เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 17

ลงทุนในความฝันของเขา

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
เสียงแจ้งเตือนการโอนเงินจำนวนมหาศาลยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น *'ติ๊ง!'* ดังกังวานเสียจนห้องประชุมขนาดใหญ่ของกลุ่มบริษัทหลินตึงเครียดขึ้นมาในฉับพลัน ใบหน้าของบรรดาคณะกรรมการผู้เคยเย่อหยิ่งและจ้องจะฮุบหุ้นของหลินลู่ บัดนี้ซีดเซียวราวกับกระดาษสา พวกเขาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดมหึมา—ศูนย์เจ็ดหลักที่ต่อท้ายเครื่องหมายบวก นั่นคือหลักฐานเด็ดขาดว่าหลินลู่ไม่ได้แค่ซื้อหุ้นคืน แต่เธอกว้านซื้อกิจการทั้งหมดของพวกเขารวมถึงบริษัทคู่แข่งตัวฉกาจมาไว้ในกำมือเรียบร้อยแล้วภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที “สะ... เส้นสายพวกนี้ คุณไปเอาเงินมาจากไหนกัน!” เสียงของประธานอาวุโสผู้เคยตบโต๊ะไล่เธอออกจากห้องประชุมสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ หลินลู่เพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของเธองملกงาม เย็นเยียบ และทรงพลังราวกับราชสีห์ที่กำลังมองดูฝูงกวางตื่นตูม เธอปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนสูทผ้าทวีตสีขาวสะอาดตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองพวกมันทีละคนด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา “เงินของดิฉัน จะมาจากไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เก้าอี้ที่พวกคุณนั่งอยู่เป็นของดิฉันค่ะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งใบมีดกรีดลงกลางใจคนฟัง “และคนทุจริตที่ชอบฮุบเงินบริษัทลับหลังอย่างพวกคุณ ก็เตรียมตัวเก็บข้าวของออกไปจากตึกนี้ได้เลยนะคะ” ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่และความตื่นตระหนกจะระเบิดขึ้น แต่หลินลู่ไม่ได้สนใจไยดีสุนัขลอบกัดพวกนั้นอีกต่อไป เธอกดตัดสายการประชุมผ่านแท็บเล็ตหรู ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องประชุมทันท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนกุลีกุจอตามหลังของเลขานุการส่วนตัว เป้าหมายที่แท้จริงของเธอในวันนี้ไม่ใช่การสั่งสอนพวกสวะพวกนี้เสียหน่อย... แต่เป็นการไปหาใครบางคนต่างหากล่ะคะ รถยนต์โรลส์-ройซ์สีดำสนิทเคลื่อนตัวอย่างนิ่มนวลมาจอดเทียบหน้าอาคารสตาร์ทอัพขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ย่านนวัตกรรมใจกลางเมือง ป้ายชื่อบริษัทสีเงินเรียบง่ายสะท้อนแสงแดดยามบ่าย *‘Hanhua Technology’*—สถานที่ที่ซ่อนมันสมองอันอัจฉริยะและหยาดเหงื่อทุกหยดของ ‘จิ่งหาน’ เอาไว้ หลินลู่ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างาม รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นทางเดินเป็นจังหวะมั่นคง เธอมองผ่านประตูกระจกใสเข้าไปด้านใน ภาพที่เห็นคือจิ่งหานในเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก กำลังยืนอธิบายโครงสร้างโค้ดโปรแกรมบนกระดานไวท์บอร์ดให้กับทีมงานรุ่นน้องด้วยสีหน้าจริงจังและเคร่งเครียด ดวงตาคมปลาบที่มักจะฉายแววเย็นชาเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น บัดนี้กลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นและแพสชันอันแรงกล้าที่น่าหลงใหลจนละสายตาไม่ได้ ร่างสูงโปรดปรานของเขาดูผอมลงไปเล็กน้อยจากการหักโหมทำงานติดต่อกันหลายคืน หลินลู่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บแปลบในอกลึกๆ นี่คือผู้ชายที่ในชาติก่อนเธอเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไม่ใยดี แต่ในชาตินี้... เขากลับยอมก้มหัวทำงานหนักเพื่อสร้างอนาคต โดยไม่เคยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเธอเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งที่รู้ว่าเธอรวยล้นฟ้าขนาดไหน “ประธานจิ่งคะ... มีแขกมาขอพบค่ะ” เสียงพนักงานสาวหน้าประตูเอ่ยขึ้นด้วยความประหม่า จิ่งหานเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อดวงตาคู่คมประสานเข้ากับร่างบางที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูกระจกด้วยรอยยิ้มบางเบາ มือที่ถือปากกาไวท์บอร์ดของเขาก็ชะงักค้างไปทันที ความเย็นชาและมาดนิ่งหายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความอ่อนโยนและร่องรอยความประหลาดใจที่ฉายชัดขึ้นมาในแววตา “หลินลู่...” เขาเอמהชื่อเธอเสียงเบาราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน “คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?” “มาตรวจงานของแฟนคลับหมายเลขหนึ่งค่ะ” หลินลู่เดินตรงเข้าไปหาเขาอย่างไม่ลังเล กวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขและโค้ดซับซ้อน ก่อนจะหันมาสบตาเขาตรงๆ “ดูท่าทางแล้ว โปรเจกต์ระบบคลาวด์อัจฉริยะนี่คงกำลังขาดเงินทุนสนับสนุนก้อนใหญ่สินะคะ ถึงได้หน้าตอบขนาดนี้” จิ่งหานเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อย ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของชายหนุ่มทำให้เขาหลบสายตาไปชั่วขณะ “มันเป็นปัญหาของบริษัทผม... ผมจัดการเองได้ครับ ไม่จำเป็นต้องรบกวนคุณ...” *“จัดการเองได้งั้นเหรอคะ?”* หลินลู่สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเจือความดุดันแต่นุ่มนวลในเวลาเดียวกัน เธอเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ปกเสื้อเชิ้ตของเขา จัดมันให้เข้าที่อย่างเบามือ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนแผ่นอกที่ไหวสะท้อนตามจังหวะการหายใจ ทำเอาชายหนุ่มตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ “ถ้าคุณยังโหมงานจนไม่ได้นอนติดกันอีกสามวัน บริษัทนี้คงล้มละลายก่อนที่โปรเจกต์จะคลอดเสียอีกค่ะ จิ่งหาน... คุณคิดว่าฉันยอมให้ผู้ชายของฉันต้องมานั่งอดหลับอดนอนเพราะเรื่องเงินงี่เง่าพวกนี้จริงๆ เหรอคะ?” คำว่า ‘ผู้ชายของฉัน’ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอนิ่มนวล แต่มีอานุภาพทำลายล้างหัวใจของจิ่งหานจนราบคาบ ใบหูของท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงลำคอ เขาหูอื้อตาลายไปหมด ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะความคลั่งรักที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ต่างหาก “ลู่ลู่...” จิ่งหานเรียกเธอเสียงพร่า มือหนาเผลอยกขึ้นจับข้อมือบางของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว ราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นค่ะ” หลินลู่ยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์และความเปย์ขั้นสุด เธอดึงแท็บเล็ตสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าถือแบรนด์เนม แล้วเลื่อนหน้าจอไปที่เอกสารสัญญาการลงทุนมูลค่ามหาศาลก่อนจะยื่นตรงหน้าเขา “นี่คือสัญญาซื้อหุ้นและอัดฉีดเงินทุนสำรองสำหรับห้าปีแรก... ห้าพันล้านบาทถ้วน โอนเข้าบัญชีบริษัทของคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ” พรึบ! ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิม ทีมงานเบื้องหลังถึงกับทำปากกาหลุดจากมือ เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ดังขึ้นเป็นระลอก ห้าพันล้านบาท! นั่นมันเงินทุนที่สามารถซื้อตึกระฟ้าได้ทั้งตึกเลยด้วยซ้ำ แต่นี่เธอกลับเอามาเทให้บริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ของจิ่งหานทีเดียวหมดหน้าตัก! “คุณ... บ้าไปแล้วหรือไง” จิ่งหานมองตัวเลขบนหน้าจอด้วยความตื่นตะลึง มือที่จับข้อมือเธออยู่สั่นเทาเล็กน้อย “เงินจำนวนนี้มันมากเกินไป มากเกินกว่าที่คุณจะ...” “มากเกินไปเหรอคะ?” หลินลู่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่หนักแน่นจนทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวระรัว “สำหรับคนอื่นอาจจะใช่... แต่สำหรับความฝันของคุณ และสำหรับตัวคุณ... ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่แพงเกินไปสำหรับฉันหรอกค่ะ จิ่งหาน” เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนกระทั่งกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเธอผสมผสานเข้ากับลมหายใจอุ่นๆ ของเขา หลินลู่โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของชายหนุ่ม น้ำเสียงของเธอเย้ายวนและท้าทายในเวลาเดียวกัน “จำไว้นะคะ... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หน้าที่ของคุณคือทำตามความฝันให้สำเร็จ ส่วนเรื่องเงินทองและความฉิบหายของพวกศัตรู... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ‘ภรรยา’ คนนี้จัดการเองค่ะ” สิ้นคำพูดนั้น จิ่งหานก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป มือหนาคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยความเร็วและแรงปรารถนาที่เก็บงั้นมานาน ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากอุ่นร้อนเข้าหากันอย่างดูดดื่มท่ามกลางสายตาของพนักงานทั้งบริษัทที่ต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความช็อกและเขินอายจนต้องหันหน้าหนี รสจูบที่ทั้งหวานล้ำ เรียกร้อง และเปี่ยมไปด้วยความคลั่งรักทำเอาสมองของหลินลู่ขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอเผลอเผยริมฝีปากออกรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างเต็มใจ เคมีของคนทั้งคู่ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนแทบจะเผาผลาญอากาศในห้องให้หมดสิ้น ทว่า... ในวินาทีที่จิ่งหานกำลังจะรุกรานลึกซึ้งยิ่งขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอกลับแผดเสียงดัง *'ครืด... ครืด...'* ขัดจังหวะความหวานชื่นเสียก่อน หลินลู่ผละริมฝีปากออกเล็กน้อย หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เธอปรายตามองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่สว่างวาบขึ้นมา เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏพร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากตระกูลใหญ่ฝั่งศัตรูเก่าที่เพิ่งถูกเธอฮุบกิจการไป *‘คุณหลินลู่... อย่าได้ใจให้มันมากนัก! คิดว่าจัดการพวกเราหมดแล้วงั้นเหรอ? ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องชาติก่อนของคุณถูกเปิดเผยกับประธานจิ่ง... จงมาพบเราที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้คนเดียว!’* ดวงตาคู่คมของหลินลู่หรี่ลง รอยยิ้มหวานหยดเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยแววตาเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้กดปิดหน้าจอ จิ่งหานที่ยืนอยู่ใกล้จนเห็นข้อความทั้งหมดชัดเจนทุกตัวอักษรก็คว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นไปจากมือเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ จิ่งหานก้มลงมองข้อความนั้น นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเงียบงัน เขากดบล็อกเบอร์นั้นทันทีอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *'ตุ้บ!'* “จิ่งหาน...?” หลินลู่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำขู่หรือคำถามใดๆ ออกมาสักคำ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะอ่อนโยนต่อเธอเสมอ บัดนี้กลับเย็นชาจนน่ากลัว ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่เธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอคาดไม่ถึง—ความหวงแหนและเด็ดเดี่ยวขั้นสุด จิ่งหานหยิบสมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้นมา กดโทรออกด้วยมือข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว ปลายสายรับทันทีด้วยเสียงเคารพนอบน้อม “เตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่ลานดาดฟ้า... แล้วส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษล้อมท่าเรือหมายเลข 7 ให้หมด” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของประธานจิ่งเอ่ยสั่งการด้วยอำนาจที่แท้จริง ซึ่งไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นมาก่อน “ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องผู้หญิงของผม... ให้พวกมันหายไปจากเมืองนี้ให้หมด ไม่ต้องเหลือแม้แต่เศษซากครับ” หลินลู่เบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เอ่อล้นทะลัก—นี่เธอกำลังถูกหมาโบ้คลั่งรักของเธอ... เปย์กลับด้วยการฟาดยับเพื่อปกป้องอย่างนั้นเหรอคะเนี่ย? ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บสะใจนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%