เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 12

การเดินทางไปพิสูจน์ความจริงในป่า

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
“บอกแล้วไงครับว่าเสียงที่ได้ยินในคลื่นความถี่สองร้อยเฮิรตซ์เมื่อกี้ มันไม่ใช่เสียงผีโขมดอะไรทั้งนั้น แต่เป็นปรากฏการณ์ *Infrasound* ที่เกิดจากการสั่นพ้องของลมที่ลอดผ่านโพรงไม้ใหญ่ต่างหากล่ะครับ คุณฟ้าใส” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของผืนป่าทึบยามค่ำคืน แสงไฟฉายคาดหัวของ ดร.อคิน สาดส่องไปยังกลุ่มรากไม้โบราณขนาดใหญ่ที่แผ่ขยายระเกะระกะอยู่เบื้องหน้า ฟ้าร้องคำรามเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าสายฝนที่โปรยปรายลงมาปรอยๆ เมื่อครู่กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นพายุชุดใหญ่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า และนั่นไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าอภิรมย์เลยสักนิดสำหรับการมาออกภาคสนามเพื่อถ่ายทำรายการไขปริศนาเสียงหลอนในป่าลึกครั้งนี้ “ฮึ่ย! ด็อกเตอร์นี่มันแท่างจริงๆ เลยนะ! คนเขากกำลังบิ้วด์อารมณ์ให้คุณผู้ชมทางบ้านอินกับตำนานเจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขาอยู่แท้ๆ ดันมาขัดลาภ เอ๊ย! ขัดจังหวะด้วยหลักการฟิสิกส์กะโหลกะกะลาอะไรอยู่ได้เล่า!” ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัวเมื่อแสงไฟฉายจากร่างสูงโปร่งหันมาส่องหน้าเธอพอดี เธอรีบยกมือขึ้นปัดป้องแสงจ้าพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้ชายหนุ่ม ปากบางยื่นออกมาด้วยความงอน ขณะที่มืออีกข้างก็ยังกำไมโครโฟนไร้สายแน่น ราวกับว่ามันเป็นเครื่องรางคุ้มภัยชั้นดี “เขาเรียกว่าวิทยาศาสตร์ครับ ไม่ใช่กะโหลกะกะลา” อคินถอนหายใจยาว พลางขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าเพราะไอชื้นของป่า “แล้วที่สำคัญนะครับ การที่คุณลากผมซึ่งเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีระดับดอกเตอร์ มาเดินลุยป่าดงพงไพรตอนตีสองครึ่ง เพียงเพราะชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงกระซิบปริศนาเนี่ย มันอยู่นอกเหนือขอบเขตงานวิจัยของผมไปไกลโขเลยนะทําเป็นเล่นไป” “ก็เพราะว่าอาจารย์เป็นนักฟิสิกส์ไงคะ... เอ๊ย! เป็นนักฟิสิกส์ไงครับ! ถึงต้องมาพิสูจน์ให้เห็นกับตา ว่าไอ้เสียงที่ชาวบ้านเขาเล่าลือกันเนี่ย มันมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับยังไง หรือ... หรือว่าจริงๆ แล้ว...” ฟ้าใสลดเสียงลงต่ำโดยอัตโนมัติ หันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดระแวง เมื่อลมกัสต์ระลอกใหญ่พัดผ่านยอดไม้จนเกิดเสียงหวีดหวิวชวนขนหัวลุก “หรือว่ามันจะมีอะไรที่วิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้จริงๆ?” อคินมองท่าทางหวาดๆ แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย—ระหว่างความหมั่นไส้กับความเอ็นดูที่ตีคู่กันมาในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันเหลือเกิน ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาตรีก่อนหน้านี้ ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินลัดเลาะผ่านแนวป่ารกทึบเพื่อหาจุดติดตั้งอุปกรณ์บันทึกคลื่นเสียงความถี่ต่ำ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของอคินสั่นครืดคราดขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าใหญ่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความที่เขาเผลอพิมพ์ระบายความในใจบางอย่างส่งออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ—ไม่ใช่สิ มันถูกส่งไปเพราะแรงกระแทกตอนที่เขาสะดุดรากไม้ต่างหาก! และยิ่งตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อหน้าจอแสดงสถานะว่าอีกฝ่าย *“กำลังพิมพ์...”* ตอบกลับมาทันที! *‘นายอคิน แกนี่มันซุ่มซ่ามเป็นบ้าเลย... ดันไปสารภาพความรู้สึกบ้าๆ แบบนั้นออกไปได้ยังไงวะเนี่ย!’* เสียงกรีดร้องในใจของนักฟิสิกส์หนุ่มดังลั่นยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าเสียอีก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสงบและเต็มไปด้วยเหตุผลเสมอ บัดนี้กลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมทั้งที่อากาศรอบตัวค่อนข้างเย็นจัด เขาพยายามจะกดปุ่มยกเลิกข้อความ แต่ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว “นี่... ด็อกเตอร์ หน้าตาดูเคร่งเครียดจังเลยนะคะ... เอ๊ย! ครับ!” ฟ้าใสที่สังเกตเห็นความผิดปกติ ชะงักฝีเท้าแล้วหันมามองชายหนุ่มหรี่ตาจับผิด “หรือว่า... แอบแชทหาใครอยู่? ยอมรับมานะว่าแอบส่งรายงานความคืบหน้าให้ท่านศาสตราจารย์ หรือว่า... แอบคุยกับสาวที่ไหน!” “เปล่าครับ!” อคินปฏิเสธเสียงสูงเกินกว่าปกติไปนิด จนอีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความสงสัย “เสียงสูงเชียวนะคะ... เอ๊ย! นะครับ!” ฟ้าใสยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ในมือของอคินสะท้อนเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ “ไหนเอามาดูซิว่าใครทักมาดึกดื่นป่านนี้ หรือว่า... โดนผีสาวในป่าทักแชทมาขอส่วนบุญแล้วล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ” “อย่ามาไร้สาระน่าครับ ฟ้าใส” อคินรีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วยัดเก็บใส่กระเป๋าเสื้อกันหนาวอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่ามันจะเป็นระเบิดเวลา “เราควรโฟกัสกับงานตรงหน้าดีกว่าครับ เสียงเมื่อกี้มันดังขึ้นมาอีกรอบแล้วนะ ได้ยินไหม?” บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงทันทีเมื่ออคินเปลี่ยนเรื่อง เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานไปกับเสียงหริ่งเรไรและหยาดฝนที่เริ่มกระทบใบไม้เสียงดังซ่า *หวี...ดดด... ตึ้ง!* เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกลองเพลสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องลึกของหุบเขา มันไม่ใช่เสียงโหยหวนแบบในละครผี แต่มันเป็นแรงสั่นสะเทือนที่วิ่งผ่านพื้นดินขึ้นมาจนถึงฝ่าเท้า แรงสั่นสะเทือนระดับนั้น... ทำเอาหัวใจของคนที่ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์อย่างอคินยังกระตุกวูบ “เห็นไหมล่ะคะ! เสียงนั้นมันมาอีกแล้วนะ!” ฟ้าใสคว้าแขนเสื้อของอคินไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบที่ส่งผ่านเนื้อผ้าหนาบ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังกลัวจริงๆ “มัน... มันไม่ใช่แค่ลมพัดผ่านโพรงไม้แน่ๆ ด็อกเตอร์! บรื๋อ... ขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย” อคินก้มมองมือเล็กที่กำแขนเสื้อเขาแน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของหญิงสาวซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะกับผิวเนื้อ แม้สถานการณ์รอบตัวจะชวนให้หวادผวา แต่หัวใจของนักฟิสิกส์หนุ่มกลับเต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลทางชีววิทยาที่ตำราเล่มไหนก็อธิบายไม่ได้ “อย่า... อย่าเพิ่งตื่นตูมสิครับ” อคินพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าหูของเขาจะแดงก่ำลามไปถึงใบหู “ตามหลักกลศาสตร์ของไหล (Fluid Dynamics) เมื่อลมความเร็วสูงพัดปะทะเข้ากับปากถ้ำหรือซอกหินที่มีเรโซแนนซ์เฉพาะตัว มันจะเกิดคลื่นความถี่ต่ำที่เรียกว่า... เอ่อ... ที่เรียกว่า...” “ที่เรียกว่าอะไรล่ะคะ! มัวแต่อึกอักอยู่ได้!” ฟ้าใสเร่งเร้า ดวงตาคู่นั้นเงยขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด แสงไฟฉายสาดสะท้อนใบหน้าของทั้งคู่ท่ามกลางความมืดมัวของราวป่า “เรียกว่า... เรียกว่า... ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณตอนนี้ยังไงล่ะครับ” อคินเผลอหลุดปากพูดออกไปโดยไม่ทันตั้งสมมติฐานให้รอบคอบ เนื่องจากความใกล้ชิดและความกดดันรอบด้าน ทำให้กลไกการป้องกันตัวของสมองส่วนหน้าพังทลายลงในเสี้ยววินาที ฟ้าใสชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อยก่อนจะหุบลง “หา? อะไรนะคะ... เมื่อกี้อาจารย์พูดว่าอะไรนะ?” อคินหน้าถอดสีทันที เขาอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองลงไปตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด สมองประมวลผลด้วยความเร็วแสงเพื่อหาทางแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ยังไม่ทันที่อ้าปากจะแก้ตัว... *พรึ่บ!* ไฟฉายแรงสูงที่ติดตั้งอยู่บนขาตั้งกล้องเพื่อใช้บันทึกภาพบรรยากาศ เกิดกระพริบถี่ๆ ส Uง ส Uง ส Uง ก่อนจะดับสนิทลงพร้อมกันทั้งระบบ ความมืดมิดสนิทไร้แสงดาวเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันที มีเพียงแสงสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์ในกระเป๋าของอคินที่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน *“แล้วที่พิมพ์มาก่อนหน้านี้... หมายความว่ายังไงคะ ด็อกเตอร์?”* ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความป่วนชวนอมยิ้มของคู่หูขั้วตรงข้ามคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%