ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักธุรกิจผู้หลงทางในป่าคอนกรีต•ตอนที่ 2

รองเท้าคัตชูกับทางลูกรัง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"คุณช่วยอธิบายตรรกะในการเลือกชุดออกทริปป่าดิบชื้นด้วยรองเท้าหนังลูกวัวแบรนด์อิตาลีราคาหกหลักคู่นี้ ให้ผมกับป่าดงพงไพรแถวนี้เข้าใจตรงกันหน่อยได้ไหมครับ ท่านซีอีโอ" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ของกระเป๋าเป้สะพายหลังลงบนโต๊ะไม้ไผ่หน้าร้านค้าสวัสดิการอุทยานฯ รินรดาเท้าสะเอว มองสภาพของชายหนุ่มตรงหน้าที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถยนต์ SUV หรูหราป้ายแดงด้วยสายตาที่ยากจะประเมินอารมณ์ เธอไม่ได้โกรธ แต่ความรู้สึก "เหนื่อยใจล่วงหน้า" กำลังแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายตั้งแต่ตะวันยังไม่ทันตั้งตรงดีเสียด้วยซ้ำ ธันวาขยับเนกไทผ้าไหมสีเข้มที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยออกจากการพันธนาการที่คอเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เขาปัดฝุ่นละอองจางๆ ที่เกาะอยู่ตรงไหล่เสื้อสูทแบรนด์ดังราวกับว่าบรรยากาศรอบตัวคือห้องประชุมแอร์เย็นฉ่ำอุณหภูมิยี่สิบห้าองศาเซลเซียส ไม่ใช่หน่วยพิทักษ์ป่ากลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยฝุ่นแดงและกลิ่นอายของดินชื้นหลังฝนตก "ทำไมล่ะครับ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจแบบที่ทำเอาคนมองอยากจะเอาเท้าเขี่ยดินใส่หน้าสักที สไตล์คนเมืองกรุงที่คิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งทางลูกรัง "นี่คือรองเท้าคอลเลกชันพิเศษ หนังแท้กันน้ำได้ระดับหนึ่ง ดีไซน์เรียบหรู ผมว่ามันเหมาะกับการเดินทางทุกรูปแบบนะ... ยกเว้นแต่คุณจะพาผมเดินลุยโคลนตมแบบไร้รสนิยม" "นี่คุณ!" รินรดาเกือบจะก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าให้หลุดจากภวังค์แห่งความไฮโซ "นี่คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและต้นน้ำ ไม่ใช่รันเวย์แฟชั่นวีค! รองเท้าคัทชูหนังส้นเรียบกริบแบบนั้น เดินไปได้ไม่ถึงห้าร้อยเมตร ส้นรองเท้าของคุณจะหลุดติดตมกลับมาเป็นที่ระลึก ส่วนเท้าของคุณ... เตรียมตัวนิดกุด เล็บหลุด หรือไม่ก็โดนทากดูดเลือดจนหน้าซีดเป็นไก่ต้มได้เลยนะครับ" ธันวากวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความไม่แยแส เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนทองหรูหราที่ราคาคงจะซื้อรถกระบะมือสองได้คันโตๆ "ผมจ่ายค่าบริการในราคาพรีเมียมสูงสุดของบริษัทคุณแล้วนะครับ รินรดา... ดังนั้น หน้าที่ของคุณคือการนำทางผมไปยังจุดตั้งแคมป์อย่างราบรื่น ไม่ใช่มายืนวิจารณ์รสนิยมการแต่งตัวของลูกค้า" "ลูกค้าน่ะใช่ครับ แต่ถ้าลูกค้าตกร่องน้ำแล้วขาหักกลางป่าลึก หน่วยกู้ภัยเขาไม่ได้คิดค่าบริการพรีเมียมตามที่คุณจ่ายมาหรอกนะ!" รินรดาตอกกลับทันควัน เสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอของเธอทำให้ธันวาขมวดคิ้วมุ่น "ฟังผมให้ดีนะท่านซีอีโอ ตอนนี้เรามีเวลาอีกสิบนาทีก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตรวจความพร้อม ถ้าคุณไม่อยากเดินเท้าเปล่ากลับบ้าน กรุณาถอดสูท ถอดเนกไท แล้วยัดไอ้รองเท้าลูกวัวนี่ลงกระเป๋าซะ แล้วใส่รองเท้าผ้าใบยางพาราคู่ละสองร้อยบาทที่ผมซื้อเตรียมไว้ให้หลังรถซะ!" ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองรองเท้าผ้าใบสีขาวขุ่นธรรมดาๆ ที่วางอยู่บนเบาะหลังรถของเธอ สลับกับใบหน้าบึ้งตึงแต่แฝงแววเอาจริงเอาจังของไกด์สาวร่างเล็ก เขากัดกริมฝีปากแน่น ความหยิ่งทะนงในฐานะผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายหมื่นล้านกำลังตีกันวุ่นวายกับความเป็นจริงตรงหน้าที่เริ่มส่งกลิ่นอายความลำบากลอยมาแตะจมูก "ผมไม่ใส่รองเท้ามือสองหรือรองเท้าโนเนมราคาถูกแบบนั้นหรอกครับ" ธันวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "มันทำลายภาพลักษณ์..." "ภาพลักษณ์บ้าบออะไรระหว่างทางเดินป่าหกชั่วโมงวะเนี่ย!" รินรดาหมดความอดทน เธอพุ่งตัวเข้าไปเปิดประตูหลังรถ ควิ๊กหยิบรองเท้าผ้าใaraราคาตลาดนัดคู่เก่งออกมา แล้วโยนไปตรงหน้าเท้าของชายหนุ่มแม่นยำราวจับวาง "เลือกเอาครับ ระหว่างใส่รองเท้าที่ผมเตรียมไว้ให้แล้วเดินไปจิบกาแฟสดหน้าเต็นท์ตอนเย็น กับเดินเท้าเปล่าเหยียบขี้ควายป่าแล้วร้องไห้ขี้มูกโป่งกลางทาง... เชิญตัดสินใจตามอัธยาศัยเลยครับท่าน!" ปึ้ง! เสียงปิดประตูรถแรงสะใจแสดงถึงอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดจนทะลปรอทของรินรดา เธอกำหมัดแน่น เดินฮึดฮัดไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นสะพาย ปล่อยให้ซีอีโอหนุ่มยืนเคว้งคว้างอยู่กลางลานจอดรถท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่เริ่มอมยิ้มขบขันกับภาพคู่กัดป้ายแดงคู่นี้ ธันวาก้มมองรองเท้าผ้าใบราคาถูกที่นอนนิ่งอยู่แทบเท้า สลับกับมองแผ่นหลังบางของไกด์สาวที่เดินนำลิ่วไปยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจแล้ว ความรู้สึกหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ตีรวนขึ้นในอก ตั้งแต่เกิดมาจนอายุสามสิบห้าปี ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาห้วนๆ แถมยังบังคับให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้าเหมือนเด็กอนุบาลแบบนี้มาก่อนเลยสักคน แต่กระนั้น... เมื่อสายตาสะดุดเข้ากับเส้นทางลูกรังสีแดงฉานที่ทอดยาวหายเข้าไปในดงทึบเบื้องหน้า ซึ่งมีหมอกบางๆ ลอยคลอเคลียอยู่เหนือยอดไม้ ภาพของรองเท้าหนังอิตาลีราคาแพงที่ต้องจมลงไปในโคลนก็ผุดขึ้นมาในหัว สัญชาตญาณเอาตัวรอดจึงสั่งให้มือเรียวหนายอมเอื้อมไปหยิบรองเท้าผ้าใบราคาถูกคู่นั้นขึ้นมาอย่างจำยอม สิบห้านาทีต่อมา ขบวนเดินทางขนาดเล็กที่มีไกด์สาวเดินนำลิ่วด้วยฝีเท้าคล่องแคล่ว และชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงสแล็คเข้ารูป และรองเท้าผ้าใบราคาประหยัดที่ดูขัดตาขัดใจแต่จำใจใส่ ก็เริ่มออกเดินทางสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมระหว่างทั้งคู่ มีเพียงเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดิน เสียงใบไม้ไหว และเสียงลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้นตามความชันของเส้นทาง รินรดารักษาฝีเท้าให้สม่ำเสมอ เธอแอบเหลือบมองผ่านหางตาเป็นระยะเพื่อเช็คสภาพของ "คุณชายตกยาก" ด้านหลัง ซึ่งดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวไม่ได้กับความชื้นและสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างจากห้องแอร์ในตึกระฟ้าอย่างสิ้นเชิง ธันวากัดฟันกรอด เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดพรายขึ้นตามขมับและไรผม ความเหนื่อยหอบจากการไม่เคยออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างจริงจังเริ่มกัดกินเรี่ยวแรงทีละน้อย แต่ความหยิ่งทะนงทำให้เขาไม่ยอมปริปากบ่นออกมาสักคำ แม้ว่าเท้าทั้งสองข้างจะรู้สึกแปลกประหลาดกับพื้นรองเท้าที่ไม่ได้นุ่มสบายเหมือนที่เคยคุ้น "ถ้าไม่ไหวก็บอกได้นะครับ ไม่ต้องฟอร์มจัดหรอก เดี๋ยวผมจะกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนตายโดยประมาทกลางป่าเอาเสียเปล่าๆ" เสียงใสๆ หันมาแซะเข้าให้โดยไม่ต้องหันหน้ากลับมามอง ธันวาชะงักฝีเท้า ยืดตัวขึ้นสูดอากาศลึกเพื่อเรียกพลัง ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้าไปประชิดด้านหลังไกด์สาวจนเธอต้องสะดุ้งหันกลับมาประจันหน้า "ใครบอกว่าผมไม่ไหวครับรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววระแวดระวัง "ผมแค่กำลังคิดว่า... ถ้าเกิดผมเดินไม่ไหวขึ้นมาจริงๆ คุณจะอุ้มผม หรือจะยอมให้ผมซบไหล่ร้องไห้ระหว่างทางดีล่ะครับ" รินรดาชะงักกึก หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งกับแววตาพราวระยับและรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทแต่มีเสน่ห์เหลือร้ายของคนตรงหน้า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้เกินไปจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นไอฝน "เพ้อเจ้ออะไรเล่า เดินต่อได้แล้วครับ เส้นทางข้างหน้าชันกว่านี้อีกหลายเท่า... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะคุณ!" รินรดาแกล้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก เธอสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินต่ออย่างรวดเร็ว แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวข้ามรากไม้ใหญ่ที่พาดผ่านทางเดิน รากไม้ชื้นตะไคร่น้ำก็เล่นตลก ร่างบางเสียหลักลื่นไถลไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว รินรดาหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดจากการกระแทกพื้นดิน หมับ! ทว่า... ความเจ็บปวดกลับไม่มาเยือน มีเพียงอ้อมแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งที่คว้าเอวเธอไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด แรงดึงกระชากทำให้ร่างของเธอปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างที่หอบสะั่นเบาๆ ของธันวา ใบหน้าของเธอแนบชิดอยู่กับลาดไหล่ของเขา สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน "ระวังหน่อยสิครับไกด์สาว... ไหนบอกว่าชำนาญเส้นทางนักหนਾ ไหงเกือบกลิ้งตกลงไปนอนก้นหุบเขาเสียแล้วล่ะครับเนี่ย" เสียงกระซิบกระซาบดังอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงซอกคอทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว รินรดารีบผลักร่างหนาออกห่างทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาพราวระยับที่มองมาอย่างล้อเลียน "ข... ขอบคุณครับ ปล่อยได้แล้ว ผมยืนเองได้!" เธอสะบัดเสียงใส่เพื่อกลบเกลื่อนความใจเต้นผิดจังหวะ ธันวายอมปล่อยมือออกช้าๆ รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้มีคราบเหงื่อบางๆ แต่กลับดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างประหลาด เขาขยับเข้าไปกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ทำเอารินรดาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี "เส้นทางข้างหน้าน่าจะสนุกกว่านี้เยอะ... ผมชักจะเริ่มชอบ 'ป่าคอนกรีต' เวอร์ชั่นธรรมชาติของคุณเข้าให้แล้วสิครับ รินรดา" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความอลวนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักธุรกิจผู้หลงทางในป่าคอนกรีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%