เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 2

แรงดึงดูดไม่ได้มีไว้ให้เธอจีบ

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"ถ้าคุณก้าวเข้ามาเพื่อจะบอกว่าดวงดาวในราศีพฤษภกำลังส่งกระแสจิตพิฆาตใส่โปรเจกต์วิจัยของผมล่ะก็ เชิญหันหลังกลับไปทางเดิมแล้วเรียกแท็กซี่กลับบ้านได้เลยครับคุณฟ้าใส" เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นทันทีที่บานประตูเหล็กทึบถูกผลักเปิดออกจนสุด ร่างสูงของ ดร.อคิน ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานในห้องแล็บที่สว่างโร่ด้วยแสงไฟสีขาวนวล ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองไปยังผู้มาเยือนด้วยความระแวงระวังราวกับเฝ้าระวังเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ ฟ้าใสไม่ได้สะทกสะท้านกับคำต้อนรับอันแสนอบอุ่นนั้นแม้แต่น้อย เธอก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง พร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ทะลุออกมา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับกวาดตามองอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ราคาแพงระยับรอบตัวด้วยความตื่นเต้น ราวกับเด็กน้อยหลุดเข้ามาในสวนสนุก "โห ดร.อคินคะ... เอ๊ย ดร.อคินครับ!" ฟ้าใสรีบเปลี่ยนคำสรรพนามทันทีเมื่อเห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้ากระตุกเข้าหากันด้วยความรำคาญ "นี่คุณตื่นเช้าหรือยังไม่ได้นอนคะ... ครับ! ดูสิ ใต้ตาดำเป็นหมีแพนด้าขนาดนี้ ระวังดาวมฤตยูทับเรือนชะตานะครับ เดี๋ยวงานวิจัยเรื่องแรงโน้มถ่วงพันล้านของคุณจะพังไม่เป็นท่าเอานะ" อคินถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่กว้างไหวสะท้าน เขาขยับแว่นตานิดหน่อยก่อนจะเดินไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาเปิดสไลด์งานที่ค้างคาอยู่ "ดวงดาวอะไรของคุณนั่นมันอยู่ห่างออกไปเป็นปีแสงนะครับคุณฟ้าใส แสงที่เราเห็นจากมันตอนนี้ อาจจะเดินทางมาถึงโลกตั้งแต่สมัยไดโนเสาร์ยังวิ่งเล่นอยู่ด้วยซ้ำ มันไม่มีทางรู้หรอกครับว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ บนก้อนหินก้อนนี้กำลังทำวิจัยเรื่องอะไรอยู่" "แหม คุณนี่มันโรแมนติกเอาเสียเลยนะครับ ดร.อคิน" ฟ้าใสวางถุงน้ำเต้าหู้กระแทកกับโต๊ะดัง *ตุบ* จนน้ำในถุงกระเพื่อม เธอยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างคนมั่นอกมั่นใจในวิถีสายมูของตัวเอง "ทางวิทยาศาสตร์อาจจะบอกว่ามันไกล แต่ทางใจ... ดาวทุกดวงเขามีคลื่นพลังงานเชื่อมถึงกันหมดนะคะ! เหมือนที่คุณกับฉัน... อุ๊ย!" ฟ้าใสชะงักกึก เผลอหลุดปากพูดอะไรที่ชวนให้บรรยากาศในห้องแล็บเงียบกริบลงไปถนัดตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าเกือบหลุดธีมคู่หูขั้วตรงข้ามไปเสียแล้ว เธ้ารีบกระแอมไอแก้เก้อแล้วโบกมือปฏิសัณฑ์พัลวัน "เอ๊ย หมายถึง... คลื่นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าอะไรทำนองนั้นต่างหากล่ะ! อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ!" อคินหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์—รอยยิ้มแบบที่ทำให้ฟ้าใสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อในอุ้งมือของนักล่าทางฟิสิกส์ "คลื่นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเหรอครับ?" อคินแกล้งก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว จนฟ้าใสต้องถอยหลังกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "ไหนอธิบายให้ผมฟังหน่อยสิครับว่า แรงดึงดูดระหว่างมวลตามกฎของนิวตัน กับแรงดึงดูดประหลาดที่คุณกำลังพูดถึงเนี่ย มันมีความยาวคลื่นเท่ากันรึเปล่า" "ก็... ก็แรงดึงดูดของนิวตันมันเป็นแค่เรื่องทางกายภาพน่า!" ฟ้าใสหน้าแดงซ่าน เธอพยายามดันอกแกร่งของนักฟิสิกส์หนุ่มให้ออกห่าง แต่ดูเหมือนว่าแรงน้อยๆ ของเธอจะทำอะไรมวลสารหนาแน่นของคนตรงไม่ได้เลย "ฟิสิกส์มันน่าเบื่อจะตาย มีแต่สูตรคณิตศาสตร์ยุ่งเหยิงเต็มไปหมด สู้แรงดึงดูดระหว่างดวงดาวกับจิตใจคนไม่ได้หรอก โรแมนติกกว่าตั้งเยอะ" "โรแมนติกเหรอครับ?" อคินหยุดยืนห่างจากเธอแค่คืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กจากตัวของฟ้าใสลอยมาแตะจมูกจนคนเนี้ยบอย่างเขาเผลอชะงักไปชั่วขณะ "คุณกำลังเข้าใจผิดมหันต์เลยนะฟ้าใส แรงดึงดูดไม่ได้มีไว้ให้คุณเอามาจีบใครส่งเดชหรอกนะครับ มันเป็นกฎพื้นฐานทางธรรมชาติที่ควบคุมจักรวาลนี้ต่างหาก" "แล้วใครบอกว่าฉันจะจีบใครล่ะ!" ฟ้าใสโวยวายเสียงดังลั่นห้อง แก้มเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอยกมือขึ้นผลักไหล่อคินเต็มแรงจนเขาต้องยอมถอยหลังไปตั้งหลัก "คุณนี่มัน... พูดไม่รู้เรื่องเลย! ช่างเถอะ ฉันไม่ได้มาเถียงเรื่องฟิสิกส์กับคุณนะ วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญกว่านั้นจะบอก" อคินเลิกคิ้วสูง ยอมถอยออกมาเว้นระยะห่างที่ปลอดภัยต่อหัวใจของตัวเอง (โดยที่เขาไม่ยอมรับกับตัวเองด้วยซ้ำว่าหัวใจมันเต้นผิดจังหวะเพราะอะไร) "เรื่องสำคัญอะไรอีกครับ หรือว่าดาวหางฮัลเลย์จะพุ่งชนโลกพรุ่งนี้เช้า" "ไม่ใช่! ตั้งใจฟังดีๆ นะ..." ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึก and ทำท่าทางขึงขังราวกับกำลังประกาศราชโองการสวรรค์ "เมื่อกี้ตอนที่ฉันเดินเข้ามาที่ตึกนี้ ฉันเจอผู้ชายคนหนึ่ง... แต่งตัวสูทสีดำสนิท ใส่แว่นตากลมๆ ทรงโบราณ เดินสวนออกไป" รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของอคินเลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวในห้องแล็บที่เคยผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง "ผู้ชายใส่สูทสีดำ?" อคินทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นราบเรียบและเย็นเยียบ "คุณแน่ใจเหรอครับว่าไม่ได้ตาฝาดไปเพราะแสงแดดข้างนอก" "ฉันตาดีกว่าที่คุณคิดรakaน่า!" ฟ้าใสเสียงเขียว "แล้วที่สำคัญ... ผู้ชายคนนั้น ทิ้งซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ที่หน้าประตูห้องแล็บของคุณ พร้อมกับข้อความเขียนด้วยลายมือแปลกๆ ที่ทำให้ฉันขนลุกซู่เลยล่ะ" ฟ้าใสควักซองเอกสารยับยู่ยี่ออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์แล้วยื่นมันให้อستาดร.อคิน อคินรับมาด้วยมือที่นิ่งสนิท แต่สายตาที่ก้มมองซองเอกสารนั้นกลับเต็มไปด้วยความระแวง เขาดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากซอง กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท *“ยินดีด้วย ดร.อคิน สมการที่คุณพยายามซ่อนไว้ตลอดห้าปี... ตอนนี้มีคนอื่นรู้หมดแล้ว”* อคินกำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความลับที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ในหลุมศพทางวิทยาศาสตร์กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่อคินจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเขาก็แผดเสียงดังลั่นห้อง ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดลง อคินเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยกำลังโทรเข้ามา... และเมื่อเขาเลื่อนนิ้วกดรับสาย เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจากปลายสายก็กระซิบประโยคที่ทำให้เลือดในกายของนักฟิสิกส์หนุ่มเย็นเฉียบ *"มองออกไปที่หน้าต่างสิครับ... ดร.อคิน"* -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดนป้ายยาความรู้ฟิสิกส์ปนความน่ารักของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%