เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 18

ตบหน้าศัตรูด้วยยอดบัญชี

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
เสียงตบโต๊ะประชุมไม้สักทองราคาเจ็ดหลักดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องกระจกใสเก็บเสียงชั้นบนสุดของตึกระฟ้า บรรยากาศภายในห้องนั้นเย็นเยียบราวกับช่องแช่แข็ง แต่กลับระอุไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นประกายไฟ "หลินลู่! เธอคิดว่าบริษัทของเราเป็นสนามเด็กเล่นของพวกคุณหนูตระกูลใหญ่หรือไงคะ!" เสียงแหลมสูงของรองประธานอาวุโส ‘หลี่ว์เหม่ยฮัว’ แผดขึ้นด้วยความเหลืออด ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นิ้วมือที่สวมแหวนเพชรส่องประกายชี้หน้าหญิงสาวผู้มีเรือนร่างระหงในชุดสูดเข้ารูปสีเอิร์ธโทนตัดเย็บพิเศษ รอบโต๊ะประชุมยาวเหยียด คณะกรรมการบริหารนับสิบชีวิตต่างนั่งกอดอกมองมาด้วยสายตาสมเพชและเยาะเย้ย บางคนถึงกับกระตุกยิ้มมุมปากรอเวลาที่ดอกไม้ในห้องหออย่างเธอจะร่วงหล่นลงมาแตกสลาย พวกเขาต่างเชื่อมั่นเป็นนักหนาว่าโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์มูลค่าพันล้านที่หลินลู่เพิ่งรับผิดชอบกำลังจะเจ๊งไม่เป็นท่า เนื่องจากถูกคู่แข่งรายใหญ่ตัดหน้าถอนทุนจนสภาพคล่องเป็นศูนย์ หลินลู่ไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายราวกับกำลังจิบชายามบ่ายริมระเบียง มากกว่าการเผชิญหน้ากับการไต่สวนเพื่อปลดเธอออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร มุมปากอิ่มสีแดงระเรื่อยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองรอบห้องอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดลงที่ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ—จิ่งหาน ชายหนุ่มในชุดสูดสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท แววตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้ทอดมองคณะกรรมการที่กำลังเดือดดาลเลยแม้แต่น้อย แต่เขากำลังจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนจนน่าประหลาด—สายตาของหมาโบ้คลั่งรักที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนบนโลกใบนี้เป็นชิ้นๆ หากมีใครกล้าทำให้ผู้หญิงของเขาต้องระคายผิว จำได้ว่าเมื่อคืนนี้... เจ้าตัวโตนี่เพิ่งจะโอนเงินแปดหลักเข้ามาในบัญชีส่วนตัวของเธอพร้อมข้อความสั้นๆ ว่า *“เปย์ผมได้ แต่อย่าเหนื่อยเกินไปนะครับ ถ้าใครกล้าทำให้คุณไม่พอใจ บอกผม เดี๋ยวผมซื้อบริษัทมันทิ้งให้หมด”* หัวใจของหลินลู่กระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความอบอุ่นซ่านลึกแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก... ให้ตายสิ เธอกลายเป็นคนคลั่งรักเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ "คุณหลี่ว์คะ..." หลินลู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นุ่มนวล ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้เสียงโวยวายทั้งหมดเงียบลงทันที "ท่านบอกว่าดิฉันไม่มีปัญญาหาเงินมาหมุนเวียนในโปรเจกต์นี้... แล้วเอาแต่พูดจาดูถูกเหยียดหยามเพื่อจะบีบให้ดิฉันลาออกอย่างนั้นสินะคะ?" "ก็ใช่น่ะสิ!" หลี่ว์เหม่ยฮัวแค่นหัวเราะเสียงดัง "บัญชีกลางของโปรเจกต์ติดลบไปสามร้อยล้านแล้ว! ต่อให้คุณเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมารวมกัน ก็ยังไม่พอแม้แต่จะจ่ายค่าวัสดุก่อสร้างงวดหน้าเลยด้วยซ้ำ อย่ามาทำเป็นปากดี ปลดเธอออกซะ! ใครเห็นด้วย ยกมือขึ้น!" สิ้นคำพูดของรองประธานหลี่ว์ กรรมการหลายคนเริ่มทยอยยกมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียง รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนกลุ่มนั้น พวกเขาคิดว่าแผนการยึดครองหุ้นส่วนใหญ่ของตระกูลหลินกำลังจะสำเร็จในวันนี้ จิ่งหานขยับตัวเล็กน้อย รัศมีน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง มือหนากำลังจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อสั่งการให้ทีมกฎหมายกว้านซื้อหุ้นของบริษัทนี้ให้หมดแล้วเขี่ยพวกเหลือบไรพวกนี้ออกไปให้พ้นทาง— ทว่า หลินลู่กลับยกมือขึ้นแตะแขนของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้าม ดวงตากลมโตคู่นั้นสบตากับจิ่งหาน เธอยิ้มให้เขาบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซุกซนและทรงเสน่ห์จนชายหนุ่มชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ... เธอจะทำอะไรอีกนะ? หลินลู่หันกลับมามองหน้าคณะกรรมการทุกคน รอยยิ้มบนใบหน้าหวานล้ำลึกขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมา นิ้วเรียวสวยกดปลดล็อกหน้าจออย่างใจเย็น เปิดแอปพลิเคชันธนาคารระดับพรีเมียมที่จำกัดสิทธิ์เฉพาะบุคคลระดับเศรษฐีมหาเศรษฐีของประเทศ "พวกท่านคิดว่าดิฉันถังแตกสินะคะ..." หลินลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส แต่กลับทำให้สันหลังของทุกคนในห้องเย็นวาบ "น่าเสียดายจัง... ที่พวกท่านสายตาสั้นเกินกว่าจะมองเห็นว่า บนโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า 'พลังแห่งความร่ำรวย' อยู่" เธอกดแตะหน้าจอสองสามครั้ง ก่อนจะคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงแล้วเลื่อนมันไปกลางโต๊ะกระจก เสียงโลหะกระทบกับกระจกดังเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบงัน "เชิญดูให้เต็มตาค่ะ... ว่าบัญชีส่วนตัวที่ดิฉันใช้ซื้อกาแฟดื่มเล่นทุกเช้า มีตัวเลขอยู่กี่หลัก" หลี่ว์เหม่ยฮัวขมวดคิ้วด้วยความหมั่นไส้ "ยัยเด็กนี่ เล่นละครอะไรเนี่ย! คิดว่าเอาตัวเลขปลอมๆ มาโชว์แล้วจะ—" รองประธานหลี่ว์ชะงักค้างไปทันที เมื่อเผลอเหลือบสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาที่แต่งแต้มด้วยอายแชโดว์ราคาแพงเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะหลุดออกจากเบ้า รูม่านหดแคบลงด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ลมหายใจสะดุดกึกราวกับถูกกระชากวิญญาณ หนึ่งหลัก... สองหลัก... สามหลัก... สิบล้าน... ร้อยล้าน... พันล้าน... ตัวเลขบนหน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชีสุทธิ: **3,450,890,210.00 บาท** (สามพันสี่ร้อยห้าสิบล้านแปดแสนเก้าหมื่นสองร้อยสิบบาทถ้วน) ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยเงียบสนิทกลับดังชัดเจนขึ้นมาในโสตประสาท คณะกรรมการที่เพิ่งยกมือสนับสนุนการปลดหลินลู่ต่างหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับ บางคนถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปได้ สามพันล้าน! นี่มันไม่ใช่แค่มีเงินหมุนเวียนในโปรเจกต์ แต่เงินจำนวนนี้สามารถกว้านซื้อบริษัทของพวกเขาทั้งบริษัทได้ถึงสามรอบแถมยังมีเงินทอนเหลือไปซื้อเกาะส่วนตัวได้อีกสองเกาะ! หลี่ว์เหม่ยฮัวตัวสั่นเทา ริมฝีปากอ้าพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว เธอมองหน้าหลินลู่สลับกับหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "นี่... นี่มันเป็นไปได้ยังไง! เงินตั้งสามพันล้าน... เธอไปเอามาจากไหน!" หลินลู่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจและเย้ยหยัน เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย "จากไหนไม่สำคัญหรอกค่ะคุณหลี่ว์..." เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับเยียบเย็นราวน้ำแข็ง "สำคัญก็คือ... เงินก้อนนี้ มากพอที่จะทำให้บริษัทของพวกเราเป็นไทจากหนี้สินทั้งหมด และยังเหลือพอที่จะซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของพวกคุณทุกคนในราคา 'เศษเงิน' ได้ในพริบตาเดียว" สิ้นคำพูดนั้น บรรดากรรมการที่เคยร่วมกันกดดันเธอก็แทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น บางคนหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ รีบหันไปมองหน้ากันเองด้วยความตื่นตระหนก หากหลินลู่ใช้เงินจำนวนนี้กว้านซื้อหุ้น พวกเขาจะต้องถูกไล่ออกอย่างหมดรูปและกลายเป็นคนหมดตัวในชั่วข้ามคืนแน่ๆ! จิ่งหานที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดมาโดยตลอด มุมปากหยักลึกยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ ดวงตาคมกริบฉายแววภาคภูมิใจและคลั่งรักจนแทบปิดไม่มิด สมแล้วที่เป็นภรรยาของเขา... ร้ายกาจ ฟาดหน้าคนอื่นด้วยตัวเลขในบัญชีได้สะใจยิ่งกว่าใครบนโลกใบนี้ หลินลู่ปรายตามองกลุ่มคนที่กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้มด้วยความรู้สึกพึงพอใจขั้นสุด เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองกลับมา นิ้วเรียวกดหน้าจอเพื่อเตรียมทำคำสั่งซื้อครั้งประวัติศาสตร์ ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะกดปุ่มยืนยันการโอนเงินเพื่อกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดนั้นเอง *Rrrrrr—* เสียงโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องในกระเป๋าเสื้อสูตรของหลินลู่กลับดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ขึ้นต้นด้วยรหัสพื้นที่จากต่างประเทศ หลินลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอชะงักนิ้วที่กำลังจะกดหน้าจอแล้วกดรับสาย พร้อมกับเปิดสปีดสปีกเกอร์ให้เสียงดังพอจะได้ยินกันทั่วทั้งห้องประชุม "สวัสดีค่ะ หลินลู่นะคะ..." เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปลายสายเงียบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยอย่างประหลาดจะดังลอดออกมาจากลำโพง เป็นเสียงที่ทำให้หัวใจของหลินลู่กระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง *"คุณหนูหลิน... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ"* น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยอำนาจล้นเหลือ *"ได้ยินว่าคุณกำลังสนุกกับการใช้เงินซื้อทุกอย่างตามใจชอบ... แต่เกรงว่า 'ของเล่นชิ้นใหม่' ที่คุณกำลังเล่นอยู่ตอนนี้ อาจจะไม่ใช่ของคุณคนเดียวอีกต่อไปแล้วล่ะครับ"* สิ้นเสียงนั้น ประตูห้องประชุมบานใหญ่ที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี! ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มลึกลับในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้แ가ードชุดดำนับสิบชีวิต ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรม แต่ดวงตากลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก และที่สำคัญที่สุด—ใบหน้านั้น... คือคนเดียวกับอดีตคู่หมั้นสารเลวที่เธอเพิ่งเขี่ยทิ้งไปเมื่อหลายเดือนก่อน! หลินลู่เบิกตากว้างเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึกด้วยความตกใจ—เขากลับมาได้อย่างไร และที่สำคัญ... เขารู้เรื่องบัญชีนี้ได้อย่างไรกันนะ? ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "ชาเขียวแก้วร้าย" ขอให้คืนนี้เป็นฝันดีที่หอมหวานและร่ำรวยยิ่งกว่าในนิยายนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%