เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 4

อย่ามั่วเอาทฤษฎีไปใส่ในแกง

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
เสียงระเบิดตูมตามพร้อมควันสีเทาคลุ้งที่พวยพุ่งออกมาจากห้องครัวคอนโดหรูขนาดกลาง คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ฟ้องว่า ความพยายามในการทำแกงป่าปลาทูสูตรคุณยายของยูทูบเบอร์สายมูเตลูอย่าง 'ฟ้าใส' กำลังดำเนินไปถึงจุดวิกฤต—วิกฤตที่อาจทำให้ตึกทั้งตึกต้องอพยพ “ดร.อคิน! ช่วยด้วย! ทำไมน้ำมันกับน้ำมันถึงตีกันเองจนกลายเป็นบอลเพลิงได้เล่าคุณ!” เสียงใสแหลมปนตื่นตระหนกตะโกนลั่น พร้อมกับร่างบางในชุดผ้ากันเปื้อนลายแมวอ้วนที่วิ่งถือตะหลิวหนีตายออกมาจากกลุ่มควัน พลางใช้มือพัดไล่อากาศชุลมุน ดร.อคิน นักฟิสิกส์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและระเบียบจัด ถอนหายใจเฮือกใหญ่จนไหล่กว้างสะท้อน เขาค่อย ๆ วางแก้วกาแฟดำในมือลงบนโต๊ะทำงานอย่างใจAเย็น ทั้งที่เบื้องหลังคือมหันตกรรมย่อม ๆ ในครัว มือเรียวยาวถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ผ้าเช็ดเลนส์อย่างใจเย็น ราวกับภาพตรงหน้าเป็นแค่การทดลองฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายที่ผิดพลาด ไม่ใช่ไฟไหม้บ้าน “ฟ้าใสครับ น้ำมันกับน้ำมันไม่เคยตีกันเองครับ มีแต่น้ำกับน้ำมันที่แยกชั้นกันตามหลักแรงตึงผิว และถ้าคุณเอาพริกแกงที่ยังมีความชื้นสูงโครมลงไปในน้ำมันเดือดพล่าน อุณหภูมิที่สูงกว่าจุดเดือดของน้ำจะทำให้น้ำกลายเป็นไออย่างฉับพลัน เกิดเป็นแรงดันไอน้ำที่พาละอองน้ำมันกระเด็นกระจายไปทั่ว... ผลลัพธ์ก็คือ ‘มินิซูเปอร์โนวา’ ในกระทะเทฟลอนราคาแพงของผมไงล่ะครับ” อคินอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบ แต่แฝงด้วยความกวนประสาทแบบฉบับนักวิชาการที่ชอบขยี้คนผิดให้จมดิน ฟ้าใสที่ยืนถือตะหลิวทำหน้ามุ่ย แก้มป่องด้วยความขัดเคืองจนแทบจะระเบิดตามเตาแก๊ส “โอ๊ย! ไม่ต้องมาพูดทฤษฎีควอนตัมอะไรตอนนี้เลยนะคุณอคิน! ฉันแค่อยากทำแกงป่าให้คุณกินเพื่อเป็นการตอบแทนที่คุณช่วยแก้ปัญหาดวงตกให้ฉันเมื่อวานแท้ ๆ ทำไมหวังดีถึงกลายเป็นหวังร้ายได้เล่า!” ฟ้าใสโวยวายพร้อมกับใช้ตะหลิวชี้หน้าชายหนุ่มอย่างคาดโทษ แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับใบหน้าคมคายที่ยามนี้กำลังส่งยิ้มมุมปากส่งมาให้แบบน่าหมั่นไส้ “นี่ไม่ใช่ฟิสิกส์ควอนตัมครับคุณฟ้าใส นี่มันวิชาเคมีพื้นฐานระดับมัธยมต้นต่างหาก... และบอกตามตรงนะครับว่า ถ้าคุณยังดันทุรังจะปรุงอาหารต่อด้วยหลักการ ‘ใส่ทุกอย่างแล้วขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์’ แบบนี้ เกรงว่าเราคงต้องย้ายไปกินข้าวที่โรงพยาบาลแทนห้องนั่งเล่นแล้วล่ะครับ” อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละน้อย กลิ่นหอมจาง ๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นควันไหม้จาง ๆ ลอยมาแตะจมูกจนฟ้าใสต้องถอยหลังกรูดไปจนติดเคาน์เตอร์ครัว “ก็... ก็ฉันเห็นในตำราแม่หมอเขาบอกว่า ถ้าใส่มวลสารพลังงานบวกเข้าไป อาหารจะอร่อยขึ้นนี่นา” ฟ้าใสเสียงอ่อนลงทันทีเมื่อถูกดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองใกล้ ๆ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะจนเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “พลังงานบวกอะไรกันครับ พลังงานความร้อนจากเตาแก๊สต่างหากที่กำลังเผาผลาญความอดทนของผมอยู่” อคินยื่นมือเรียวยาวผ่านตัวเธอไปปิดวาล์วแก๊สที่ยังคงส่งเสียงฟู่เบา ๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนฟ้าใสต้องหลบสายตาไปมองหน้าอกแกร่งใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวแทน ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ “ถอยไปเลยนะ! บอกว่าอย่ามาใกล้ไง เดี๋ยวไฟลวกหรอก” ฟ้าใสเอามือผลักอกหนาเบา ๆ เป็นเชิงประท้วง แต่แรงแค่นั้นแทบจะทำให้อคินสะดุ้งไม่ได้เลย กลับกัน ชายหนุ่มกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “ถ้ากลัวไฟลวก... ทำไมไม่ยอมจำสูตรเคมีง่าย ๆ ที่ผมเคยบอกล่ะครับ หืม?” “ก็คนมันหัวศิลป์นี่นา จะให้มาจำสมการอะไรยุ่งยากได้ยังไงเล่า” ฟ้าใสเถียงเสียงอ่อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเงียบสงบ เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด อคินมองท่าทีดื้อรั้นแต่แฝงความน่ารักน่าเอ็นดูนั้นด้วยรอยยิ้มจาง ๆ แววตาที่ปกติมักจะเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเหตุผล ยามนี้กลับสะท้อนความอบอุ่นอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน มือหนายื่นออกไปหมายจะปัดเขม่าควันสีดำที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนของหญิงสาว แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของอคินกำลังจะสัมผัสโดนผิวแก้มของฟ้าใส เสียงกริ่งประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศหวานชวนฝันให้พังทลายลงในพริบตา! *กริ๊งงงงง!* ฟ้าใสสะดุ้งโหย่ง ผละตัวออกจากอคินทันทีด้วยความตกใจ ส่วนอคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้เวลา ใครกันที่บังaอาจมาทำลายช่วงเวลาฟิสิกส์ประยุกต์ระหว่างเขากับยัยตัวแสบ หญิงสาวรีบวิ่งไปส่องตาแมวที่ประตูห้อง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยยืนยันตัวตนอยู่ด้านนอก “ตายแล้ว! พี่กรณ์... ผู้จัดการส่วนตัวฉันมาได้ยังไงเนี่ย!” ฟ้าใสหันมาโหลกเสียงกระซิบกระซาบกับอคินด้วยความลนลาน “เขาบอกว่าจะมาตรวจงานพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมมาวันนี้!” อคินถอนหายใจยาวเหยียด ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นระเบียบตามเดิม แต่ดวงตายังคงพราวระยับด้วยความสนุกสนาน “ก็คงเพราะกลิ่นไหม้จาก ‘มินิซูเปอร์โนวา’ ของคุณเมื่อครู่ มันทะลุทะลวงออกไปถึงระเบียงห้องข้าง ๆ จนผู้จัดการของคุณทนไม่ไหวต้องมาดูว่าตึกจะระเบิดหรือยังน่ะสิครับ” “แล้วทำไงดีล่ะคุณอคิน! ถ้าเขาเห็นสภาพห้องฉันตอนนี้ มีหวังโดนเฉ่งหูชาแน่ ๆ ว่าพาผู้ชายมาทำครัวจนเกือบเผาคอนโดพัง!” ฟ้าใสทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ มือเล็ก ๆ คว้าแขนเสื้อของชายหนุ่มเขย่าไปมาอย่างจนปัญญา อคินมองมือที่จับแขนเสื้อของตนเอง รอยยิ้มเจ้าเลื้อยปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างปิดไม่มิด “อยากให้ผมช่วยไหมครับ... แต่ความช่วยเหลือจากนักฟิสิกส์ระดับด็อกเตอร์ มันไม่ได้ฟรี ๆ หรอกนะครับคุณฟ้าใส” “นี่มันเวลาไหนแล้วยังจะมาต่อรองอีกเล่า! อยากได้อะไรก็ว่ามาเลยเร้ว!” ฟ้าใสโวยวายเสียงหลงขณะที่เสียงเคาะประตูด้านนอกเริ่มดังรัวขึ้นเรื่อย ๆ อคินโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินไปเปิดประตูรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก ทิ้งให้ฟ้าใสยืนค้างเติ่งอยู่กลางกองควันด้วยหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดสอยห้อยตามความมึนและความฟินของดร.อคินกับฟ้าใสมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%