“หย่าร้างเสียเถิด ท่านแม่ทัพ”
เสียงที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ทว่ากังวานใสราวกับแก้วที่เพิ่งถูกกะเทาะออกจากเบ้าหลอมอันร้อนระอุ หลี่ซูเหยาไม่ได้สั่นไหว แววตาของนางนิ่งสงบดุจผิวน้ำในบ่อน้ำลึกที่ไม่เคยมีกระแสลมพัดผ่าน นางวางหนังสือหย่าที่จดจารด้วยลายมือบรรจงลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมที่เขามักใช้นั่งอ่านตำราพิชัยสงคราม
เฉินเฟยหลงชะงักปลายพู่กันที่กำลังจรดลงบนกระดาษสา กลิ่นหมึกจีนราคาแพงอบอวลอยู่ในอากาศ คละคลุ้งไปกับกลิ่นกำยานที่เขารังเกียจ เขาไม่ได้เงยหน้ามองสตรีที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเลยสักนิด มุมปากของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษแห่งแผ่นดินกระตุกยิ้มเย้ยหยัน
“เจ้าคิดว่าการเล่นตลกเช่นนี้จะทำให้ข้าหันมามองเจ้าเพิ่มขึ้นแม้แต่เสี้ยวหนึ่งเชียวหรือ ซูเหยา?” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยการดูแคลน “ข้าเบื่อหน่ายเต็มทีกับการเรียกร้องความสนใจที่ไร้รสนิยมของเจ้า”
“ข้าไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากท่านอีกต่อไปแล้ว” นางตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของนางไม่มีความเจ็บปวดแฝงเร้นอีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวกว่าความโกรธเกรี้ยว “นับจากนี้ ที่นี่... เรือนหลังนี้ กลิ่นอายของข้าจะเหลือเพียงความทรงจำที่ท่านจงใจทิ้งขว้าง และชีวิตของข้า... จะไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับบุรุษผู้ไร้หัวใจอย่างท่านอีก”
เฉินเฟยหลงวางพู่กันลงเสียงดังปัง ความโกรธเคืองที่ถูกสั่นคลอนด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปของภรรยาผู้เคยเชื่อฟังทำให้เขาตวัดสายตาคมปลาบขึ้นมอง แต่สิ่งที่เขาพบไม่ใช่หยาดน้ำตาที่เขาคุ้นเคย หากแต่เป็นแววตาที่มองเขาเหมือนมองสิ่งของที่ไร้ค่าชิ้นหนึ่ง
“เจ้ากล้าดียังไง...”
“ข้ากล้าดีเพราะข้าตาสว่างแล้วต่างหาก” หลี่ซูเหยาขัดจังหวะทันที นางย่อกายลงกราบลาอย่างอ่อนช้อยตามธรรมเนียม ทว่าท่วงท่ากลับสง่างามและเด็ดเดี่ยวราวกับนางกำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตใหม่ที่สว่างไสวกว่าเดิม “ท่านแม่ทัพ เชิญท่านรื่นรมย์กับความโดดเดี่ยวที่ท่านโหยหาเถิด ส่วนข้า... ข้ามีสิ่งสำคัญที่ต้องปกป้องมากกว่าการรอคอยความเมตตาจากคนที่ไม่เคยรู้จักคำว่ารัก”
นางหมุนกายกลับ ทิ้งชุดกระโปรงผ้าไหมสีซีดจางสะบัดไหวไปตามแรงเดิน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยที่มักติดตัวนางเลือนหายไปจากห้องหนังสืออย่างรวดเร็ว เฉินเฟยหลงขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกถึงความโหวงเหวงที่แล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างประหลาด ราวกับมีบางอย่างที่สำคัญอย่างยิ่งกำลังหลุดมือไปตลอดกาล
เขาไม่ได้รั้งนางไว้ ความทระนงศักดิ์ศรีของแม่ทัพผู้เกรียงไกรทำให้เขาทำเพียงแค่นั่งมองแผ่นหลังของนางลับตาไป
ทว่าในวินาทีที่ร่างบางพ้นธรณีประตูเรือนใหญ่ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งก็วิ่งสวนเข้ามา
“ท่านแม่! ท่านแม่รอข้าด้วย!”
เสียงเล็กแหลมใสราวกระดิ่งเงินดังแว่วมา เฉินเฟยหลงชะงักไปชั่วครู่ ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาคนหนึ่งวิ่งถลาเข้าไปกอดขาเรียวของหลี่ซูเหยาเอาไว้แน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นแหงนขึ้นมองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและเทิดทูน
เฉินเฟยหลงขยับกายลุกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเมื่อแสงตะวันยามอัสดงสาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้น
คิ้วเข้มที่เรียงตัวสวย... จมูกโด่งรั้น... แม้กระทั่งริมฝีปากที่ขบเม้มอย่างดื้อรั้นนั่น...
เขารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ มือหนาที่กำหมัดแน่นจนสั่นเทาเผลอคว้าขอบโต๊ะจนไม้แทบจะแหลกคามือ ภาพลวงตาที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียง 'ภาระ' ในเรือนหลัง กลับกลายเป็นเงาสะท้อนที่ตอกย้ำความโง่เขลาของตนเองอย่างรุนแรง
หลี่ซูเหยาก้มลงลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุด ซึ่งเขาไม่เคยได้รับมันเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา ก่อนที่นางจะปรายตามองกลับมายังร่างสูงที่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงประตูเรือน สายตานั้นเย็นชาจนเขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ
“หนิงอัน... กลับเรือนกันเถิดลูก ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราอีกต่อไปแล้ว”
นางอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากสวนท้อโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกแม้แต่นิดเดียว
เฉินเฟยหลงก้าวตามไปก้าวหนึ่งก่อนจะหยุดชะงัก หัวใจของเขากำลังเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้ ทั้งความตกตะลึง ความสับสน และความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินจิตวิญญาณ ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งตกอยู่บนพื้นหญ้าตรงที่เด็กน้อยเพิ่งวิ่งผ่านไป
มันเป็นป้ายห้อยเอวหยกสีขาวนวลที่เขาสลักขึ้นด้วยมือตนเองเมื่อหลายปีก่อน... ป้ายที่เขาเคยคิดว่าทำหายไปตั้งแต่วันที่เขาแต่งงานกับหญิงอื่นและทอดทิ้งนางไป
เขาหยิบมันขึ้นมา หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อพลิกด้านหลังของหยกดู รอยสลักอักษรชื่อของเขาและนางที่แนบชิดกันดุจเงาตามตัวถูกจารึกไว้อย่างชัดเจน และที่สำคัญที่สุด... ใต้ห่อผ้าที่เด็กน้อยทำตกไว้ มีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเผยอออก เผยให้เห็นลายมือที่เขียนด้วยหมึกแดงเข้มว่า ‘ประวัติการประสูติและสายเลือดแห่งตระกูลเฉินที่ถูกลืม’
ความลับที่นางเก็บซ่อนไว้... ความลับที่เปลี่ยนโลกทั้งใบของเขาไปตลอดกาล
ด้วยรักและหวังว่าจะได้พบกันในตอนถัดไปนะคะ
หมอกเหมยปลายฤดู
ม่านหมอกหวนคืนรักใต้เงาสวนท้อ•ตอนที่ 2
ก้าวพ้นธรณีประตู
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกหวนคืนรักใต้เงาสวนท้อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
