เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 16

ทำไมคนขี้บ่นถึงเป็นห่วงเก่งจัง

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
หน้าจอโทรศัพท์ในมือของดร.อคินสว่างวาบ ท่าความเงียบงันของห้องพยาบาลสนามที่อบร่ำไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และยาฆ่าเชื้อ ข้อความยาวเหยียดที่เขาเผลอกดส่งออกไปเมื่อครู่ยังคงแสดงผลหราอยู่บนแอปพลิเคชันแชตสีเขียว พร้อมกับเครื่องหมายอ่านแล้วที่กำลังจะเกิดขึ้น หากปลายทางเปิดเข้ามาดูในอีกไม่กี่วินาทีนี้ "ให้ตายสิ..." อคินพึมพำกับตัวเองเบาๆ มือเรียวที่ปกติมักจะนิ่งสนิทและแม่นยำทุกครั้งที่ทำการทดลองฟิสิกส์อนุภาค กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ สมองอัจฉริยะที่ประมวลผลเรื่องยากๆ ได้ภายในเสี้ยววินาที ตอนนี้กลับว่างเปล่า ประมวลผลอะไรไม่ถูกนอกจากคำว่า *'ฉิบหายแล้ว'* ที่วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมานับร้อยรอบ เขามองคนเจ็บที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียงพยาบาล ฟ้าใสหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอหลังจากเพิ่งได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากแผลถลอกและรอยฟกช้ำตามร่างกายจากเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่ เธอยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าข้อความสารภาพความในใจที่ยาวเป็นหางว่าว ยิ่งกว่ารายงานวิจัยระดับปริญญาเอก ได้ถูกส่งตรงเข้าเครื่องเธอดื้อๆ แบบไม่มีปุ่มย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว "อื้อ..." เสียงครางงอแงเบาๆ ดังลอดริมฝีปากแห้งผากของคนตัวเล็กบนเตียง ฟ้าใสขยับตัวเล็กน้อยด้วยความเจ็บแปลบที่ข้อศอก ก่อนจะค่อยๆ เปลือกตาเปิดขึ้นช้าๆ ปรับโฟกัสสู้กับแสงไฟสีขาวนวลของห้องพยาบาล อคินรีบซ่อนโทรศัพท์มือถือเจ้าปัญหาลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างรวดเร็ว ราวกับเด็กที่กำลังทำความผิดแล้วกลัวผู้ใหญ่จับได้ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งเรียบและดุใส่เธออยู่เสมอกลับมีความเลิกลั่กเจืออยู่จางๆ อย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน "ฟื้นแล้วเหรอครับ... รู้สึกยังไงบ้าง" อคินเอ่ยถาม น้ำเสียงที่พยายามดัดให้ราบเรียบและเป็นทางการที่สุดกลับหลงเหลือความสั่นพร่าอยู่นิดๆ จนน่าสงสัย ฟ้าใสกระพริบตาปริบๆ สมองยังคงมึนงงจากแรงกระแทกเมื่อครู่ เธอมองสำรวจรอบตัวก่อนจะก้มลงมองแขนตัวเองที่ถูกแปะทับด้วยผ้าก๊อซและพลาสเตอร์ยาอย่างประณีตบรรจง ชนิดที่เรียกว่าเนียบกริบทุกมุม ไม่มีรอยยับย่นแม้แต่น้อย สมกับเป็นฝีมือของดร.อคินผู้บ้าความสมบูรณ์แบบ "เจ็บ... เจ็บตรงข้อศอกกับหัวเข่าค่ะ เอ๊ย! เจ็บข้อศอกกับหัวเข่าครับ!" ฟ้าใสรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดมองมา "โห ดร.คะ... ไม่สิ ดร.ครับ มองแรงจัง คนเจ็บอยู่นะเนี่ย ใจร้ายชะมัด" "เจ็บก็สม องค์ลงรึไงถึงวิ่งไปตัดหน้ากองถ่ายซะขนาดนั้น ถ้าผมเบรกไม่ทัน ป่านนี้คุณคงไปนั่งคุยกับไอน์สไตน์เรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพบนสวรรค์ไปแล้วนะครับ" อคินบ่นอุบ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่เริ่มลามเลียขึ้นมาถึงใบหู "รู้ตัวไหมครับว่าทำอะไรลงไป" "ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา น้องแมวตัวนั้นกำลังจะโดนฉากเหล็กหล่นทับจริงๆ นะ ถ้าฉันไม่วิ่งไปผลักมันออกมา มันก็ตายสิ... อีกอย่าง ฉันคิดว่าฉันคำนวณระยะทางและความเร็วก่อนวิ่งแล้วนะ ตามหลักโมเมนตัมแล้ว ฉันน่าจะพ้น-_-" "หลักโมเมนตัมบ้าบออะไรของคุณ!" อคินสวนกลับเสียงดังทันที สีหน้าท่าทางของเขาแสดงออกถึงความหงุดหงิดปนเป็นห่วงอย่างชัดเจนจนไม่ต้องแปลความ "คุณใช้ตรรกะไหนมาคำนวณในสถานการณ์คับขันแบบนั้น มวลร่างกายของคุณกับความเร็วของวัตถุกำลังตกกระทบ มันไม่ได้อยู่ในสมการความปลอดภัยเลยสักนิด!" ฟ้าใสอ้าปากค้าง มองคนตรงหน้าที่กำลังยืนกอดอกเทศนาเธอฉอดๆ น้ำเสียงของเขาทั้งดุ ทั้งบ่น และรัวเป็นชุดราวกับปืนกล แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจจนต้องหรี่ตามอง คือปลายนิ้วมือของเขาที่กำลังจิกเข้าหากันแน่นเพื่อระบายความตึงเครียด รวมถึงดวงตาคมกริบคู่นั้นที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความหวาดกลัวที่ยังจางหายไปไม่หมด คนขี้บ่น... กำลังกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปสินะ "นี่..." ฟ้าใสเรียกเสียงแผ่ว ความเจ็บปวดที่ข้อศอกพลلจางหายไปครึ่งหนึ่งเมื่อเห็นอาการลนลานที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งๆ ของนักฟิสิกส์หนุ่ม "ดร.เป็นห่วงฉันเหรอเนี่ย" อคินชะงักกึก สีหน้าที่กำลังบ่นอยู่เป็นอันต้องกลืนคำพูดลงคอไปทันที เขารีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีเพื่อหลบสายตาจับผิดของคนตัวเล็ก "ใครเป็นห่วงคุณกันครับ อย่าหลงตัวเองน่า ผมแค่ไม่อยากให้ห้องพยาบาลวุ่นวายเพราะเคสอุบัติเหตุไร้สาระแค่นั้นเอง" "ปากแข็งชะมัด" ฟ้าใสย่นจมูกใส่หมอหนุ่มอย่างหมั่นไส้ แต่แววตาคู่สวยกลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนมุมปาก "ถ้าไม่ได้เป็นห่วง แล้วทำไมมือต้องสั่นขนาดนั้นด้วยล่ะคะ... เอ๊ย ขนาดนั้นด้วยล่ะครับ" อคินสะดุ้งโหยง รีบซุกมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์ทันทีเพื่อซ่อนหลักฐานความตื่นตระหนก เขาไอคอกแควeแก้เก้อ พยายามดึงสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติที่สุด แต่ดูเหมือนว่าเกราะป้องกันความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี จะเริ่มร้าวรานลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ "ผมไม่ได้สั่น อากาศในห้องพยาบาลมันหนาวต่างหาก... ควบคุมอุณหภูมิแอร์ผิดพลาด" อคินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "ค่ะๆ หนาวก็หนาวค่ะ... เอ๊ย! หนาวก็หนาวครับ!" ฟ้าใสแกล้งล้อเลียนด้วยการเลียนแบบน้ำเสียงสุภาพของเขา ทำเอาอคินอยากจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองด้วยความหมั่นเขี้ยว "นี่คุณ..." อคินหันกลับมาทำท่าจะเอ็ดต่อ แต่จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ประตูกระจกฝ้าของห้องพยาบาลถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างสูงโปรดของ 'กรณ์' โปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่ไฟแรงรุ่นพี่ในกองถ่ายก้าวเข้ามาด้วยสีתหน้าตื่นตระหนก มือถือในมือเปิดหน้าจอแชตกลุ่มกองถ่ายค้างไว้ "ฟ้าใส! เป็นไงบ้างวะ หมอบอกว่าปลอดภัยดีใช่ไหม... อ้าว ดร.อคินก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย" กรณ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นนักฟิสิกส์หนุ่มยืนทำหน้ายักษ์อยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ก่อนจะหันมามองหน้าฟ้าใสด้วยรอยยิ้มโล่งอก "โชคดีนะเนี่ยที่ดร.วิ่งเข้าไปช่วยไว้ทัน ไม่งั้นแม่คุณเอ๋ย หัวแตกเย็บหลายเข็มแน่ๆ" "ดร.ช่วยเหรอคะ?" ฟ้าใสทวนคำ เอียงคอมองอคินด้วยความประหลาดใจ เพราะเท่าที่เธอจำได้ คนที่วิ่งเข้ามาคว้าตัวเธอก่อนที่ฉากเหล็กจะหล่นลงมาทับ ก็คือ... "ใช่สิครับ ดร.แกเร็วมือเป็นน็อตเลยนะ วิ่งเร็วยิ่งกว่านักวิ่งร้อยเมตรซะอีก เห็นหน้าตาเรียบร้อยแบบนี้ นึกว่าจะเป็นประเภทเอาแต่ยืนคำนวณสูตรฟิสิกส์ซะอีก เท่เป็นบ้าเลยว่ะตอนนั้น" กรณ์เล่าด้วยความตื่นเต้น โดยไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้าของอคินที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายที่ถูกชมต่อหน้าคู่กรณี อคินรีบยกมือขึ้นกระแอมกระไอเสียงดังกลบเกลื่อน "อะแฮ่ม! มันเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตครับคุณกรณ์ ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก รีบตรวจดูอาการแล้วก็พาเธอกลับไปพักผ่อนเถอะครับ งานวันนี้คงต้องยกเลิกกองไปก่อน" "ครับๆ เข้าใจแล้วครับ งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปเคลียร์ทางข้างนอกก่อนนะ พอดีทีมงานกำลังวุ่นเรื่องอุปกรณ์พังอยู่ ฝากดร.ดูแลน้องต่อแป๊บนะครับ" กรณ์พูดจบก็ยิ้มกรุ้มกริ่มทิ้งท้าย ก่อนจะเดินผิวปากออกจากห้องพยาบาลไป ปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่กันตามลำพังอีกครั้ง บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบสงบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ อคินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาคมกริบมองต่ำลงไปที่พื้นราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนที่ความทรงจำเรื่องข้อความแชตที่ส่งออกไปเมื่อครู่จะแล่นกลับเข้ามาในหัวสมองแบบเต็มๆ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของอคินดังขึ้นเบาๆ แต่ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งคู่ อคินสะดุ้งสุดตัว มือรีบควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอทันทีด้วยหัวใจที่เต้นรำระส่ำไม่เป็นจังหวะ และภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเวลานี้... คือสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร *[อ่านแล้ว]* ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นข้อความที่เขากดส่งไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ขึ้นสถานะว่าปลายทางเปิดอ่านมันเรียบร้อยแล้วทุกตัวอักษร! ฟ้าใสที่นั่งมองอยู่บนเตียงสังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของหมอหนุ่ม เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เอียงคอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ดร. เป็นอะไรเหรอคะ หน้าซีดเชียว หรือว่าติดเชื้อไวรัสตัวใหม่จากห้องแล็บอีกแล้ว?" อคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนบนเตียงช้าๆ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบาก "ฟ้าใส... คือว่า... ข้อความเมื่อครู่นี้..." ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความฟีลกู๊ดที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%