"ถ้าจักรวาลนี้เกิดมาจากบิ๊กแบงจริง แล้วใครจุดชนวนระเบิดล่ะครับ ดร.อคิน? ตอบไม่ได้ล่ะสิ เพราะในสมการควอนตัมของคุณ มันไม่มีช่องให้พระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์หายใจอยู่เลยใช่ไหมล่ะ!"
เสียงกระแทกแก้วกาแฟเซรามิกกระทบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปัง จนฟองนมลาเต้อาร์ตหน้าหมีแพนด้าในแก้วของฟ้าใสกระเซ็นเลอะขอบแก้ว ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะระยิบระยับด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้กำลังฉายแววเอาจริงเอาจังชนิดที่เรียกว่าพร้อมจะเปิดศึกสงครามโลกครั้งที่สามกลางคาเฟ่สไตล์มินิมอลแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ
ดร.อคินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นิ้วเรียวยาวที่กำลังเลื่อนหน้าจอไอแพดเพื่อตรวจทานโค้ดจำลองการขยายตัวของเอกภพ (Universe Expansion Simulation) ชะงักลง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงข้ามด้วยสายตานิ่งสนิท สติปัญญาและตรรกะระดับดוקเตอร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำกำลังประมวลผลคำถามสุดมึนที่หลุดออกมาจากปากยูทูบเบอร์สายมูเตลูเบอร์หนึ่งของประเทศ
"ฟ้าใสครับ..." อคินเริ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นแฝงรังสีความปวดหัวไว้ล้นปรี่ "นี่เรากำลังคุยเรื่องฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ไม่ใช่รายการคนทรงเจ้าเข้าผีนะครับ บิ๊กแบงไม่ใช่ลูกประทัดวันตรุษจีนที่ต้องมีคนมาจุดชนวน มันคือการขยายตัวอย่างฉับพลันของปริภูมิ-เวลา (Spacetime) จากจุดที่มีความหนาแน่นและอุณหภูมิอนันต์ ไม่มีมือที่มองไม่เห็นที่ไหนยื่นเข้ามาถือไฟแช็กทั้งนั้นแหละครับ"
"แล้วก่อนหน้าบิ๊กแบงล่ะ?" ฟ้าใสเชิดหน้าขึ้น กอดอกแน่น ดวงตาจ้องเขม็ง "ในเมื่อไม่มีอะไรเลยตามหลักฟิสิกส์ แล้วอะไรลุกขึ้นมาสั่งให้มันระเบิดออกมาเป็นกาแล็กซีเป็นพันล้านแห่งได้ล่ะคะ ถ้าไม่ใช่พลังงานเหนือธรรมชาติหรือความตั้งใจของเทพเจ้าผู้สร้าง? วิทยาศาสตร์ของคุณตอบตรงนี้ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ!"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นผ่านไปมาจนน่าขนลุก โต๊ะทำงานตัวยาวในมุมเงียบสงบของคาเฟ่กลายเป็นสนามประลองระหว่าง "เหตุผลเชิงประจักษ์" กับ "ศรัทธาสายมู" ที่ไม่มีใครยอมใคร ร่องรอยความฟินและบรรยากาศละมุนละไมจากตอนที่แล้ว ระเหิดหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงอุณหภูมิความเดือดที่พุ่งปรี๊ดทะลุจุดเดือดหนึ่งร้อยองศาเซลเซียสไปไกลลิบ
อคินขยับแว่นสายตาเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทฟ้าใสผุดขึ้นมาอย่างช้าๆ แม้ในใจจะกำลังคิดว่ายายเด็กนี่ดื้อรั้นเสียจนน่าจับตีมือสักทีสองที
"คุณกำลังใช้ตรรกะของมนุษย์ที่ติดอยู่ในมิติที่สาม ไปตัดสินสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของเวลาและอวกาศนะครับ ฟ้าใส" อคินโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงทุ้มนุ่มแต่จริงจังดึงดูดสายตาของโต๊ะข้างๆ ให้หันมามอง "ตามทฤษฎีแรงโน้มถ่วงควอนตัมลูป (Loop Quantum Gravity) และแนวคิดของสตีเฟน ฮอว์กิ้ง เวลาและอวกาศไม่ได้มีอยู่ก่อนบิ๊กแบง การถามว่า 'ก่อนบิ๊กแบงมีอะไร' ก็เหมือนกับการถามว่า 'ทิศเหนือที่เหนือกว่าขั้วโลกเหนือขึ้นไปอีกคืออะไร' นั่นแหละครับ มันเป็นคำถามที่ไร้ความหมายในเชิงฟิสิกส์"
"โอ้โห! ตอบแบบนี้กำปั้นทุบดินมากค่ะ ดร.อคิน!" ฟ้าใสโวยวายเสียงดังลั่นจนบาริสต้าหลังเคาน์เตอร์สะดุ้ง "พอตอบไม่ได้ก็บอกว่าเป็นคำถามไร้ความหมาย งั้นถ้าหนูบอกว่าตอนที่หนูไปแก้ชงที่วัดจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน แล้วจู่ๆ ลมก็พัดธูปหักเป็นเลขสามตัวตรง นั่นก็คือปาฏิหาริย์ที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้เหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ?"
"อันนั้นเขาเรียกว่าธูปชื้นครับ!" อคินสวนกลับทันควันแทบไม่ต้องหายใจ "ความชื้นในอากาศสัมผัสกับเนื้อไม้ของธูป ทำให้โครงสร้างอ่อนแอลง ประกอบกับลมที่พัดผ่านตามหลักพลศาสตร์ของไหล (Fluid Dynamics) มันคือความน่าจะเป็นทางสถิติและฟิสิกส์พื้นฐาน ไม่ใช่ท่านเปาหรือเทพเจ้าองค์ไหนมาดลบันดาลให้คุณถูกหวยหรอกนะครับ เลิกเอาความบังเอิญไปผูกติดกับเรื่องงมงายสักทีจะได้ไหมครับ"
ฟ้าใสอ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความน้อยใจ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำใสๆคลอหน่วยเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเสียใจที่เถียงแพ้ แต่เพราะเธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ช่างไร้หัวใจและทำลายความเชื่ออันสวยงามของเธออย่างไร้ความปรานีเสียเหลือเกิน
"คุณมัน... ตาแก่หัวโบราณที่ไร้จินตนาการสิ้นดี!" ฟ้าใสกัดริมฝีปากแน่น เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "สำหรับคุณ โลกนี้คงมีแต่ตัวเลข สมการ และความเย็นชา ไม่มีพื้นที่ให้ความมหัศจรรย์ ความรัก หรือความเชื่อมั่นในสิ่งที่เรามองไม่เห็นเลยสินะคะ"
พูดจบ ฟ้าใสก็คว้ากระเป๋าผ้าใบโปรด สะพายขึ้นบ่าอย่างรวดเร็ว ทำท่าจะลุกหนีออกจากโต๊ะทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าดร.หนุ่มจอมหลักการอีก
อคินชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามกราฟไซน์ (Sine Wave) จู่ๆ ก็สะดุดกึก ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อเห็นแผ่นหลังบางที่สั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาในอกอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าปฏิกิริยาฟิวชัน
ให้ตายเถอะ... เขากลefทำให้ยายเด็กนี่โกรธจนจะร้องไห้อีกแล้วหรือนี่?
อคินลุกขึ้นพรวดเดียว คว้าข้อมือเรียวของฟ้าใสไว้เบื้องล่าง แรงดึงเบาๆ ทำให้เธอต้องหันกลับมามองด้วยความตกใจ แววตาที่ดื้อรั้นเมื่อครู่ตอนนี้ฉายแววตัดพ้ออย่างชัดเจน
"เดี๋ยวสิครับ ฟ้าใส..." อคินเอ่ยเสียงอ่อนลง ความแข็งกร้าวในฐานะนักวิทยาศาสตร์ผู้ยึดมั่นในเหตุผลหายวับไปกับตา เหลือเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังลنيรลานทำตัวไม่ถูกเมื่อเจออาวุธลับคือน้ำตาของคนตรงหน้า "ผมไม่ได้หมายความว่า..."
ระหว่างที่อคินกำลังอ้าปากจะอธิบายและง้องอนด้วยคำพูดที่เรียบเรียงไม่ค่อยถูกนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของฟ้าใสที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับข้อความจากระบบอัตโนมัติของแอปพลิเคชันนัดเดทชื่อดังที่ฟ้าใสเคยสมัครเล่นๆ ไว้เพื่อคอนเทนต์ยูทูบ แต่ดันตั้งค่าเปิดสาธารณะไว้โดยลืมปิด
[แจ้งเตือนจากระบบ: คุณมีนัดเดทมื้อค่ำกับ 'คุณธาม' นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ดีกรีปริญญาโทจากอังกฤษ เวลา 19:00 น. วันนี้ ณ รูฟท็อปเลานจ์สุดหรู อย่าลืมไปตามนัดนะคะ!]
ข้อความนั้นสะท้อนเข้าตาของอคินเต็มๆ ประโยคที่กำลังจะเอ่ยง้อคนตรงหน้ากลืนกลับลงคอไปทันที ดวงตาคมกริบของนักฟิสิกส์หนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย ความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่เคยยอมรับมาก่อนพุ่งปรี๊ดขึ้นมายิ่งกว่าอุณหภูมิในใจเมื่อครู่เสียอีก
ฟ้าใสชะงัก เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มบึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆ ของอคิน เธอกะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นประกายไฟแปลกๆ ในแววตาของดร.หนุ่มจอมหยิ่ง
"อ๋อ..." อคินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและคมกริบขึ้นมาทันที "มีนัดดินเนอร์กับนักธุรกิจหนุ่มเรียนจบนอกนี่เองสินะครับ ถึงได้รีบอยากจะลุกหนีผมไปนัก สงสัยคนคนนั้นคงมีคำอธิบายเรื่องบิ๊กแบงที่ถูกใจคุณมากกว่าผมสินะครับ?"
"นี่คุณ!" ฟ้าใสตาโตขึ้นด้วยความตกใจและหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน "มันเป็นแค่ระบบแจ้งเตือนเก่าตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้วค่ะ หนูไม่ได้จะไป..."
แต่ยังไม่ทันที่ฟ้าใสจะได้อธิบายจบ อคินก็ยื่นมือไปคว้าสมาร์ตโฟนของเธอมาถือไว้หน้าตาเฉย นิ้วเรียวกดหน้าจอไม่กี่ครั้งด้วยความเร็วสูงก่อนจะกดส่งข้อความบางอย่างออกไปหา "คุณธาม" คนนั้นทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของฟ้าใส
"คุณทำอะไรน่ะ! เอาโทรศัพท์คืนมานะ!" ฟ้าใสโวยวายพยายามจะแย่งมือถือคืน แต่อคินดันยกมือขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่เขาสูงกว่าเธอเกือบสองช่วงตัว ทำให้เธอทำได้แค่เขย่งปลายเท้าปัดป่ายไปมาเหมือนแมวตัวน้อยที่พยายามตะปบเหยื่อ
อคินก้มมองหน้าจอที่ขึ้นสถานะ *'ส่งข้อความแล้ว'* มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฟ้าใสไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายเดือนที่รู้จักกัน
ดร.หนุ่มอ่านข้อความที่ตัวเองเพิ่งส่งออกไปให้ฟ้าใสฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ:
*"ขอโทษด้วยนะครับ พอดีวันนี้ผมมีนัด 'สลายทฤษฎีบิ๊กแบง' กับแฟนตัวจริงทั้งคืนแล้ว คงไปดินเนอร์ด้วยไม่ได้ครับ"*
ฟ้าใสเบิกตากว้างจนแทบถลอกจากเบ้า หน้าแดงลามไปจนถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวทันทีที่สมองประมวลผลคำว่า *'แฟนตัวจริง'* หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งอย่างดร.อคิน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 8 แล้วนะครับ มาลุ้นกันต่อว่าข้อความนั้นจะปั่นป่วนหัวใจของทั้งคู่แค่ไหนในตอนหน้าครับ!
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 8
ความร้อนที่พุ่งปรี๊ดเกินจุดเดือด
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!