"ถ้า ดร.อคิน เป็นอนุภาคควอนตัมจริง ๆ ผมว่าสถานะของดร.ตอนนี้คงกำลังเกิด Superposition แน่ ๆ เลยครับ"
เสียงแจ้งเตือนแชตดังขึ้นพร้อมกับข้อความกวน ๆ จากฟ้าใสที่ส่งเข้ามาขัดจังหวะการตรวจเปเปอร์วิจัยบนหน้าจอแท็บเล็ตของอคินกลางดึก อคินขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวชะงักจากการพิมพ์สมการฟิสิกส์เชิงทฤษฎี เขาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอาปนมันเขี้ยว ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสง
[ดร.อคิน]: อยู่ในสถานะควอนตัมอะไรของคุณอีกครับคุณฟ้าใส ดึกดื่นไม่หลับไม่นอน ว่าว่างมากหรือไงถึงได้สรรหาทฤษฎีเพ้อเจ้อมาป่วนผมอีกแล้ว
[ฟ้าใส]: เปล่าสักหน่อย! ก็แค่วิเคราะห์ตามหลักฟิสิกส์แท้ ๆ... ดร.ลองนึกภาพตามนะ อนุภาคในสถานะ Superposition คือมันสามารถอยู่ได้หลายสถานะพร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกัน จนกว่าจะมีใครสักคนไป 'สังเกตการณ์' (Observation) มันถึงจะยอมยุบตัวลงเหลือสถานะเดียว
[ดร.อคิน]: แล้วไงครับ? เกี่ยวอะไรกับผมไม่ทราบ
[ฟ้าใส]: ก็เกี่ยวตรงที่... ตอนนี้หน้าจอแสดงผลหัวใจของดร.อคิน กำลังอยู่ในสถานะ 'ทั้งอยากด่าผม' และ 'แอบยิ้มเขิน' พร้อม ๆ กันไงล่ะครับ! จนกว่าผมจะจี้ถามนี่แหละ มันถึงจะยอมยุบตัวเหลือสถานะ 'เขินจนหน้าแดง' สถานะเดียว ฮ่า ๆๆๆ
อคินถึงกับกุมขมับทันทีเมื่ออ่านข้อความนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟโต๊ะทำงานและเสียงฮัมเบา ๆ ของเครื่องปรับอากาศ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่กระจกหน้าต่างบานใหญ่เพื่อมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ทว่าภาพสะท้อนในกระจกกลับฟ้องชัดเจนว่า มุมปากหยักลึกของเขากำลังยกยิ้มขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่ออัตการเต้นของหัวใจเขาเกินไปแล้ว
ตั้งแต่วันที่ฟ้าใสเข้ามาปأسพัวพันในชีวิตด้วยเหตุผลประหลาดเกี่ยวกับ "การใช้ควอนตัมบำบัดความรัก" โลกที่เคยมีระเบียบแบบแผน มีสมการและตรรกะรองรับทุกตารางนิ้วของอคินก็รวนเรไปหมด เธอคือความแปร 30% ที่เขาคำนวณไม่เคยได้ และเป็นตัวแปรเดียวที่ทำให้ระบบตรรกะอันแม่นยำของนักฟิสิกส์ระดับดร.ต้องรวนจนขึ้น Error
อคินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งใจจะพิมพ์ดึงสติยัยยูทูบเบอร์สายมูคนนี้สักยกใหญ่ แต่ก่อนที่นิ้วจะกดส่งข้อความยาวเหยียดประณามความไร้สาระของทฤษฎีมั่วซั่ว ฟ้าใสก็ส่งระเบิดลูกใหญ่ออกมาอีกระลอก
[ฟ้าใส]: ยอมรับมาเถอะน่า ดร.อคินคนเนี้ยบ แท้จริงแล้วคลื่นสมองช่วงนี้มีความถี่ตรงกับคลื่นความรักความอบอุ่นแหง ๆ ไม่งั้นคงไม่นั่งอ่านแชตผมซ้ำไปซ้ำมาสามรอบติดกันหรอก (แถมยังแอบยิ้มอยู่มุมห้องด้วย ใช่ไหมล่ะครับ?)
อคินสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันขวับมองไปรอบห้องราวกับมีกล้องวงจรปิดแอบซ่อนอยู่ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจปนฉุนเฉียว เธอรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังยืนยิ้มอยู่ตรงนี้ หรือว่าผู้หญิงคนนี้แอบติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในสมองของเขาจริง ๆ!
[ดร.อคิน]: คุณฟ้าใส! นี่คุณแอบติดสปายแวร์ในมือถือผมเหรอ ถึงได้รู้ว่าผมทำอะไรอยู่ที่ไหน บ้าไปกันใหญ่แล้วนะครับ!
[ฟ้าใส]: โธ่ ดร.ครับ ไม่เห็นต้องใช้สปายแวร์เลย... ก็ความกวนประสาทของผมมันทรงพลังยิ่งกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซะอีก มันทะลุทะลวงเข้ามาถึงเซนเซอร์หัวใจของดร.ได้โดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางหรอกครับ! อีกอย่างนะ... 'หลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก' (Heisenberg's Uncertainty Principle) บอกไว้ชัดเจนไม่ใช่เหรอครับ ว่าเราไม่สามารถรู้ตำแหน่งและความเร็วของอนุภาคได้พร้อมกันอย่างแม่นยำ แต่สำหรับดร.อคินเนี่ย... ผมรู้แม่นยำเลยล่ะครับว่า "ตำแหน่ง" ของดร.ตอนนี้คือ "กำลังนั่งคิดถึงผม" และ "ความเร็ว" คือหัวใจที่กำลังเต้นเร็วกว่าปกติเกิน 100 ครั้งต่อนาทีแน่ ๆ!
เพล้ง!
ราวกับมีค้อนทาสีล่องหนมาทุบกระจกตรรกะในหัวอคินจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ
นี่เธอนำหลักการควอนตัมฟิสิกส์ขั้นสูงมาหยอกล้อเขาด้วยการผสมผสานกับมุกจีบสุดหน้าด้านแบบนี้ได้อย่างไรกัน! น้ำเสียงในหัวของอคินแปรเปลี่ยนจากความหงุดหงิดกลายเป็นความทึ่งระคนขัน ทันใดนั้น ริมฝีปากที่เม้มแน่นพยายามรักษามาดขรึมมาตลอดก็คลายออก ความกดดันทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอจะหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของดร.หนุ่มผู้เคร่งขรึม
ฮึบ... อคินพยายามกลั้นยิ้มสุดฤทธิ์ แต่กลศาสตร์แห่งความกวนประสาทของฟ้าใสในค่ำคืนนี้มันช่างทรงพลังเกินต้านทาน จนในที่สุดเขาก็หลุดขำพรวดออกมาเสียงดังลั่นห้องทำงาน
เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจและกว้างที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา รอยยิ้มที่เขาพยายามปิดTheมาตลอดพังทลายลงอย่างราบคาบ
[ดร.อคิน]: ให้ตายเถอะ... ฟ้าใส คุณนี่มัน... (พิมพ์ไปลบไปเพราะไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าความหน้ามึนของอีกฝ่ายดี)
[ฟ้าใส]: อ๊ะ! เสียงหัวเราะเมื่อกี้... ผ่านไมโครโฟนความรู้สึกส่งตรงมาถึงผมแล้วนะครับ ดร.อคินหลุดขำแล้ว! เย้! ผมชนะการทดลองนี้แล้วครับ!
[ดร.อคิน]: ใครอนุญาตให้คุณมาทดลองกับผมไม่ทราบครับ ส่งการบ้านมาแบบนี้ เตรียมตัวโดนหักคะแนนพฤติกรรมติดลบสิบเท่าได้เลยนะคุณ
[ฟ้าใส]: โดนหักคะแนนไม่เป็นไรครับ ขอแค่ได้คะแนนใจจากดร.เพิ่มขึ้นอีกนิดก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้วล่ะ... อ้อ! ดร.ครับ หันไปมองที่ประตูห้องทำงานตอนนี้สิครับ พอดีผมส่ง 'ตัวแปรเสริม' ไปเคาะห้องตรวจสอบสถานะความปลอดภัยแบบกะทันหันพอดีเลย
อคินชะงัก รอยยิ้มยังค้างอยู่บนใบหน้า หัวใจกระตุกวูบด้วยความประหลาดใจ เขาหันขวับไปมองที่บานประตูไม้สีเข้มทึบของห้องทำงานทันที ในขณะที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างสุภาพแต่หนักแน่นที่ด้านนอก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
"ดร.อคินครับ อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ? พอดีผมมีเอกสารด่วนจากอธิการบดีต้องให้ท่านเซ็นตอนนี้เลยครับ" เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังลอดเข้ามาจากเบื้องหลังบานประตู—เสียงที่ทำให้อคินถึงกับหน้าซีดเผือด เพราะนั่นไม่ใช่เสียงของภารโรงหรือเพื่อนร่วมงานทั่วไป แต่เป็นเสียงของ "ศาสตราจารย์ธนา" อาจารย์ที่ปรึกษาเก่าผู้เคี่ยวเข็ญและเกลียดความไร้สาระที่สุดในคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งยืนอยู่หน้าห้องของเขาในเวลาตีสองครึ่ง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นความสัมพันธ์สุดป่วนในตอนนี้ แล้วมาติดตามกันต่อว่าดร.อคินจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤตนี้อย่างไรในตอนหน้าครับ!
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 9
กลศาสตร์ของความกวนประสาท
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!