ปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกสลักของไป๋หลินหยุดชะงักกลางอากาศ รัศมีสีครามเรืองรองที่เคยหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นรอบศิลาอัขระบรรพกาลบัดนี้เกิดรอยแตករ้าวราวีดั่งใยแมงมุม ท่ามกลางความเงียบงันอันกดดันของหุบเขาหมันเทียน ลู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองรอยแตกเหล่านั้น สมาธิของเขากำลังจดจ่ออยู่กับการโคจรพลังปราณภายในจุดชีพจรตันเถียน สำนักกระบี่ไร้ลักษณ์สอนให้ศิษย์มองทะลุแก่นแท้ หาใช่เปลือกนอกที่ตาเนื้อเห็น
"รอยร้าวนี่... ไม่ได้เกิดจากกาลเวลา" ลู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสความคิดที่เฉียบคมดุจใบกระบี่
ไป๋หลินหันกลับมามองสหายร่วมทาง ดวงเนตรคู่คมปลาบดุจดวงหทัยแห่งพญานคราชฉายแววครุ่นคิด นางก้าวถอยหลังครึ่งก้าว อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่แปรปรวนรอบกาย "เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ค่ายกลสะกดวิญญาณเก้าชั้นฟ้าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคบรรพกาล ผู้ใดกันที่มีพลังกล้าแข็งพอจะบั่นทอนรากเหง้าของมันได้"
"ผู้ใดไม่สำคัญเท่ากับ 'สิ่งใด' ต่างหาก" ลู่เฉินก้าวเท้าเดินวนรอบศิลาอัขระสามรอบอย่างช้าๆ มือขวาของเขาสะบัดเบาๆ แผ่นยันต์สีทองอร่ามสามแผ่นพุ่งแหวกอากาศปักลงบนพื้นดินตามตำแหน่งค่ายกลทั้งสามทิศทันที แสงสีทองสพลั่งวาบขึ้นเพื่อสะกดกั้นพลังมารที่กำลังรั่วไหลจากรอยร้าว "ลองสัมผัสดูสิ ไป๋หลิน... นี่ไม่ใช่ร่องรอยของการต่อสู้ แต่มันคือร่องรอยของการ 'ถูกกลืนกิน'"
นางเซียนแห่งยอดเขาเมฆาขาวขมวดคิ้วเล็กน้อย นางยื่นมือออกไปสัมผัสละอองหมอกสีดำที่ซึมออกมาจากรอยร้าวของศิลา ทันทีที่ปลายนิ้วแตะโดน ความเย็นยะเยือกเสียดกระดูกก็แล่นพล่านไปถึงขั้วหัวใจ แม้แต่ลมปราณเซียนบริสุทธิ์ของนางยังสั่นสะท้าน นางรีบชักมือกลับพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อเพื่อขับไล่ไอพิษ
"กลิ่นอายนี้... มันคือวิชาดูดกลืนโลหิตของนิกายมารโลหิตสวรรค์ที่สูญหายไปเมื่อสามพันปีก่อน" ไป๋หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงหลายส่วน ความโดดเดี่ยวและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่นางแบกรับมาเนิ่นนานทำให้นางไวต่อภัยพิบัติเช่นนี้ยิ่งกว่าผู้ใด "หากพวกมันฟื้นคืนชีพและเริ่มกัดเซาะอักขระศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งยุทธภพ ความสมดุลระหว่างฟ้าดินจะพังทลาย"
"ถูกต้อง" ลู่เฉินพยักหน้ารับช้าๆ นัยน์ตาคมกริบสะท้อนแสงวาบของอักขระ "และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ... คนที่ลงมือทำ ไม่ได้ทำเพื่อทำลายล้าง แต่มันกำลัง 'เปิดประตู'"
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบงันลงอีกครั้ง ลมหายใจของทั้งสองประสานไปกับเสียงคำรามต่ำๆ จากใต้พื้นพิภพ ราวกับมีอสูรร้ายกำลังพลิกตัวตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน ไป๋หลินเหลือบมองบุรุษผู้ยืนอยู่เคียงข้าง นางพบว่าต่อหน้าสถานการณ์อันตรายถึงชีวิต ลู่เฉินกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความทะนงตนในวิถีกระบี่และสติปัญญาที่เหนือล้ำจนน่าขนลุก
"เจ้าดูใจเย็นเกินไปแล้วนะ ลู่เฉิน" ไป๋หลินเอ่ยเสียงเบາ ทว่าแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ นางผู้ไม่เคยพึ่งพาผู้ใด ไยจึงรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดเมื่อมีเงาร่างของชายผู้นี้อยู่เบื้องหน้า
"ความตื่นตระหนกไม่เคยช่วยให้กระบี่ในมือคมขึ้น ไป๋หลิน" ลู่เฉินหันมาสบตานาง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ในเมื่อพวกมันอยากเปิดประตู เราก็แค่เตรียมหลุมศพรอต้อนรับพวกมันให้สมเกียรติก็พอ"
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินไปมากกว่านั้น อักขระบนศิลาบรรพกาลก็เปล่งแสงสีแดงฉานขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงกรีดร้องโหยหวนนับร้อยนับพันดังสะท้อนออกมาจากรอยร้าว ราวกับประตูนรกได้ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี!
เงาร่างสีดำสนิทนับสิบร่างพุ่งทะยานออกมาจากรอยร้าว พร้อมกับเสียงหัวسหัวเราะอันน่าสยดสยองที่สั่นประสาท "ฮ่าๆๆๆ! สามพันปีผ่านไป ในที่สุดผนึกสารเลวนี้ก็เสื่อมสลาย! ยุทธภพนี้จะต้องนองด้วยเลือด!"
ลู่เฉินหรี่ตาลง ร่างของเขาไม่ขยับเขยื้อน ทว่ากระบี่ไร้ลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ในฝักข้างกายกลับส่งเสียงร้องคำรามดังกังวาน เสียดแทงแก้วหูจนภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน
"ระวัง!" ไป๋หลินชักกระบี่เซียนครามออกมาจากฝัก รัศมีปราณกระบี่แผ่พุ่งจนมวลอากาศรอบกายแตกละเอียด นางเตรียมพุ่งเข้าประจันหน้ากับเงาร่างมารเหล่านั้น
"ช้าก่อน ไป๋หลิน" ลู่เฉินยื่นมือไปแตะไหล่บางของนางแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาทำให้ร่างของนางชะงักงันไปชั่วขณะ "พวกมันไม่ใช่เป้าหมายหลัก... ดูนั่นสิ"
ไป๋หลินเบนสายตามองตามปลายนิ้วของเขา หัวใจของนางกระตุกวูบทันที ท่ามกลางเงาร่างมารนับสิบ ปรากฏเงาร่างหนึ่งที่สวมหน้ากากทองคำขาว ยืนตระหง่านอยู่เหนือหมอกควัน มือข้างหนึ่งของมันกำลังถือกระบี่เล่มหนึ่ง... กระบี่ที่แผ่กลิ่นอายวิชาเดียวกับสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ของลู่เฉินอย่างไม่ผิดเพี้ยน!
"ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน..." ลู่เฉินพึมพำเบาๆ ดวงตาคมกริบฉายประกายล้ำลึกที่ยากจะหยั่งถึง "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ท่านพี่"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามบททดสอบแห่งวิถีกระบี่นี้ด้วยกัน และพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับนางเซียนผู้ตัดขาดธุลี•ตอนที่ 2
รอยร้าวแห่งบรรพกาล
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับนางเซียนผู้ตัดขาดธุลี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!