แผ่นพลาสเตอร์ยา ลายการ์ตูนแมวอ้วนสีส้ม แปะอยู่บนข้อศอกข้างขวาของ ดร.อคิน
มันคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่ฟ้องว่า นักฟิสิกส์ทฤษฎีผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์อย่างเขา เพิ่งจะวิ่งหน้าตั้งฝ่าสายฝน (ที่ยัยสายมูบอกว่าเกิดจาก "พญานาคกริ้ว") ไปซื้อยามาทำแผลให้คนที่ข้อเท้าแพลงเพราะเดินสะดุดรากไม้เมื่อชั่วโมงก่อน
อคินมองพลาสเตอร์ลายแมวเหมียวนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้ในร้านกาแฟใต้โรงแรมกึ่งรีสอร์ทจังหวะรัวๆ เพื่อระบายความหงุดหงิด
*นี่เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่?*
ในสมองของดร.หนุ่มผู้กวาดรางวัลมาแล้วทั่วสารทิศ ตอนนี้ไม่ได้กำลังประมวลผลเรื่องสมการคลื่นของชเรดิเงอร์ หรือทฤษฎีสตริงอะไรทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่รันวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับเทปผีสิงคือ... *ภาพรอยยิ้มตาหยีตอนที่ฟ้าใสบอกว่าขอบใจนะเจ้าค่ะ ดร. สุดหล่อ*
"ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวอ่ะดร. หน้าบูดเป็นตูดหม้อทาสีเขียวเชียว"
เสียงใสแจ๋วเอ่ยขึ้นพร้อมกับเจ้าของร่างเล็กที่กระเผลกขาข้างที่เจ็บ เดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มือข้างหนึ่งถือแก้วโกโก้เย็นปั่นวิปครีมพูนๆ อีกข้างถือโทรศัพท์มือถือไลฟ์สดคุยกับแฟนคลับหน้าตาเฉย
"ผมไม่ได้ยิ้ม ฟ้าใส คุณตาฝาดไปแล้ว... แล้วก็นะ เลิกเอาผมไปเข้าฉากในไลฟ์ของคุณสักที ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่ใช่ตัวประกอบในช่องยูทูปสายมูของคุณ" อคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดันแว่นสายตาขึ้นสันจมูกเพื่อซ่อนแววตาไหววับที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจหาเหตุผลทางฟิสิกส์มาอธิบายได้
"แหม๋ ดร. ก็! น้องๆ ในช่องเขาเรียกร้องอยากเห็นหน้าตากลุ่มเป้าหมายทางสถิติที่ดื้อด้านที่สุดในสามโลกต่างหากเล่า" ฟ้าใสยิ้มแป้น หันหน้าจอโทรศัพท์มาทางเขาจนกล้องแทบจะจิ้มลูกตา "ดูสิเนี่ย แฟนคลับบอกว่าดร.อคินทำหน้าแบบนี้เหมือนแมวเปอร์เซียโดนแย่งปลาทูเลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆ"
"ไร้สาระ" อคินเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใส มองหยดน้ำฝนที่เกาะพราวข้างนอก "ผมมีงานวิจัยต้องสะสาง มีโปรเจกต์ที่ต้องส่งมหาวิทยาลัยพรุ่งนี้เช้า... คำถามคือ ทำไมผมถึงต้องมาติดแหง็กอยู่ต่างจังหวัดกับคุณด้วยวะเนี่ย"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาเบาหวิว แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของคนพูดเองอย่างประหลาด
ฟ้าใสชะงัก รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าค่อยๆ หุบลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยมองสำรวจใบหน้าคมคายที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยตลอดเวลาของนักฟิสิกส์หนุ่ม บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความวุ่นวายโบ๊ะบ๊ะเมื่อครู่ ให้กลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ
"อ้าว... น้อยใจเหรอเนี่ยที่ต้องมาดูแลคนซุ่มซ่ามแบบฉัน" ฟ้าใสเสียงอ่อนลง แววตาไหววับอย่างรู้สึกผิด "ถ้าลำบากใจมาก... เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันนั่งรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ คนเดียวก็ได้นะ ดร. จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนี้"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว ทำให้ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายของอคินกระตุกวูบ
*แปลก...*
ตามทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัม สถานะของอนุภาคจะมีความน่าจะเป็นไปได้หลายทางจนกว่าจะมีการสังเกตการณ์ แต่วินาทีนี้ อคินไม่ต้องใช้สมการไหนคำนวณเลย เขารู้สึกได้ทันทีว่า "ความเป็นไปได้" ที่จะปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เดินทางกลับคนเดียว... เป็นศูนย์
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกอึดอัดแปลกประหลาดนี้มันคืออะไรกันแน่? ในทางจิตวิทยาเรียกว่าอาการผูกพันชั่วคราว? หรือในทางชีววิทยาคือฮอร์โมนโอซีโตซินหลั่งผิดเวลา?
แต่ไม่ว่ามันจะคืออะไรก็ตาม... มันกำลังทำให้ระบบเซนเซอร์ในหัวใจของเขาเริ่มรวนเรจนกู่ไม่กลับแล้ว
"ใครบอกว่าผมลำบากใจ" อคินเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยลอดไรฟันด้วยความถือดี "ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์... หน้าที่ของผมคือการดูแลตัวแปรในการทดลองให้คงที่ต่างหาก ฟ้าใส คุณคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้สมการชีวิตผมปั่นป่วน เพราะฉะนั้น ผมมีหน้าที่ต้องควบคุมคุณให้อยู่ในกรอบ... จนกว่าภารกิจนี้จะจบลง เข้าใจไหมครับ"
ฟ้าใสกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเสียงดังลั่นร้าน "โฮ่! หาข้ออ้างเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะดร. ตัวแปรอะไรฟระ หน้าตาเหมือนแมวเปอร์เซียชัดๆ"
"ฟ้าใส!" อคินแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะเอื้อมมือไปเคาะกะโหลกยัยตัวแสบสักทีข้อหาต่อปากต่อคำไม่หยุด แต่ทว่า... ปลายนิ้วของเขากลับชะงักค้างกลางอากาศ
เมื่อจู่ๆ ฟ้าใสก็ขยับเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งเขามากขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างไร้การป้องกันใดๆ รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบไม่ได้มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
"ดร.อคิน..." เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา ราวกับกระซิบแข่งกับเสียงสายฝนด้านนอก
"อะ...อะไรอีกเล่า" อคินรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย สมองเริ่มประมวลผลช้าลงอย่างน่าตกใจ
"เวลาที่ดร.พูดจายาวๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองเนี่ย..." ฟ้าใสเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "รู้ตัวไหมคะว่า... น่ารักเป็นบ้าเลย"
*ตูม!*
เหมือนมีระเบียงปรมาณูย่อมๆ มาทิ้งลงกลางใจของดร.หนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะเหตุผล เลือดลมในกายสูบฉีดพุ่งขึ้นไปกองอยู่บนใบหน้าจนร้อนผ่าว อคินเบิกตากว้าง อ้าปากพะงาบๆ หาคำพูดมาเถียงไม่ทัน
นี่มันไม่ใช่ฟิสิกส์แล้ว... นี่มันคือปาฏิหาริย์นอกตำราที่ทำเอาสมองอันปราดเปรื่องของเขาช็อตค้างไปดื้อๆ
ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เสียงกริ่งแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้น
*ติ๊ง!*
อคินเหลือบมองหน้าจออัตโนมัติ ข้อความจากใครบางคนที่เขาไม่คาดคิด ปรากฏขึ้นหราพร้อมรูปถ่ายและพิกัดสถานที่ในรัศมีไม่เกินห้ากิโลเมตรจากโรงแรมแห่งนี้
**[ข้อความใหม่จาก: ดร.ธนา (อาจารย์ร่วมคณะและอดีตรุ่นพี่คนสนิท)]**
*"อคิน นายอยู่กับยายเด็กยูทูปเบอร์สายมูคนนั้นจริงๆ ด้วยสินะ... รีบพาเธอกลับมาซะเถอะ ก่อนที่ความลับเรื่อง 'โปรเจกต์ลับ' ของคณะเราจะรั่วไหลออกไปให้คนนอกรู้!"*
อคินอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ความตกใจระลอกใหม่เข้ามาแทนที่ความเขินอายเมื่อครู่ทันที ดวงตาคมเข้มหันขวับไปมองหน้าฟ้าใสที่ตอนนี้ยังคงยิ้มระรื่นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยแม้แต่น้อย
*ความลับของคณะ? โปรเจกต์ลับอะไร?*
และที่สำคัญที่สุด... ทำไมดร.ธนาถึงรู้ว่าเขาอยู่กับฟ้าใสที่นี่?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดสอยห้อยตามความมึนและความฟินของดร.อคินกับฟ้าใสมา ณ ที่นี้นะครับ
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 5
เสียงในใจที่ฟิสิกส์วัดไม่ได้
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!