เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 15

ข้อผิดพลาดของระบบคือความทรงจำที่น่ารัก

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"คุณนี่มัน... อัจฉริยะในเรื่องทำให้ผมปวดหัวจริงๆ นะครับ ฟ้าใส" น้ำเสียงของ ดร.อคิน เจือไปด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าทึบ เบื้องหน้าของพวกเขาคือร่องรอยดินถล่มที่ปิดตายเส้นทางเดินเท้าหลัก แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือของทั้งคู่เหลือขีดสุดท้ายพอๆ กับความหวังในการหาทางออกจากอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ ฟ้าใสสะดุ้งเล็กน้อย เธอหดขาเข้าหาตัว ย่อตัวลงนั่งกอดเข่าบนก้อนหินชื้นๆ ใบหน้าที่มักจะเปื้อนรอยยิ้มสดใสในยามปกติ ตอนนี้กลับฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะยังเก่งกล้าเถียงกลับทันควันก็ตาม "ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ... เอ้ย! ใครจะไปรู้เล่า ว่าป้ายบอกทางของอุทยานมันจะลวงโลกยิ่งกว่าดวงชะตาราศีมีนเดือนนี้!" ฟ้าใสเกือบหลุดคำลงท้ายเดิมๆ ออกมาแก้ตัว แต่พอเหลือบเห็นสายตาดุๆ ที่แฝงความเอ็นดูของนักฟิสิกส์หนุ่ม เธอก็รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงแก้เก้อ "คือ... ฉันแค่อยากพาเดินลัดเลาะหาจุดชมวิวสวยๆ มาทำคอนเทนต์ ไม่คิดว่าระบบนิเวศมันจะต้อนเรามาติดแหงกอยู่ตรงนี้หรอกนะ ดร.อคิน" อคินถอนหายใจยาว เขาถอดเสื้อแจ็กเก็ตกันหนาวของตัวเองออกอย่างเงียบๆ ก่อนจะเดินเข้าไปคลุมไหล่ให้หญิงสาวที่กำลังนั่งตัวสั่นระริกจากความเย็นของอากาศยามค่ำคืน การกระทำที่แสนสุภาพและเอาใจใส่โดยไม่เอ่ยปากบ่นแม้แต่คำเดียวนั้น ทำให้หัวใจของฟ้าใสกระตุกวูบอย่างประหลาด "ขอบคุณค่ะ... อะแฮ่ม ขอบคุณครับ" ฟ้าใสรีบกระชับเสื้อแจ็กเก็ตตัวโคร่งที่ยังมีไออุ่นและกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของคนตัวโตติดอยู่ เธอก้มมองพื้นดินเพื่อซ่อนร่องรอยความเขินอุ่นวาบที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม อคินหย่อนตัวลงนั่งบนก้อนหินข้างๆ เว้นระยะห่างพอสมควรตามวิสัยทัศน์ของสุภาพบุรุษ แต่ใกล้พอที่จะทำให้รับรู้ถึงความอุ่นที่แผ่ออกมาจากกันและกัน ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ เขายกมือขึ้นดันแว่นตากรอบบางเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าทุกครั้ง "คุณรู้ไหมครับว่า ในทางควอนตัมฟิสิกส์ มีปรากฏการณ์หนึ่งที่เรียกว่า *Quantum Entanglement* หรือ การพัวพันเชิงควอนตัม" ฟ้าใสเอียงคอมองด้วยความฉงน ดวงตากลมโตสะท้อนแสงดาวริบหรี่ที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมา "มันคืออะไรคะ... เอ้ย คืออะไรเหรอคะ ดร.?" "มันคือภาวะที่อนุภาคสองตัวเชื่อมโยงถึงกันอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ห่างกันไกลสักแค่ไหนก็ตาม" อคินหันมาสบตาเธอนิ่ง สายตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการกวนประสาทเหมือนเคย มีเพียงความจริงจังที่ลึกซึ้ง "เวลาที่ผมต้องมาเจอเรื่องไม่เข้าท่า เดินหลงป่า หรือต้องมาคอยแก้ปัญหาชวนปวดหัวให้คุณ... ผมมักจะคิดเปรียบเทียบมันกับทฤษฎีนี้เสมอ" "เปรียบเทียบว่าอะไรคะ? ว่าฉันเป็นอนุภาคตัวปัญหาที่ทำให้ระบบรวนงั้นเหรอ?" ฟ้าใสย่นจมูกหมั่นไส้เล็กๆ แม้หัวใจจะเต้นรัวเป็นจังหวะกลองเพล "เปล่าเลยครับ" อคินอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง "ผมกำลังคิดว่า... ชีวิตคนเราก็เหมือนระบบที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน (Uncertainty Principle) เราไม่มีทางรู้เลยว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น หรือระบบจะพาเราไปติดอยู่ที่มุมอับตรงไหนของโลก แต่สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ การได้มาติดอยู่ใน 'ข้อผิดพลาดของระบบ' ครั้งนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ที่ตำราเล่มไหนก็สอนไม่ได้" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงด้วยความเงียบงันอันมีความหมาย ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มร่าเริงมาตลอดเริ่มเอ่อล้นออกมา เธอก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นบนตัก ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่อยู่ในใจมานาน "ดร.อคินคะ..." น้ำเสียงของเธอแผ่วเบaลง เจือความสั่นเครือเล็กน้อย "คุณเคยรู้สึกว่า... ตัวเองเป็นแค่ 'ส่วนเกิน' ในสมการของครอบครัวบ้างไหมคะ" อคินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งคู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่นักฟิสิกส์หนุ่มจะหันกลับมามองตรงไปข้างหน้า ทอดสายตาไปยังความมืดมิดของผืนป่า "ทำไมคุณถึงถามแบบนั้นล่ะครับ" เสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ลึก "ก็... ครอบครัวของฉันน่ะค่ะ" ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนรวบรวมความกล้า "พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ฉันยังเด็ก ทุกคนต่างมีครอบครัวใหม่ มีเส้นทางที่สมบูรณ์แบบของตัวเอง ฉันเป็นเหมือนแค่... หมุดปักชั่วคราวในแผนที่ชีวิตของพวกเขา ย้ายไปบ้านโน้นที บ้านนี้ที จนบางครั้ง... ฉันก็ไม่รู้ว่าตกลงแล้ว 'บ้าน' ของฉันมันอยู่ที่ไหนกันแน่ การที่ฉันต้องเป็นคนคิดบวก ยิ้มเก่ง ร่าเริงตลอดเวลา... มันก็แค่เกราะป้องกันตัวไม่ให้ใครรู้ว่าข้างในมันเคว้งคว้างแค่ไหนหรอกนะคะ" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวผู้สดใสเสมอ ทำให้หัวใจของอคินกระตุกวูบ เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดี... ดีเสียยิ่งกว่าใคร "คุณรู้ไหมครับ... ฟ้าใส" อคินหันมามองเธออีกครั้ง แววตาคู่นั้นไหววับด้วยความรู้สึกที่แท้จริง "ตอนที่ผมยังเด็ก ครอบครัวของผมคาดหวังให้ผมเป็น 'สมการที่สมบูรณ์แบบ' ทุกย่างก้าวต้องมีคำตอบ ทุกความรู้สึกต้องถูกควบคุมด้วยเหตุผลและตรรกะ พ่อแม่ไม่เคยสนใจว่าตัวตนจริงๆ ของผมต้องการอะไร พวกเขาสนใจแค่ว่าผลลัพธ์มันตรงตามเป้าหมายที่ขีดไว้หรือเปล่า ผมเติบโตมาในบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเงียบเหงาและกฎเกณฑ์ จนผมคิดว่า... มนุษย์เราคงไม่ต้องมีความรู้สึกอะไรเลยก็ได้ ถ้ามีชีวิตอยู่ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว" ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ความประหลาดใจฉายชัดในแววตา เธอไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้ท่าทางเนี้ยบ เฉียบขาด และปากจัดของ ดร.อคิน จะมีรอยแผลเป็นในวัยเด็กที่คล้ายคลึงกับเธอราวกับแกะ "แล้ว... ตอนนี้ล่ะคะ?" ฟ้าใสกระซิบถาม เสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเสียงลมจะพัดพาคำถามนี้หายไป "ตั้งแต่ผมได้มารู้จักคุณ..." อคินขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปหมายจะสัมผัสกลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงจากการเดินทาง แต่ก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศเพียงชั่ววินาที ก่อนจะตัดสินใจวางลงบนเส้นผมนุ่มเบาๆ อย่างทะนุถนอม "ระบบที่เคยร2นและไร้ระเบียบของผม กลับมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นไม่ใช่เพราะตรรกะทางวิทยาศาสตร์... แต่เป็นเพราะรอยยิ้มและความมึนของคุณต่างหาก" ฟ้าใสเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเดินหลงป่าเสียอีก ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เธอกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลคำพูดของคนตรงหน้าไม่ทัน "ดร.อคิน... นี่คุณ... กำลังหยอดฉันอยู่เหรอคะ?" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามหาเสียงตัวเองให้กลับมาปกติ "ผมไม่ได้หยอดครับ" อคินดึงมือกลับไปประสานกันไว้ที่เดิม ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง เขากระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนความเขิน "ผมแค่กำลังบอกความจริง... ในฐานะที่ข้อผิดพลาดของระบบครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้ว่า การมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ในความมืด มันดีกว่าการยืนอยู่ท่ามกลางความสว่างที่ไร้ความหมายตั้งเยอะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งสองคนสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางแสงดาว ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังสร้างบรรยากาศสุดฟีลกู๊ดและอบอุ่นหัวใจจนแทบละลายนั้นเอง... *ครืนนนซ่า... เพล้ง!* เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินและแสงไฟสปอตไลท์สีแดงฉานสว่างวาบขึ้นจากยอดไม้เบื้องบน ตามมาด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอคินที่แผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ อคินสะดุ้งรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบติดตามตัวของเจ้าหน้าที่อุทยานที่เพิ่งจับสัญญาณสัญญาณชีพของพวกเขาได้ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อดังแว่วมาแต่ไกล "เฮ้ย! ดร.อคิน! คุณฟ้าใส! อยู่แถวนี้หรือเปล่าครับ!" ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัว รีบผุดลุกขึ้นยืนปัดกากเพชรและเศษใบไม้ตามตัวพัลวัน ใบหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอายที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ แต่อคินกลับไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเจ้าหน้าที่เลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของเขาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ ที่แสดงข้อความแชตค้างเติ่งจากหน้าจอระบบส่งอัตโนมัติ ซึ่งเขากดส่งข้อความสารภาพความในใจอีกประโยคยาวเหยียดออกไปโดยไม่ตั้งใจเพราะความตกใจเมื่อครู่... และปุ่ม "ยกเลิกข้อความ" ก็เพิ่งจะหมดเวลาใช้งานไปเมื่อหนึ่งวินาทีที่แล้วพอดี! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ป่วนๆ ของทั้งคู่เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%