เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 14

คืนที่ดาวไม่เป็นใจแต่ฟ้าใสเป็นงาน

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"ถ้าคุณอคินยังเอาแต่ขมวดคิ้วใส่ท้องฟ้าแบบนั้น ผมเกรงว่าดาวบนฟ้าอาจจะร่วงลงมาตายเพราะความกดดันจากหน้าตาของคุณหมดพอนะครับ" เสียงใสๆ ที่เจือด้วยรอยยิ้มซุกซนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของผืนป่าในยามวิกาล ฟ้าใสกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนเสื่อปิกนิกผืนเล็ก แสงไฟฉายสีวอร์มไลท์สะท้อนกับดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับแข่งกับหมู่ดาวเบื้องบน เธอยื่นแก้วกระดาษบรรจุโกโก้ร้อนส่งให้ชายหนุ่มที่นั่งหน้าเครียดอยู่ข้างๆ ดร.อคิน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รับแก้วโกโก้อุ่นๆ มาถือไว้โดยไม่ยอมสบตา มืออีกข้างยังคงถือแท็บเล็ตเปิดแอปพลิเคชันแผนที่ดาวค้างไว้ หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด "นี่มันไม่ใช่เรื่องความกดดันทางบรรยากาศนะครับคุณฟ้าใส แต่เป็นเรื่องของความห่วยแตกในการวางแผนของใครบางคนที่ดันพยากรณ์อากาศพลาด จนทำให้เราต้องมาติดแหงกอยู่กลางป่าลึกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างไร้สัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบนี้" อคินบ่นอุบ พลางยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง "แหม ก็ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าพายุฤดูร้อนมันจะเซอร์ไพรส์เก่งยิ่งกว่าคุณตอนตรวจงานทีสิสของนักศึกษาปีสี่ล่ะครับ" ฟ้าใสลอยหน้าลอยตาเถียงกลับทันควัน "อีกอย่าง... การที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตน่ะ มันคือของขวัญจากจักรวาลเลยนะครับ คุณจะได้เลิกก้มหน้ามองจอสมาร์ทโฟน แล้วเงยหน้าขึ้นมามองความมหัศจรรย์ของจักรวาลของจริงที่อยู่ตรงหน้าสักที" อคินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองไปรอบตัวที่มีเพียงความมืดมิดและเสียงจิ้งหรีดเรไร "จักรวาลของจริงที่คุณว่า กำลังทำให้ผมเสี่ยงต่อการเป็นปอดบวมเพราะความชื้นในอากาศนะสิครับ... ไหนล่ะครับ มุมมองแปลกใหม่ที่คุณโม้ไว้ตั้งแต่ตอนเดินเท้าเข้ามา" ฟ้าใสอมยิ้ม เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชิดกัน อคินสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี "ไหนๆ ฟ้าก็ไม่เป็นใจ ดาวก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นใจกับทฤษฎีฟิสิกส์ของคุณ งั้นเรามามองดาวผ่านเลนส์ของ 'ควอนตัมความรู้สึก' กันดีกว่าครับ ดร.อคิน" ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง "คุณรู้ไหมว่า แสงดาวที่เราเห็นอยู่ตอนนี้... ความจริงแล้วมันคืออดีต" อคินชะงัก สีหน้าหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความแปลกใจเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของนักวิทยาศาสตร์ "ฮึ... พูดเหมือนเคยอ่านบทความฟิสิกส์ดาราศาสตร์มาบ้างนี่ครับ" "ก็พอตัวนะครับ" ฟ้าใสยิ้มกริ่ม "แสงจากดาวฤกษ์ดวงที่สว่างที่สุดตรงนั้น... Sirius ใช่ไหมล่ะครับ? มันใช้เวลาเดินทางข้ามห้วงอวกาศมาถึงตาเราตั้งแปดปีเศษ แปลว่าภาพที่เราเห็นในตอนนี้ คือภาพของดาวดวงนั้นเมื่อแปดปีที่แล้ว... แล้วถ้าเปรียบเทียบกับความรู้สึกของคนเราล่ะครับคุณอคิน" อคินหันไปมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่ต้องกับแสงไฟสลัว แววตาของเธอมีความลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มขี้เล่น "ความรู้สึกอะไรของคุณอีกครับเนี่ย?" อคินถามเสียงนุ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ก็... บางทีความรู้สึกที่เราแสดงออกไปในวันนี้ อาจจะเป็นแสงที่เดินทางมาจากความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนก็ได้นะครับ" ฟ้าใสหันมาสบตาตรงๆ "เหมือนกับที่คุณชอบทำเป็นปากแข็ง ทำเป็นรำคาญผม แต่ลึกๆ แล้ว... แสงในใจคุณมันกำลังเดินทางมาถึงผมตั้งนานแล้วล่ะครับ" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งลงชั่วขณะ เสียงลมหายใจของกันและกันเด่นชัดขึ้นท่ามกลางความเงียบ อคินรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ทั้งที่อากาศในป่าค่อนข้างเย็นจัด "คุณ... พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเนี่ยครับ" อคินเบือนหน้าหนี ทำเป็นยกแก้วโกโก้ขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ "นี่มันหลักการทางจิตวิทยาตื้นๆ หรือคุณเอามาจากเพจดูดวงที่ไหนอีกครับเนี่ย" "เปล่าสักหน่อยครับ ผมพูดเรื่องจริง" ฟ้าใสหัวเราะคิกคัก ชอบใจที่ได้เห็นคนปากแข็งเสียอาการ "ดูสิครับ ขนาดตอนนี้คุณปฏิเสธ แต่หูของคุณแดงแจ๋ยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศสุกซะอีกนะ ดร.อคิน" "ผมแค่แพ้อากาศต่างหากเล่า!" อคินโวยวายกลบเกลื่อน พลางวางแก้วลงแรงๆ จนโกโก้กระฉอกเล็กน้อย "เด็กนี่... ชักจะปีปีนเกลียวใหญ่แล้วนะครับ" "ยอมรับมาเถอะน่าว่าคุณก็แอบหวั่นไหวกับความโรแมนติกแบบควอนตัมของผมเหมือนกัน" ฟ้าใสขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนอคินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเธอ กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กปะปนกับกลิ่นอายธรรมชาติรอบตัว ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของนักฟิสิกส์หนุ่มผู้ยึดมั่นในเหตุผลเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง อคินหันกลับมามองเธอ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการล้อเล่น เหลือเพียงความจริงใจและความอบอุ่นที่ส่งผ่านออกมาอย่างชัดเจน มือเรียวของฟ้าใสยื่นออกมาช้าๆ ปัดเศษใบไม้แห้งที่ติดอยู่บนไหล่เสื้อให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้อคินแทบหยุดหายใจ ชั่ววินาทีนั้น... กฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์และสมการคณิตศาสตร์ทั้งหมดในหัวของดร.อคินพลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงทฤษฎีเดียวที่ใช้พิสูจน์ไม่ได้ด้วยเครื่องมือใดๆ ในโลก *นั่นคือทฤษฎีที่ว่า... เขาแพ้ทางผู้หญิงคนนี้เข้าอย่างจังเสียแล้ว* ในจังหวะที่อคินสูดหายใจเข้าลึกเตรียมจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าใจหายนี้ เสียงกรอบแกรบของกิ่งไม้แห้งก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลังแนวต้นสนห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร! ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว ฟ้าใสอุทานเบาด้วยความตกใจและรีบคว้าแขนอคินไว้แน่น อคินดึงเธอก้าวถอยหลังมาอยู่ด้านหลังสัญชาตญาณการปกป้องทำงานเร็วกว่าความคิด ดวงตาคมกวาดมองฝ่าความมืดไปยังต้นตอของเสียงด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว ท่ามกลางความมืดมิด มีเงาร่างสูงใหญ่ผิดมนุษย์ก้าวออกมาจากแนวทึบของป่า พร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ... และดวงตาสีอำพันคู่หนึ่งที่สะท้อนแสงไฟฉายกำลังจ้องตรงมายังพวกเขาทั้งสองคน! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและควอนตัมความรักครั้งนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%