ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะประกาศศักดาว่า ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังนั้นไม่ได้มาดี และแน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่จะยอมถอยกลับไปง่ายๆ จนอคินที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในขณะที่ฟ้าใสที่เพิ่งโผล่มาจากมุมห้องรีบคว้าชายเสื้อกาวน์ของเขาไว้แน่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
"ตายแล้วคุณ! ใครมาเคาะประตูเสียงดังปานนั้นคะ... เอ้ย ปานนั้นครับ!" ฟ้าใสรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของนักฟิสิกส์หนุ่มที่หันมามอง "นี่หรือว่าจะเป็นเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบที่คุณแอบไปกู้มาซื้อกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรด?"
"เลอะเทอะน่าฟ้าใส ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์สติถ้วนถี่ ไม่ใช่ผีพนัน" อคินกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับแว่นสายตาที่เริ่มเลื่อนหล่นจากเหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นตามไรผม "แล้วอีกอย่าง เสียงนั่น... มันคือเสียงของศาสตราจารย์ธนา มารดาเจ้าประทับเถอะ นี่มันตีสองครึ่งนะ! ทำไมมนุษย์โบราณผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยถึงยังไม่นอนอีก!"
"ศาสตราจารย์ธนาเหรอคะ... เอ้ย ครับ!" ฟ้าใสหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อนึกถึงอาจารย์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมในการพิจารณาผลงานวิจัย "อาจารย์สุดโหดคนที่เคยเผาวิทยานิพนธ์นักศึกษาคาตาเพราะจัดหน้ากระดาษผิดฟอนต์เนี่ยนะ! แล้วเขามาทำอะไรที่ห้องวิจัยคุณตอนตีสองครึ่งล่ะครับเนี่ย หรือว่าเขาจะมีสัมผัสที่หก รู้ว่าเราแอบเอามาม่ามาต้มกินในห้องแล็บ!"
"ถ้าเขาจะสัมผัสได้ คงสัมผัสได้ถึงความไร้สาระในตัวเธอนี่แหละฟ้าใส" อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตั้งท่าจะเดินไปเปิดประตูเพื่อรับชะตากรรม แต่ทว่า...
แอด... เสียงบานประตูห้องแล็บฝั่งระเบียงที่ไม่ได้ล็อกสนิทค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนียบกริบ—ศาสตราจารย์ธนา ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตานั้นกวาดมองไปทั่วห้องราวกับเครื่องสแกนวัตถุระเบิด
"ดร.อคิน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ทำให้อคินต้องรีบยืนตรงอัตโนมัติราวกับทหารเกณฑ์เข้ารับการฝึก "ผมเห็นไฟในห้องนี้ยังสว่างอยู่ นึกว่าเกิดอุบัติเหตุสารเคมีรั่วไหลเสียอีก... แล้วนี่..." สายตาดุๆ ของศาสตราจารย์กวาดมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของฟ้าใสที่พยายามทำตัวลีบแบนไปกับชั้นหนังสือ "คุณพาใครเข้ามาในพื้นที่ควบคุมพิเศษยามวิกาลครับ?"
"เอ่อ คือว่า..." อคินสมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผลที่สุดในทางวิทยาศาสตร์ "นี่คือ... อาสาสมัครทดลองภาคสนามกรณีศึกษาพิเศษครับท่าน! เรากำลังทำการทดลองเรื่อง 'ปฏิกิริยาสะท้อนกลับของมนุษย์ภายใต้ภาวะความกดดันสูง' อยู่พอดีเลยครับ!"
"ใช่ค่ะ! เอ้ย ครับ!" ฟ้าใสรีบพยักหน้ารัวสนับสนุนทันที "พวกเรากำลังทดลองเรื่องควอนตัมเอนแทงเกิลเมนต์ (Quantum Entanglement) แบบเรียลไทม์อยู่พอดีเลยค่ะท่านศาสตราจารย์! แบบว่าจิตใจเราเชื่อมโยงกันจนแยกไม่ออกเลยล่ะครับ!"
ศาสตราจารย์ธนาหรี่ตามองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยความเคลือบแคลงใจ บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดินติ๊กต่อก ก่อนที่ผู้ทรงคุณวุฒิจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเฮือกใหญ่
"ผมไม่สนว่าพวกคุณจะกำลังทดลองเรื่องควอนตัมบ้าบออะไร..." ศาสตราจารย์ธนากล่าวเสียงเรียบพร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารหนาปึ้กEลงบนโต๊ะทำงานของอคิน "นี่คือโจทย์วิจัยงบประมาณแผ่นดินปีหน้า ถ้าพรุ่งนี้เช้าผมไม่เห็นผลวิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่มีนัยสำคัญทางสถิติมากกว่า 99% บนโต๊ะทำงานของผม... เตรียมตัวไปสอนวิชาฟิสิกส์พื้นฐานให้เด็กปีหนึ่งแทนการทำวิจัยไปตลอดชีวิตได้เลย ดร.อคิน"
พูดจบ ศาสตราจารย์ธนาก็หมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้อคินและฟ้าใสยืนอ้าปากค้างอยู่กลางห้องท่ามกลางความเงียบงัน
ปัง! เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องอยู่ในใจของอคิน
นักฟิสิกส์หนุ่มทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับฝ่ามือ พึมพำกับตัวเองด้วยความสิ้นหวัง "99% ภายในเวลาไม่ถึงแปดชั่วโมง... นี่มันยิ่งกว่าความเป็นไปไม่ได้เสียอีก โอกาสรอดของผมมีค่าน้อยกว่าอนุภาคฮิกส์โบซอนที่เพิ่งค้นพบเสียอีกมั้งเนี่ย"
ฟ้าใสเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเดินเข้าไปตบไหล่เบาๆ อย่างให้กำลังใจ ดวงตาฉายแววเห็นอกเห็นใจแต่ก็แฝงความเจ้าเล่ห์นิดๆ ตามประสาคนสายมู
"โหนר... เครียดขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณอคิน... เอ้ย ครับ!" ฟ้าใสลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ "ถ้าทางวิทยาศาสตร์มันทางตันนัก ทำไมไม่ลองหันมาพึ่งพาศาสตร์ลี้ลับดูบ้างล่ะคะ? บางทีดวงชะตาอาจจะกำลังบอกว่าคุณกำลังจะเจอทางสว่างก็ได้นะ!"
อคินเงยหน้าขึ้นมองด้วยหางตา แววตาฉายแววเยาะหยันทันที "ดวงเหรอฟ้าใส? เธอจะบอกให้ผมเอาดวงชะตาไปอ้างอิงกับกรรมการงบประมาณแผ่นดินงั้นสิ? 'เรียนท่านคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ ผลการทดลองนี้มีความน่าจะเป็น 99% ครับ เพราะหมอดูบอกว่าราศีผมกำลังรุ่ง' แบบนี้เหรอ? สมองเธอนี่บรรจุอะไรไว้ข้างในกันแน่ อนุภาคความงมงายรึไง"
"อ้าว! อย่ามาดูถูกสะสารแห่งศรัทธานะคะ!" ฟ้าใสโวยวายเสียงดังลั่น ยื่นมือไปคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่งแล้วหยิบสำรับไพ่ทาโรต์หน้าตาขมุกขมัวออกมาสับไพ่เสียงดังสวบสาบ "เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ค่ะคุณด็อกเตอร์! เดี๋ยววันนี้ดิฉัน—เอ้ย ผมจะดูดวงชะตาให้คุณเอง รับรองว่าแม่นยิ่งกว่าผลตรวจดีเอ็นเอเสียอีก!"
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ กอดอกมองยูทูบเบอร์สาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจวางไพ่ลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยตำราควอนตัมเล่มหนา
"เชิญเลยแม่ประธานบริษัทสายมู..." อคินพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย "เอาสิครับ ไหนลองทำนายอนาคตของผมให้ดูหน่อยซิ ว่าไอ้โปร 99% ของศาสตราจารย์ธนามันจะผ่านหรือไม่ผ่าน โดยใช้ 'พลังแห่งดวงดาว' ของเธอนี่แหละ"
ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึก หลับตาทำสมาธิอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใช้นิ้วเรียวพลิกไพ่ใบแรกขึ้นมา—**ไพ่ The Tower** รูปหอพักที่กำลังถูกฟ้าผ่าพังทลายลงมาอย่างน่ากลัว
"อุ๊ย..." ฟ้าใสอุทานเสียงหลง หน้าซีดเผือดทันทีเมื่อเห็นหน้าไพ่ "เอ่อ... ใบแรกก็ขึ้นรูปหอคอยพังทลายเลยค่ะคุณอคิน แปลว่า... แปลว่าชีวิตคุณกำลังจะพังพินาศย่อยยับในเร็วๆนี้นะคะ! ระวังเคราะห์หนักจากผู้ใหญ่เพศชายอายุราวๆ ห้าสิบปี..."
อคินมองหน้าไพ่ใบนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความกลัวแม้แต่น้อย เขายื่นมือไปหยิบไพ่ใบนั้นขึ้นมาพลิกดูไปมาด้วยสายตาวิเคราะห์ราวกับกำลังส่องกล้องจุลทรรศน์
"หอคอยพังทลายเหรอ?" อคินหัวเราะในลำคอเบาๆ "ฟ้าใส เธอกำลังใช้หลักการอะไรในการตีความความน่าจะเป็นของไพ่แผ่นกระดาษเคลือบพลาสติกนี้เหรอครับ? การสับไพ่สามครั้งบนโต๊ะไม้ที่ไม่เรียบ ย่อมสร้างความแปรปรวนแบบสุ่ม (Random Fluctuation) ซึ่งความน่าจะเป็นที่ไพ่ใบนี้จะขึ้นมามันก็มีค่าเท่ากับ 1 ใน 78 หรือคิดเป็นประมาณ 1.28% เท่านั้นเอง"
"ฮั่นแน่! ยังจะมาแถเรื่องความน่าจะเป็นอีก!" ฟ้าใสทำแก่งป่องด้วยความหมั่นไส้ "ไพ่เขาศักดิ์สิทธิ์นะยะ—เอ้ย นะครับ! มันมีพลังงานบางอย่างที่วิทยาศาสตร์ก็อธิบายไม่ได้หรอกน่า!"
"พลังงานอะไรล่ะครับ? พลังงานความงมงายที่มีค่าเอนโทรปี (Entropy) สูงจนระเบิดสมองรึเปล่า?" อคินส่ายหัวเบาๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ "ถ้าเธอจะพูดเรื่องดวง งั้นผมจะใช้ 'สถิติ' มาหักล้างความงมงายของเธอให้ดูแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเลย เอาไหม?"
"เอาสิคะ! ใครกลัวก็ไก่แล้วค่ะ!" ฟ้าใสท้าทายกลับทันทีด้วยความมั่นเกินร้อย "แน่จริงก็เอาข้อมูลสถิติของคุณมาสู้กับไพ่ทาโรต์ร้อยปีของดิฉันเลยสิคะคุณนักฟิสิกส์ปากเก่ง!"
"ได้..." อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหยิบไวท์บอร์ดมาตั้งไว้กลางห้อง ก่อนจะหยิบปากกาเคมีขึ้นมาเขียนตัวเลขยึกยือเต็มกระดานด้วยความคล่องแคล่ว "ฟังให้ดีนะแม่หมอฝึกหัด จากฐานข้อมูลสถิติย้อนหลังสิบปีของภาควิชาเรา การอนุมัติงบวิจัยด่วนพิเศษภายใต้แรงกดดันระดับศาสตราจารย์ธนา มีอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 12.5% แต่ถ้าพิจารณาจากปัจจัยร่วม—นั่นก็คือความน่ารำคาญใจที่ผมเข้าไปตื๊อท่านทุกๆ สามชั่วโมง ค่าความน่าจะเป็นจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 41.3%"
ฟ้าใสอ้าปากค้าง มองตัวเลขทางคณิตศาสตร์ที่เรียงรายบนกระดานด้วยความงุนงง สมองอันน้อยนิดเริ่มประมวลผลไม่ทัน "เอ่อ... แล้วมันแปลว่าอะไรล่ะคะเนี่ย ภาษาคนเอาแบบเข้าใจง่ายๆ หน่อยสิคะคุณด็อกเตอร์!"
"แปลว่า..." อคินโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าของเขากับฟ้าใสอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ในทางสถิติแล้ว ผมไม่มีทางแพ้ความงมงายของไพ่ทาโรต์ใบนั้นแน่นอน... และที่สำคัญที่สุด..."
อคินเว้นจังหวะหายใจเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่จริงจังและอ่อนโยนอย่างประหลาดจนฟ้าใสแทบหยุดหายใจ
"ต่อให้ดวงดาวทั้งฟ้าจะบอกว่าผมดวงตกแค่ไหน..." อคินกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นจนคนฟังต้องหน้าร้อนผ่าว "แต่ถ้ามีเธอมานั่งวุ่นวายอยู่ในห้องแล็บตีสองครึ่งแบบนี้... ความน่าจะเป็นที่หัวใจผมจะหยุดเพ้อเจ้อ ก็มีค่าเท่ากับศูนย์เปอร์เซ็นต์พอดีเลยล่ะครับ"
ฟ้าใสเบิกตากว้าง แก้มเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว มือเล็กๆ เผลอผลอกำชายเสื้อกาวน์ของเขาแน่นกว่าเดิม
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งจนมดแทบขึ้นห้องแล็บนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของอคินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบ—*ติ๊ง!*
อคินก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดสนิท ยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินเสียงศาสตราจารย์ธนาเคาะประตูเสียอีก เพราะข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอจากกลุ่มแชตลับของภาควิชา เขียนไว้ตัวโตๆ ว่า—
**[ประกาศด่วนที่สุดจากคณะบดี: ยกเลิกหัวข้อวิจัยทั้งหมดของ ดร.อคิน และให้ย้ายไปประจำการที่สถานีวิจัยขั้วโลกใต้ทันทีตั้งแต่เช้าวันนี้เป็นต้นไป!]**
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบ๊ะบ๊ะและเติมพลังใจให้อคินกับฟ้าใสเสมอนะครับ!
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 10
อย่าท้าทายนักฟิสิกส์ด้วยเรื่องดวง
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!