"กลิ่นสาบของโลหิตเก่าแก่ที่ผสมปนเปมากับธูปเทียนอบ... คุณรันคิดว่ามันชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียน หรือน่าหลงใหลมากกว่ากันคะ?"
เสียงทุมนุ่มที่เจือแววเย้าแหย่นิดๆ ลอยลอดผ่านม่านผ้าไหมสีนิลหนาทึบเข้ามาในห้องพักรับรองส่วน ภายในตึกโบราณของสถานีโทรทัศน์ช่องดัง รันณกร หรือ 'รัน' ไอดอลหนุ่มหน้าใสขวัญใจมหาชน สะดุ้งเล็กน้อยจนปลายนิ้วที่กำลังคีบสำรับไพ่ทาโรต์ขอบทองสั่นไหวไปชั่วเสี้ยววินาที
เขาวางไพ่ใบสุดท้ายลงบนโต๊ะไม้สักอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือนที่ยืนอยู่หลังม่านกั้น
แสงไฟสลัวจากโคมไฟคริสตัลสีอำพันสาดกระทบเรือนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีชาคลาสสิก เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและดวงตาคมกริบที่สะท้อนประกายความเฉลียวฉลาดปนความเยือกเย็นอย่างประหลาด ใบหน้านั้นนิ่งสงบราวกับรูปสลักหอ่อน แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับบางเบาจนอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
นี่คือการพบกันครั้งแรกระหว่าง 'รัน' ไอดอลผู้มีสัมผัสพิเศษกับ 'อาจารย์ศจี' ผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทและอักขระโบราณที่สำนักงานใหญ่เพิ่งส่งตัวมาร่วมทีมเฉพาะกิจเพื่อสืบสวนคดีอาถรรพ์สุดสะพรึงที่กำลังกัดกินวงการบันเทิงอยู่ในขณะนี้
"สำหรับผม... มันให้ความรู้สึกเหมือนสัญญาณเตือนภัยมากกว่าครับ... เอ๊ย หมายถึง... ค่ะ!" รันเผลออุทานแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนต้องระมัดระวังสำนวนการพูดตามกฎเหล็กในใจ แต่ดวงตากลมโตเป็นประกายคู่นั้นก็ฉายแววเขินอายระคนตกใจออกมาอย่างน่าเอ็นดู
อาจารย์ศจีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวที่อึมครึมผ่อนคลายลงเล็กน้อย หล่อนก้าวเท้าเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์หอมและสมุนไพรจีนโชยเข้าจมูกแทนที่กลิ่นอับชื้นเดิมอย่างรวดเร็ว
"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหค่ะ คุณรัน... ฉันศจีค่ะ ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องความแม่นยำในการอ่านไพ่ทาโรต์ของคุณมานานแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้มาร่วมงานกับไอดอลแถวหน้าจริงๆ เสียที" อาจารย์สาวกล่าวพลางหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้าม โดยไม่รอให้ได้รับเชิญ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำไพ่ทาโรต์บนโต๊ะด้วยความสนใจใคร่รู้ "ไพ่สำรับนี้... ปลุกเสกด้วยพลังงานธาตุไฟสินะคะ? ถึงได้ร้อนระอุจนสำรับไม้แทบไหม้แบบนี้"
รันกะพริบตาปริบๆ ความตื่นเต้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ สายตาของอาจารย์ศจีเฉียบคมมาก แค่มองผ่านๆ ก็รู้ว่าไพ่ของเขาผ่านการชำระพลังงานมาอย่างไร นี่ไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่รู้เรื่องไสยเวททั่วไปแน่ๆ
"อาจารย์ตาถึงมากเลยค่ะ" รันปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติและสุภาพเรียบร้อยตามธรรมชาติของตนเอง "ไพ่สำรับนี้ผมใช้เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเหยื่อในคดีล่าสุด... และดูเหมือนว่าพลังงานมืดที่สิงอยู่ในห้องแต่งตัวหมายเลข 4 จะพยายามบอกอะไรบางอย่างผ่านทางนี้"
พูดจบ รันก็ผายมือไปยังสำรับไพ่ที่ถูกเปิดออกสามใบเรียงกันบนโต๊ะ
ใบแรกคือ *The Hanged Man* ที่คว่ำหัวลง
ใบที่สองคือ *The Tower* ที่มีสายฟ้าฟาดลงมากลางหอคอย
และใบสุดท้าย... คือ *Death* ที่ปรากฏภาพโครงกระดูกสวมเกราะขี่ม้าขาว แต่ความพิเศษคือ บนหัวม้ามีสัญลักษณ์อักขระโบราณสีดำสนิทปนเปื้อนอยู่ ซึ่งเป็นอักขระตัวเดียวกับที่อาจารย์ศจีกำลังศึกษาค้นคว้า
รอยยิ้มบนใบหน้าของอาจารย์ศจีจางหายไปในทันที แววตาของหล่อนเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หล่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้นจนแทบจะชิดกับขอบไม้ ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงแตะลงที่การ์ดใบสุดท้ายเบาๆ โดยไม่กลัวเกรงต่อพลังงานอาถรรพ์ที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย
"อักขระนี้..." อาจารย์ศจีพึมพำกับตัวเอง เสียงของหล่อนเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "มันคือ 'ยันต์มรณะสะдับวิญญาณ' เป็นศาสตร์โบราณที่สูญหายไปจากบันทึกของสำนักไสยเวทมานานกว่าสามร้อยปีแล้ว... ทำไมมันถึงมาปรากฏอยู่บนไพ่ทาโรต์ของเด็กหนุ่มที่เป็นไอดอลได้ล่ะคะ?"
"ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะอาจารย์" รันตอบตามความจริง ดวงตาคู่สวยมองสบกับอาจารย์สาวอย่างจริงจัง "แต่ทุกครั้งที่ผมสัมผัสมัน ผมจะได้ยินเสียงกระซิบ... เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเด็กฝึกในค่ายที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และ... เสียงหัวร่อของบางสิ่งที่อยู่ใต้พื้นเวทีคอนเสิร์ต"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับบรรยากาศรอบตัวที่เริ่มเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด ราวกับอุณหภูมิห้องกำลังลดฮวบลงตามสัญชาตญาณอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
จู่ๆ แสงไฟจากโคมไฟคริสตัลสีอำพันก็กะพริบติดๆ ดับๆ สองครั้ง สามครั้ง ก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงแสงจันทร์สีนวลที่ส่องลอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาสาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งสองคน
อาจารย์ศจีลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว มือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทแล้วหยิบยันต์กระดาษสีแดงชาดที่เขียนด้วยหมึกสีทองอร่ามออกมาถือไว้มั่น นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง
"ระวังตัวด้วยนะคะ คุณรัน..." อาจารย์สาวเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "มีบางอย่างกำลังก้าวเข้ามาในห้องนี้... และมันไม่ใช่พลังงานของคนเป็น"
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นจากด้านนอก... แต่ไม่ใช่ประตูทางเข้าห้องพักรับรอง หากแต่เป็นเสียงเคาะที่ดังมาจาก *กระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่สูงจากพื้นดินถึงสิบห้าชั้น*!
รันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือเรียวรีบกวาดสำรับไพ่ทาโรต์ทั้งหมดเก็บเข้าถุงกำมะหยี่สีดำอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับที่ระบบแจ้งเตือนปริศนาในหัวของเขาเริ่มส่งเสียงเตือนรัวเรี่ยด้วยความถี่สูงจนน่าปวดหัว
[ระบบตรวจพบ: พลังงานอาถรรพ์ระดับ SSS กำลังเข้าสู่เขตหวงห้าม]
[คำเตือน: เป้าหมายอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ อักขระโบราณตอบสนองต่อผู้บุกรุก]
[ภารกิจพิเศษฉุกเฉิน: ร่วมมือกับอาจารย์ศจีเปิดประตูมิติเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเงาดำหลังกระจกหน้าต่าง ก่อนที่เวลาเที่ยงคืนจะมาถึง!]
รันหันไปมองอาจารย์ศจีที่กำลังร่ายคาถาบทสั้นๆ พร้อมกับสะบัดยันต์ในมือออกไปปะทะกับกระจก หน้าต่างบานใหญ่เกิดรอยร้าวเป็นทางยาวราวกับใยแมงมุม และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร เงาดำมหึมาที่มีรูปร่างคล้ายเส้นผมมนุษย์นับพันเส้นก็พุ่งทะลุกระจกเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะโหยหวนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ!
***
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 2 นี้ด้วยนะคะ ร่วมลุ้นและเอาใจช่วยรันกับอาจารย์ศจีในการเผชิญหน้ากับวิปริตแห่งไสยเวทครั้งนี้ไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
ขวัญเนตรทายใจ
ไอดอลหนุ่มหน้าใสกับไพ่ทาโรต์ไขคดีอาถรรพ์•ตอนที่ 2
พบกันครั้งแรกกับอาจารย์สาว
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอดอลหนุ่มหน้าใสกับไพ่ทาโรต์ไขคดีอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
