดี่ยวของนางดี นางเซียนผู้ตัดขาดธุลี แท้จริงแล้วมิใช่ไร้หัวใจ แต่เป็นเพราะมีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบจนเกินไปต่างหาก "ท่านคิดว่าการรักษา 'กฎสวรรค์' ที่ตายซาก จะมีค่ามากกว่า 'ชีวิต' ของผู้คนที่ท่านควรปกป้องจริงๆ หรือ ไป๋หลิน?" เสียงทุ้มต่ำของลู่เฉินดังขึ้นไล่หลัง ทำให้ร่างระหงของนางชะงักกึก "เจ้าไม่มีวันเข้าใจความหมายของการเป็นผู้ดูแลหรอก..." ไป๋หลินกล่าวเสียงเครือโดยไม่หันกลับมามอง "ข้าอาจไม่เข้าใจกฎสวรรค์..." ลู่เฉินก้าวเดินเข้าไปหาทีละก้าวอย่างมั่นคง ปลายกระบี่ข้างกายสั่นระริกเบาๆ ราวกับตอบรับกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของนายเหนือหัว "แต่ข้าเข้าใจหัวใจของเจ้า... และข้าก็รู้ด้วยว่า ในวินาทีนี้ เงาอสูรเบื้องล่างกำลังหัวเราะเยาะความดื้อรั้นของเจ้าอยู่!" ฉับพลันนั้น ท้องฟ้าที่เคยใสกระจ่างกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกบนยอดเขาเมฆาขาวม้วนตัวเข้าหากันกลายเป็นรูปใบหน้าอสูรขนาดยักษ์ที่กำลังอ้าปากคำราม เสียงหัวเราะก้องกังวานเสียดแก้วหูสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งยุทธภพ พื้นดินใต้เท้าของทั้งคู่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำขนาดยักษ์เปิดออกตรงกลางระหว่างลู่เฉินและไป๋หลิน เปลวเพลิงสีม่วงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับร่างเงาดำทมิฬนับร้อยที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น! ไป๋หลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางพลาดท่าแล้ว... ผนึกมารเก้าสวรรค์พังทลายเร็ieกว่ากำหนดถึงสามวัน! ร่างของไป๋หลินเสียการทรงตัวจากแรงแผ่นดินไหว ร่างระหงกำลังจะร่วงหล่นลงไปในเหวอثีรนสีดำเบื้องล่าง ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง มือหนาคู่หนึ่งคว้าหมัดเข้าที่เอวบางของนางไว้ได้อย่างเฉียดฉิว ดึงรั้งนางเข้าสู่สู่อ้อมอกอันอบอุ่นและมั่นคงของลู่เฉินอย่างรวดเร็ว "เจ้าคนบ้า..." ไป๋หลินอุทานเบาๆ ขณะที่ใบหน้าแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างของเขา ลมหายใจของทั้งสองประสานกันท่ามกลางพายุเพลิงมารที่กำลังโหมกระหน่ำ ลู่เฉินกอดกระชับร่างของนางแน่นขึ้น มืออีกข้างชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝัก เสียงคมกระบี่เสียดสีกับฝักดังขึ้นกังวานเสียดฟ้า พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกเป็นรัศมีสีทองอร่ามปกป้องพวกเขาทั้งสองไว้จากเปลวเพลิงทมิฬ เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางเซียนผู้เย่อหยิ่ง น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการหลอมมาอย่างดี... "ตอนนี้... ท่านยังจะยืนกรานปฏิเสธคนนอกรีตเช่นข้าอยู่หรือไม่, เทพธิดาของข้า?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับนางเซียนผู้ตัดขาดธุลี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%