ม่านหมอกหวนคืนรักใต้เงาสวนท้อ•ตอนที่ 1

หนังสือหย่าบนโต๊ะหยก

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“ท่านแม่ทัพโปรดพิจารณา… นี่คือสิ่งที่ข้าหวังจะได้รับจากท่านเป็นชิ้นสุดท้าย” น้ำเสียงของหลี่ซูเหยาราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าแววตาที่จ้องมองไปยังบุรุษเบื้องหน้ากลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ถูกกลบฝังด้วยกาลเวลา นางวางแผ่นกระดาษเนื้อดีที่ถูกพับอย่างประณีตลงบนโต๊ะหยกสีขาวสะอาดตา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวหินดังแผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งคู่ราวกับเสียงฟ้าผ่า เฉินเฟยหลง แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นเฉิน ผู้ที่มักจะสวมเกราะเหล็กแกร่งดุจกำแพงเมือง เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาของเขาไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ แต่กลับจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเผือดของภรรยาที่เขาไม่เคยคิดจะมอบความรักให้ “เจ้าช่างสรรหาเรื่องไร้สาระมาให้ข้าทำอยู่เรื่อยนะ ซูเหยา” เสียงทุ้มต่ำของเขาทรงอำนาจและเย็นชาดั่งคมดาบที่พาดอยู่บนคอหอย “เจ้าคิดว่าตระกูลเฉินเป็นสถานที่ที่เจ้าจะนึกอยากเข้าก็เข้า นึกอยากออกก็ออกตามอำเภอใจเช่นนั้นหรือ?” มุมปากของหลี่ซูเหยากระตุกยิ้ม เป็นยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่น มันคือยิ้มของผู้ที่ตายไปแล้วจากภายใน นางไม่ได้โต้เถียง ไม่ได้ร่ำไห้คร่ำครวญเหมือนหญิงสาวผู้อ่อนแอที่เขาเคยรู้จัก นางเพียงแต่ยืนตัวตรงดุจต้นสนที่ต้านลมหนาว “สามปีในจวนแม่ทัพ ข้าทำหน้าที่ภรรยาได้ดีเกินกว่าที่ท่านจะตำหนิได้ แต่ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดนะคะท่านแม่ทัพ... ข้าเหนื่อยเกินกว่าจะรอให้หัวใจของท่านมองเห็นข้า หรือแม้แต่เห็นค่าของคำว่า 'ครอบครัว'” เฉินเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เขาขยับกายลุกขึ้นยืน ร่างกายกำยำบดบังแสงไฟจากตะเกียงจนเงาทอดยาวปกคลุมร่างเล็กของนาง “ครอบครัว? เจ้ากำลังพูดเรื่องเพ้อฝันอะไร ข้ามีหน้าที่รับใช้แผ่นดิน ไม่ใช่มานั่งประคบประหงมสตรีที่วันๆ เอาแต่นั่งรอข้าในสวนท้อที่ไร้ความหมายแห่งนี้ หากเจ้าเบื่อนักก็ไปสวดมนต์เสีย จะได้เลิกคิดฟุ้งซ่านเรื่องหนังสือหย่าที่ไม่มีวันเกิดขึ้น” เขาสะบัดชายแขนเสื้อเดินผ่านนางไป ราวกับนางเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน หากแต่หลี่ซูเหยากลับคว้าข้อมือหนาเอาไว้ แววตาของนางในวินาทีนั้นสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เด็ดขาด “ท่านไม่เข้าใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่ข้าหยิบยื่นให้ไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือการตัดสินใจ” นางกระซิบเสียงสั่น “ต่อให้ท่านจะเกลียดชังข้าเพียงใด แต่ข้าจะไม่ยอมให้ชีวิตของข้าและบุตรชายต้องจมปลักอยู่ภายใต้เงาของท่านอีกต่อไป” เฉินเฟยหลงชะงักฝีเท้า หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างประหลาดกับคำว่า 'บุตรชาย' แต่เขาก็สลัดทิ้งความคิดนั้นอย่างรวดเร็ว เขาหันกลับมามองนางด้วยสายตาดูแคลน “บุตร? เจ้าหมายถึงเด็กคนนั้นน่ะหรือ... เจ้าก็รู้ดีว่าข้าไม่เคยสนใจเจ้า แล้วจะมีเด็กนั่นมาได้อย่างไร อย่าคิดเอาเรื่องโกหกมาอ้างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากข้าเลยซูเหยา มันน่ารังเกียจ” หลี่ซูเหยาปล่อยมือจากแขนเสื้อเขา มือที่สั่นเทาของนางกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่นางแบกรับมาตลอดสามปี นางเดินไปที่โต๊ะหยกอีกครั้ง หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาแล้วคลี่ออกต่อหน้าเขา “หากท่านมั่นใจนักว่าไม่มีสายเลือดใดที่เกี่ยวข้องกับท่าน... เช่นนั้นท่านก็คงไม่รังเกียจที่จะเซ็นชื่อลงไปในหนังสือหย่าฉบับนี้ แล้วปล่อยให้ข้ากับเด็กคนนั้นไปจากชีวิตท่านเสียที” เฉินเฟยหลงจ้องมองกระดาษในมือด้วยสายตาเกลียดชัง เขากำลังจะคว้ามันมาฉีกทิ้งให้สมกับความรำคาญใจ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงสวนท้อ “ท่านแม่... ท่านพ่อ? ทำไมท่านแม่ถึงร้องไห้เจ้าคะ?” เด็กน้อยวัยสามขวบในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาเดินเตาะแตะออกมาจากพุ่มดอกท้อ ใบหน้ากลมป้อม ดวงตากลมโตสุกใสเปี่ยมด้วยความไร้เดียงสา รูปร่างหน้าตาของเด็กน้อยคนนั้นราวกับถอดแบบมาจากเฉินเฟยหลงในวัยเยาว์แทบจะทุกกระเบียดนิ้ว เฉินเฟยหลงชะงักงัน ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผากลับสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาคมกริบของแม่ทัพผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อคมดาบ เบิกกว้างขึ้นเมื่อประสานสายตากับใบหน้าเล็กๆ ที่มองมาด้วยความฉงน เด็กน้อยวิ่งเข้ามาสวมกอดขาของหลี่ซูเหยาแน่น ก่อนจะเงยหน้ามองแม่ทัพหนุ่มที่ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาป “ท่านพ่อ... ท่านจะไปรบอีกแล้วหรือเจ้าคะ? หนิงอันไม่อยากให้ท่านไปเลย...” นิ้วมือของแม่ทัพเฉินสั่นเทาขณะที่เขาลดตัวลงนั่งยองๆ ในระดับเดียวกับเด็กน้อย ความเงียบงันเข้าปกคลุมสวนท้อราวกับเวลาถูกหยุดไว้ ณ วินาทีนั้น เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเด็กน้อยที่ดูเหมือนตัวเขาเองในกระจกเงาราวกับภาพหลอน สิ่งที่เขาเคยมองว่าเป็นเพียง 'เรื่องไร้สาระ' ของสตรีผู้อ่อนแอ บัดนี้กำลังกัดกินหัวใจของเขาด้วยความจริงที่เขาไม่อาจหลบหนีได้อีกต่อไป หลี่ซูเหยาเพียงแต่ยืนมองภาพนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าในใจของนางกลับกรีดร้องด้วยความสะใจที่ซ่อนเร้น นางรู้ดีว่านับจากวินาทีนี้ ความสงบสุขในชีวิตของเขาจะจบสิ้นลง และนรกที่เขาเคยสร้างให้แก่เขากำลังจะย้อนกลับมาหาตัวเขาเองในรูปแบบของ 'ความรักที่เขาไม่เคยต้องการ' ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับม่านหมอกแห่งความเจ็บปวดนี้ หวังว่าทุกท่านจะคอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับซูเหยาในการตัดสินใจครั้งสำคัญต่อไปนะคะ หมอกเหมยปลายฤดูสัญญาว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวที่เข้มข้นที่สุดให้ทุกท่านได้อ่านค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกหวนคืนรักใต้เงาสวนท้อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%