“ถ้าคุณอคินเซ็นชื่อลงไปในเอกสารฉบับนี้ ทุกอย่างที่เราช่วยกันทำมาตลอดสองปี มันจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าทันทีนะครับ... และผมคิดว่าคุณน่าจะรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร”
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของ ‘กรณ์’ หัวหน้าทีมฝ่ายกฎหมายดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องประชุมใหญ่ บรรยากาศรอบตัวอึมครึมเสียจนแทบจะเอามือควานหาความอึดอัดเป็นก้อนได้ ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของดร.อคินหยุดชะงักลงห่างจากบรรทัดสุดท้ายไม่ถึงมิลลิเมตร
ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นโลหะปรายมองเอกสารหนาปึึกบนโต๊ะสลับกับใบหน้าเคร่งเครียดของกรณ์ ก่อนจะเหลือบไปเห็น ‘ฟ้าใส’ ที่ยืนกอดอกเม้มปากแน่นอยู่มุมห้อง ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววสดใสเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความกังวลใจและร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน
“ผมรู้ครับกรณ์” อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นที่เดาทางยาก “แต่ถ้าเราไม่เซ็นตอนนี้ ทุนวิจัยเฟสสุดท้ายจะถูกระดมไปที่โครงการอื่น และห้องแล็บของเรา... รวมถึงอนาคตของโปรเจกต์ ‘Quantum Heart’ ก็จะถูกสั่งปิดถาวรภายในสิ้นเดือนนี้เหมือนกัน คุณอยากให้ผมเลือกทางไหนล่ะครับ ระหว่างขายวิญญาณให้ทุนหนาแต่มีเงื่อนไขงี่เง่า กับการยืนหยัดแล้วพังพาบไปพร้อมกันเท่ๆ แบบไม่มีข้าว
กิน?”
“แต่นั่นมันหมายถึงการที่เราต้องยอมรับข้อเสนอ ‘ดัดแปลง’ ผลการทดลองให้เข้ากับความเชื่อของพวกบอร์ดบริหารสายมูไม่ใช่เหรอครับ!” ฟ้าใสทนไม่ไหว โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงดังลั่นห้อง เธอเดินปังๆ เข้ามาตบโต๊ะประชุมดังป้าบ จนกาแฟในแก้วกระเซ็น “นี่มันวิทยาศาสตร์นะดร.อคิน! ทฤษฎีควอนตัม ฟิสิกส์เชิงอนุภาค มันไม่ใช่เรื่องดวงตก พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก หรือการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาชีวิตอะไรนั่นสักหน่อย ทำไมคุณถึงยอมจำนนอะไรง่ายๆ แบบนี้ล่ะคะ... เอ้ย! แบบนี้ล่ะครับ!”
ฟ้าใสรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดหลบมุมปากกระตุกยิ้มของอคินที่หันมามองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
“อ้าว ทีแรกยังค่ะๆ อยู่เลยนี่ครับคุณฟ้าใส” อคินแกล้งแซ่วยิ้มๆ แม้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน เขาก็ยังไม่วายหาจังหวะกวนประสาทเธอได้เสมอ “เมื่อกี้ยังดุผมยิ่งกว่าแม่เสือสาว ตอนนี้เปลี่ยนโหมดเป็นห่วงผมเหรอครับเนี่ย หน้าแดงๆ นะครับ เป็นไข้หรือว่าเขินผมกันแน่”
“ใครเขินคุณฟะ! บ้าบอที่สุด!” ฟ้าใสโวยวายหน้าดำหน้าแดง รีบยกมือขึ้นมาพัดหน้าตัวเองปั๊บๆ เพื่อกลบเกลื่อนรอยเลือดฝาดที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู “นี่เรากำลังคุยเรื่องความอยู่รอดของโปรเจกต์มหาภัยนี่อยู่นะคะ! เอ้ย... นะครับ! คุณยังมีอารมณ์มาหยอกเล่นอีกเหรอ ดร.อคิน!”
“ผมไม่ได้หยอกเล่นนะครับฟ้าใส” อคินวางปากกาลงบนโต๊ะช้าๆ เสียงโลหะกระทบพื้นผิวมันวาวดังสะท้อนก้องในความเงียบ รอยยิ้มกวนๆ เมื่อครู่เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาสุขุมจริงจังที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ “ในทางควอนตัมฟิสิกส์ เรามีสิ่งที่เรียกว่า *Quantum Entanglement* หรือภาวะพัวพันเชิงควอนตัม... อนุภาคสองตัวที่เคยเชื่อมโยงกัน ต่อให้จะถูกแยกให้อยู่ไกลกันคนละฟากจักรวาล หากตัวหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง อีกตัวก็จะตอบสนองทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทาง...”
อคินหยุดพูดนิดหนึ่ง เขยิบตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนหน้าตื่นอยู่ตรงหน้าทีละก้าว ช้าๆ ทว่ากดดันจนฟ้าใสต้องถอยหลังไปชนผนังห้องโดยอัตโนมัติ
“แล้วคุณกับผมล่ะครับ... เราสองคนพัวพันกันขนาดนี้ ถ้าคุณพัง ผมจะยอมรอดอยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะครับ”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบ กรณ์ที่ยืนมองอยู่ถึงกับกระแอมไอเบาๆ แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความหมั่นไส้ในความเนียนของเจ้านายหนุ่ม ขณะที่ฟ้าใสสมองอื้ออึงไปหมด คำพูดจาบจ้วงแบบเนียนๆ ของดร.อคินทำเอาตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่เธอพยายามท่องจำมาทั้งวันกระเจิดกระเจิง กลายเป็นผงธุลีในพริบตา
“คุณ... คุณอคิน พูดอะไรเนี่ย! คนเยอะแยะนะ!” ฟ้าใสอ้อมแอ้มเสียงเบา หลบตาคมกริบที่มองตรงมาด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม มือเล็กพยายามผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่เจ้ากรรม ดร.อคินกลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็มตอกลงดิน แถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
“ผมพูดความจริงนะครับ” อคินกระซิบเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์ ชนิดที่คนฟังถึงกับขาอ่อนแรง “เอกสารฉบับนี้... ผมจะไม่เซ็นแบบยอมจำนนแน่นอน แต่เราจะใช้ ‘หลักการความน่าจะเป็น’ มาพลิกเกมสู้กับพวกเขากัน คุณไว้ใจผมไหมครับ?”
ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคมคายคู่นั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นใจและประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอกอย่างประหลาด ความกลัวและความเครียดที่สะสมมานานนับเดือนคลายตัวลงราวกับถูกปลดล็อกด้วยกุญแจวิเศษ
“ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น... ฉัน... เอ๊ย ผมก็จะลองเสี่ยงดูสักตั้งค่ะ! อื้อ! สักตั้งครับ!” ฟ้าใสกัดปากตัวเองด้วยความเจ็บใจที่เผลอหลุดคำเดิมซ้ำสอง แต่อคินกลับหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
“เยี่ยมมากครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มคำนวณความน่าจะเป็นที่จะเอาชนะบอร์ดบริหารหัวโบราณพวกนั้นกันดีกว่า” อคินหันกลับไปหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเตรียมเปิดไฟล์ข้อมูล แต่จังหวะนั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ไม่รอให้อนุญาต ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ ‘ค ณาธิป’ นักลงทุนอภิมหาเศรษฐีเจ้าของโปรเจกต์ทุนวิจัย ที่เดินยิ้มเยาะเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ โดยมีบอดี้าร์ดชุดดำยืนประกบซ้ายขวาอย่างน่าเกรงขาม
“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ดร.อคิน ดูท่าทางสนุกสนานกันจังนะ” คณาธิปเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “หวังว่าจะไม่ได้กำลังวางแผน ‘หนี’ ข้อเสนอของผมหรอกนะ... เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ผมเกรงว่าห้องแล็บนี้ อาจจะไม่มีแม้แต่กระแสไฟฟ้าให้พวกคุณเปิดไฟทดลองกันอีกต่อไปตั้งแต่พรุ่งนี้เช้าแล้วล่ะครับ”
บรรยากาศในห้องพลิกกลับมาคุกรุ่นและตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุดในทันที อคินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาเย็นชาของนักวิทยาศาสตร์ผู้พร้อมชนทุกอุปสรรค ขณะที่ฟ้าใสรีบก้าวเข้ามาขวางข้างๆ อคินโดยสัญชาตญาณ
และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะประชุมของอคินก็ส่งเสียงแจ้งเตือน ‘ติ๊ง!’ ขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัด หน้าจอแสดงข้อความอีเมลฉบับใหม่จากสำนักงานใหญ่... ส่งตรงถึงดร.อคินด้วยหัวข้อที่ทำเอาทั้งห้องต้องหยุดหายใจ:
**[ด่วนที่สุด: คำสั่งพักงานด่วน และการถอดถอนสิทธิ์การควบคุมโปรเจกต์ Quantum Heart มีผลทันที]**
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับความรักและฟิสิกส์ฉบับกวนๆ ของเรามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 18
ปริศนาที่ยังไม่ถูกไข (หรือไม่อยากไข)
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!