นิ้วเรียวของฟ้าใสหยุดชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์โทรศัพท์มือถือ หน้าจอแสดงผลข้อความยาวเหยียดที่เพิ่งกดส่งออกไปเมื่อสามวินาทีก่อน ข้อความที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนอลหม่านและคำถามที่เธอยังไม่พร้อมจะหาคำตอบ
*“ฟ้าใส... คือว่า... ข้อความเมื่อครู่นี้...”*
ดร.อคินยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองช่วงตัว แสงไฟนีออนสีนวลจากเพดานห้องปฏิบัติการฟิสิกส์สาดกระทบลงบนกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของเขา สันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่
"ข้อความอะไรเหรอครับคุณฟ้าใส" อคินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนากึ่งหยอกล้อตามนิสัยเดิม แต่ดวงตากลับจับจ้องมาที่หน้าจอโทรศัพท์ในมือของเธออย่างไม่วางตา "หรือว่าพิมพ์รายงานสรุปผลการทดลองเรื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผิดพลาดตรงไหนอีก"
"เปล่าสักหน่อยค่ะ... เอ้ย! เปล่าสักหน่อยครับ!" ฟ้าใสรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนเธอต้องแกล้งก้มหน้ามองพื้นเพื่อซ่อนความพิรุธ "คือ... ฉันหมายถึงผม... มือมันลั่นครับ ดร.อคิน อย่าใส่ใจเลยนะ!"
อคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธียเตอร์ช้าๆ จนฟ้าใสต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะทำงานที่มีอุปกรณ์ฟิสิกส์วางอยู่ระเกะระกะ
"มือลั่นบ่อยจังนะครับช่วงนี้" ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบมองทะลุผ่านแว่นตา "หรือว่ากำลังพิมพ์อะไรที่เกี่ยวกับทฤษฎีควอนตัมความน่าจะเป็นอีก... ว่าแต่ ข้อความเมื่อครู่นี้ของคุณ มันตรงกับหลักการพัวพันเชิงควอนตัม (Quantum Entanglement) พอดีเลยนะครับ"
"เกี่ยวอะไรกับควอนตัมเล่า! อย่ามาทำเป็นพูดเรื่องยากๆ กลบเกลื่อนนะ" ฟ้าใสโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู "ฉัน... ผมแค่นิ้วเบียดต่างหากล่ะ!"
"หึๆ นิ้วเบียดระดับที่พิมพ์ยาวเป็นย่อหน้าแถมยังสะกดชื่อผมถูกทุกตัวอักษรนี่ น่าสนใจกว่าการทดลองเรื่องการแทรกสอดของคลื่นแสงเสียอีกนะครับ" อคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวตรงขึ้นแต่สายตายังคงพราวดระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนตรงหน้า "แต่เอาเถอะครับ ในเมื่อคุณบอกว่าไม่มีอะไร งั้นเรามาเคลียร์งานตรงหน้าให้เสร็จก่อนดีกว่า เดี๋ยวโปรเจกต์คลิปวิดีโออธิบายฟิสิกส์สไตล์สายมูของคุณจะล่มเสียก่อน"
ฟ้าใสแอบพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกเสียดายลึกๆ ที่อีกฝ่ายไม่ได้ซักไซ้ต่อ เธอพยักหน้ารัวๆ แล้วหันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะที่มีกราฟเส้นคลื่นความถี่พาดผ่านไปมา
"ก็ได้ค่ะ... อ๊ะ! ได้ครับ!" เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ เมื่อเกือบจะเผลอหลุดเสียงผู้หญิงออกมาอีกรอบ "ไหนล่ะคะ... เอ้ย! ไหนล่ะครับกราฟผลการทดลองเมื่อกี้ที่คุณบอกว่ามันแปลกๆ"
อคินเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ เธอ ระยะห่างระหว่างไหล่ของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนฟ้าใสได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ สะอาดสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของนักฟิสิกส์หนุ่ม กลิ่นนั้นทำให้สมาธิที่กระจัดกระจายเมื่อครู่ยิ่งเตลิดไปกันใหญ่
"นี่ไงครับ" นิ้วเรียวยาวของอคินชี้ลงบนหน้าจอ มือกดเลื่อนเมาส์เพื่อขยายกราฟให้เห็นชัดเจน "ถ้าเรามองผิวเผิน มันก็แค่คลื่นสัญญาณรบกวนธรรมดา แต่ถ้าคุณลองสังเกตความถี่ในช่วงมิลลิวินาทีที่สามสิบเจ็ดสิครับ... มันมีความซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบแบบแผนโดยไม่มีเหตุผลทางกายภาพมารองรับ"
ฟ้าใสขมวดคิ้วมุ่น ลืมความเขินอายไปชั่วขณะเมื่อสัญชาตญาณความเป็นยูทูบเบอร์นักอธิบายเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายเริ่มทำงาน ดวงตากลมโตเพ่งมองตัวเลขบนหน้าจออย่างตั้งอกตั้งใจ
"เอ๊ะ... เดี๋ยวก่อนนะคะ... เอ้ย! เดี๋ยวก่อนนะครับ" เธออุทานเบาๆ "ถ้าเรามองในมุมของทฤษฎีคลื่นแทรกสอด (Interference) มันเหมือนกับตอนที่เราเอาคลื่นน้ำสองลูกมาวิ่งชนกันแล้วเกิดการเสริมกันจน amplitudes สูงขึ้นใช่ไหมล่ะคะ... ครับ!"
อคินหันมามองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวแวบหนึ่ง แววตาของเขาฉายความประหลาดใจระคนชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ความจริงแล้วตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ต้องมาร่วมงานกัน เขารู้สึกทึ่งไม่น้อยที่ยูทูบเบอร์สายมูคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสดใสหรือคารมคมคาย แต่หัวสมองของเธอกลับมีความยืดหยุ่นในการคิดวิเคราะห์ที่บางครั้งนักวิทยาศาสตร์สายแข็งอย่างเขายังคาดไม่ถึง
"ถูกต้องครับ" อคินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว "คุณเริ่มจับจุดได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะเนี่ย... การทำงานร่วมกันของเราพักหลังนี่ เริ่มเข้าขาจนน่าตกใจเลยนะครับ"
ฟ้าใสชะงักไปนิดเมื่อได้ยินคำชมตรงๆ แบบนั้น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมก็เริ่มเต้นรัวเป็นจังหวะสามช่าอีกรอบ ท่ามกลางห้องทดลองที่เต็มไปด้วยสูตรฟิสิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เธอกลับรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวมันสูงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ
"ก็... ก็เพราะฉัน... ผมต้องคอยตามเช็ดตามล้าง... เอ้ย! คอยช่วยตรวจทานความถูกต้องให้คุณต่างหากล่ะ ไม่งั้นช่องของผมจะพลอยพังไปด้วยเพราะความเนิร์ดของคุณนะ" เธอยังคงรักษฟอร์มเชิดหน้าเถียงกลับ แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะแดงก่ำฟ้องความรู้สึกทั้งหมดแล้วก็ตาม
อคินอมยิ้มบางๆ กับท่าทางพองขนเหมือนแมวของเธอ เขาไม่ได้ต่อปากต่อคำเหมือนเคย แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบปากกาไวท์บอร์ดมาหมุนเล่นในมือเบาๆ สายตายังคงทอดมองกราฟบนหน้าจอ
"บางทีนะคุณฟ้าใส..." อคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ชวนฟัง แปลกไปจากทุกที "ในทางควอนตัม บางสิ่งบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญหรอกครับ แต่มันถูกกำหนดไว้แล้วด้วยความน่าจะเป็นที่สูงมาก... เหมือนกับคลื่นความถี่สองชุดนี้ ที่ต่อให้เราพยายามจะแยกมันออกจากกัน แต่มันก็ยังคงสั่นพ้อง (Resonance) ตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ"
ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมที่มองตรงมาที่เธออย่างมีความหมาย บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงรอบข้างเลือนหายไปเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง
"คุณ... หมายถึงอะไรคะ... เอ้ย! หมายถึงอะไรครับ" เธอถามเสียงแผ่วเบา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
อคินขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนแทบจะโอบล้อมเธอไว้ด้วยเงาของเขา ริมฝีปากหยักยกยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น
"ผมหมายความว่า..."
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องปฏิบัติการดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนกระเจิง ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัวรีบกระโดดถอยหลังเว้นระยะห่างทันที ขณะที่อคินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย ก่อนจะหันไปมองผู้ที่มาใหม่
ประตูห้องเปิดออก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบที่เดินยิ้มร่าเข้ามา พร้อมกับกระดาษรายงานในมือ
"อ้าว ดร.อคิน! คุณฟ้าใส! ยังอยู่กันดึกดื่นเลยเหรอครับเนี่ย พอดีเลย ผมเอาเอกสารงบประมาณสนับสนุนโปรเจกต์ใหม่มาให้เซ็นอนุมัติ... เอ๊ะ หรือว่าผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ฟ้าใสหน้าแดงแจ๋ รีบก้มหน้าคว้าสมุดโน้ตขึ้นมาเปิดผ่านๆ เพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ส่วนอคินขยับแว่นตาเล็กน้อยเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักฟิสิกส์มาดขรึมตามเดิม แม้ในใจจะแอบนึกเคืองแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้อยู่ไม่น้อย
"เปล่าครับ ไม่มีอะไร... คุณเอาเอกสารวางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวผมดูให้" อคินตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังเหลือบมองกลับมาที่ฟ้าใสที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรยุ่บยั่บลงในกระดาษ
ในขณะที่อคินกำลังรับเอกสารจากผู้มาใหม่ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของฟ้าใสที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนใหม่จากแอปพลิเคชันแชต์ ซึ่งเป็นข้อความจากตัวอคินเองที่ส่งเข้ามาขัดจังหวะความคิดในหัวของเธอ
*Dr.Akin:* "ที่ผมพูดไปเมื่อกี้... ไม่ได้แปลว่าเล่นๆ นะครับ คืนนี้เลิกงานแล้ว ไปกินชาบูกันหน่อยไหมครับ ผมมี 'ทฤษฎีความสัมพันธ์' อีกหลายบทที่จะต้องอธิบายให้คุณฟังเป็นการส่วนตัว"
หัวใจของฟ้าใสกระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดร.อคินที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่พอดี เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอนิ่งๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งตรงมาให้ท่ามกลางสายตาของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ข้างๆ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความรู้ฟิสิกส์และความน่ารักของคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าใน "วิทยาศาสตร์รอบตัว" นะครับ
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 17
คลื่นความถี่ที่ตรงกันแบบไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!