"ตึก... ตึก... ตึก..."
เสียงหัวใจของ ดร.อคิน กำลังเต้นรัวเร็วจนน่ารำคาญ ยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องขึ้นไปพรีเซนต์งานหน้าทีมนักฟิสิกส์ระดับโลกเสียอีก ประโยคที่ว่า *"มองออกไปที่หน้าต่างสิครับ... ดร.อคิน"* จากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในหัว พร้อมกับความจริงอันโหดร้ายที่ว่า ตอนนี้เขากับ 'ฟ้าใส' ยูทูบเบอร์สาวสายมูเตลู กำลังติดแหง็กอยู่ข้างในลิฟต์ของตึกคณะวิทยาศาสตร์ที่เกิดระบบขัดข้องกะทันหัน
ไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวติดๆ ดับๆ สาดแสงวับๆ แวมๆ กระทบใบหน้าตื่นตระหนกของฟ้าใสที่กำลังกอดกระเป๋าผ้าลายยันต์แน่นราวกับมันคือชูชีพสุดท้ายในมหาสมุทรแปซิฟิก
"นี่คุณ!" ฟ้าใสโพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ เสียงของเธอดังสะท้อนก้องในแคпซูลเหล็กแคบๆ นี้ "อย่าบอกนะว่าเรากำลังจะตายในนี้? ฉันยังไม่ได้ไปแก้บนที่ศาลพระภูมิเลยนะ! แล้วยอดวิวช่องยูทูบสัปดาห์นี้ก็จะตกด้วยถ้าฉันลงคลิปเลท!"
อคินถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นดันแว่นตาที่เริ่มเลื่อนหล่นจากสันจมูกด้วยความเครียด เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงสติกลับมาสู่โลกแห่งความจริงอันเป็นเหตุเป็นผล แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะชวนสติหลุดแค่ไหนก็ตาม
"ตั้งสติก่อนครับคุณฟ้าใส เราไม่ได้กำลังจะตาย แค่ลิฟต์ติดระบบเซฟ티ล็อกชั่วคราวเพราะกระแสไฟตก เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงก็คงมาช่วย... กรุณาหยุดเขย่าผนังลิฟต์สักทีครับ นั่นยิ่งทำให้ระบบถ่วงน้ำหนักรวนนะ" อคินเอ็ดเบาๆ แต่แฝงด้วยความอ่อนใจ
"ก็มันมืดนี่นา! แล้วแถมแคบด้วย..." ฟ้าใสย่นจมูก หน้าตาหงิกงออย่างน่าเอ็นดู เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหันมามองอคินที่ยืนกอดอกพิงผนังลิฟต์อยู่ "ว่าแต่... ดร.อคินคะ... เอ๊ย! ดร.อคินครับ ทำไมหน้าคุณซีดจาง ขาดออกซิเจนเหรอ หรือว่าคุณแอบกลัวความแคบเหมือนกันเนี่ย"
"ผมไม่ได้กลัวครับ ผมแค่กำลังคำนวณความน่าจะเป็นที่เราจะติดอยู่ในนี้นานแค่ไหนต่างหาก" อคินตอบเสียงเรียบ พยายามเบือนหน้าหนีสายตาสอดรู้สอดเห็นของอีกฝ่าย แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงขึ้นไปอีกเมื่อไหล่ของเธอเบียดเข้ามาใกล้โดยไม่ตั้งใจเนื่องจากพื้นที่จำกัด
"โธ่ เอะอะก็คำนวณ เอะอะก็ความน่าจะเป็น" ฟ้าใสเบะปากอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นลิฟต์อย่างไร้ฟอร์ม "ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ แทนที่คุณจะมานั่งเครียด ลองมาใช้วิชาชีพนักฟิสิกส์ของคุณปลอบใจฉันด้วยเรื่องอะไรสนุกๆ ดีกว่าไหมล่ะคะ ดร.หนุ่มรูปหล่อผู้เย่อหยิ่ง"
อคินเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้น เขาขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้น เพื่อลดช่องว่างความสูงระหว่างกัน แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บรรยากาศเงียบสงบปนความอลหม่านเล็กๆ นี้มีบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาอุ่นวาบอย่างประหลาด
"จะเอาเรื่องอะไรล่ะครับ เรื่องกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน หรือว่าเรื่องสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ ที่ทำให้เวลามันดูเดินช้าลงตอนที่เราอยู่กับคนน่ารำคาญแบบคุณ" อคินแกล้งแซะด้วยรอยยิ้มมุมปาก
"อีตาบ้า! ปากเสียจริงนะ" ฟ้าใสค้อนขวับทันที "ไม่เอาพวกนั้นหรอก มันน่าเบื่อ ฟังแล้วง่วงนอน... เอาเรื่องนี้ดีกว่า คุณเคยได้ยินเรื่อง 'พลังงานเลขเจ็ด' ไหมล่ะ"
คิ้วหนาของนักฟิสิกส์หนุ่มเลิกขึ้นทันที "พลังงานเลขเจ็ด? คุณหมายถึงเลขอะไหล่ของธาตุไนโตรเจนน젤 หรือว่าเลขอะตอมของไนโตรเจนที่มีโปรตอน 7 ตัวกันแน่ครับ เลิกเอาความเชื่อเรื่องตัวเลขมงคลมาปนกับวิทยาศาสตร์สักทีเถอะครับ มันไม่มีอยู่จริงทางฟิสิกส์หรอกนะ"
"นี่แหละค่ะที่เขาเรียกว่าคนหัวแข็งไร้จินตนาการ!" ฟ้าใสดีดนิ้วเป๊าะด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเป็นประกายวับวาวในความสลัว "ในทางควอนตัมและพลังงานจักรวาล เลขเจ็ดคือตัวเลขแห่งการเปลี่ยนแปลงและการเชื่อมโยงจิตวิญญาณนะคุณ ดูอย่างเราสตอนนี้สิ ติดอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมนี้เหมือนอนุภาคที่ถูกกักขังในบ่อศักย์พลังงาน (Potential Well) แถมเรายังยืนห่างกันไม่ถึงเจ็ดฟุตด้วยซ้ำ นี่มันคือความบังเอิญที่ถูกกำหนดไว้ในสมการควอนตัมชัดๆ!"
อคินถึงกับกุมขมับ เขาอยากจะเถียงเธอกลับด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเพื่อให้เธอตาสว่าง แต่พอมองเห็นรอยยิ้มทะเล้นและแววตาที่เป็นประกายของคนที่นั่งอยู่เบื้องล่าง คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ
"คุณนี่นะ... เอาฟิสิกส์มายำรวมกับเรื่องดวงได้อย่างหน้าตาเฉยทุกทีสิน่า" อคินส่ายหัวเบาๆ เผลอหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้ตัว "รู้ไหมครับว่าในทางควอนตัม ถ้าเราเปรียบสถานการณ์นี้เป็นอนุภาคในบ่อศักย์ (Particle in a Box) ตามหลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก (Heisenberg's Uncertainty Principle) ยิ่งเราพยายามระบุตำแหน่งของเราในลิฟต์แคบๆ นี้ชัดเจนมากเท่าไหร่ โมเมนตัมและความกระวนกระวายใจของคุณก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น... ซึ่งตอนนี้คุณกำลังทำมันอยู่เต็มร้อยเลยล่ะครับ"
ฟ้าใสอ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา "แหม... อธิบายซะฉันดูเป็นยัยตื่นตูมเลยนะ ดร.อคิน แต่พูดไปพูดมา... พอคุณอธิบายแบบนี้ มันก็แอบฟังดูเท่ดีเหมือนกันแฮะ"
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มคลี่คลายลง ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายและเสียงหัวใจที่ค่อยๆ เต้นจังหวะช้าลง ทำให้ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองลดลงอย่างน่าใจหาย อคินมองใบเนียนใสของหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางอากาศอับทึบ ทำให้สติสัมปชัญญะของนักวิทยาศาสตร์ผู้เคร่งครัดเริ่มรวนเร
เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่วางอยู่บนเข่าเผลอกำเข้าหากันแน่น เมื่อฟ้าใสขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดเพื่อมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไม่มีสัญญาณของเธอ
"นี่... ดร.อคิน" เสียงของเธอนุ่มนวลลงกว่าเดิม ไม่มีความกวนประสาทเจือปน "ถ้าเกิดว่า... สมมตินะคะ สมมติว่าเราติดอยู่ในนี้จนถึงเช้าจริงๆ คุณอยากจะบอกอะไรฉันเป็นอย่างแรกเหรอ"
คำถามนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจ ดร.อคินชะงักค้าง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของฟ้าใส หัวใจที่เคยคิดว่าถูกควบคุมด้วยตรรกะและเหตุผลมาตลอดชีวิต กลับส่งเสียงเตือนดังลั่นจนน่ากลัว เขารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า
ริมฝีปากหนาขยับคล้ายจะเอื้อnเอ่ยบางอย่างออกไป คำพูดที่เก็บซ่อนไว้ภายใต้มาLดฟอร์มเย็นชาและคำพูดจิกกัดมาตลอดหลายวันกำลังจะหลุดจากปาก
ในจังหวะนั้นเอง...
"ครืนนน! กริ๊ก!"
เสียงเครื่องยนต์กลไกด้านบนเพดานลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟสว่างวาบจนแสบตา ตัวลิฟต์กระตุกแรงๆ หนึ่งครั้งก่อนจะเลื่อนขึ้นไปจอดสนิทที่ชั้นสามอย่างนุ่มนวล ประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นแสงไฟสว่างจ้าและใบหน้าตกใจของเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงที่ยืนรออยู่ด้านนอก
ฟ้าใสสะดุ้งโหยง รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนปัดกระโปรงตัวเองแก้เขิน "อ๊ะ! ลิฟต์มาแล้ว! รอดตายแล้วพวกเรา!" เธอกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจก่อนจะหันมามองอคินที่ยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่ที่เดิม "อ้าว ดร.อคิน มัวทำอะไรอยู่ล่ะคะ รีบออกมาสิ หรือว่าจะรอให้ติดอยู่ในนี้รอบสองเหรอ"
อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีร่องรอยของความกระอักกระอ่วนซ่อนอยู่
"ครับ... ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ" เขาตอบเสียงเบา เดินตามหลังเธอออกไปจากลิฟต์
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังก้าวเท้าพ้นประตูลิฟต์นั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขากลับสั่นเตือนเบาๆ พร้อมกับข้อความแชตที่เขาพิมพ์ค้างไว้และเผลอกดส่งออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะความตกใจเมื่อครู่—
*[ดร.อคิน]: ผมไม่ได้กลัวลิฟต์แคบหรอกครับ... แต่ผมกลัวการไม่ได้บอกคุณว่า ผมคิดยังไงกับคุณตั้งแต่แรกเจอต่างหากล่ะครับ*
อคินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบควักโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะกดยกเลิกข้อความ แต่นิ้วเจ้ากรรมดันกดพลาดไปโดนปุ่มส่งซ้ำ แถมฟ้าใสที่เดินนำหน้าอยู่ก็หันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้พร้อมกับชูโทรศัพท์ของเธอขึ้นตรงหน้า
"ดร.อคินคะ... คุณส่งอะไรมาเนี่ย ทำไมหน้าจอฉันถึงขึ้นข้อความยาวเหยียดแบบนี้ล่ะคะ?"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดสอยห้อยตามความมึนและความฟินของดร.อคินกับฟ้าใสมา ณ ที่นี้นะครับ
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 3
สมการความซวยที่ไม่มีใครอยากแก้
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!