เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของป้าใหญ่ตระกูลจิ่งยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราเบื้องบน ทว่าบรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวชั้นล่างกลับเงียบสงบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกากำลังเดิน หลินลู่ยืนกอดอกด้วยท่าทีสบายๆ ปลายเรียวเล็บสีแดงสดเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้เนื้อดี ขณะที่สายตาคมกริบมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้กำลังนั่งนิ่งงันอยู่หลังโต๊ะทำงาน
“เก่งมาก... หลานรักของป้า และ... ลูกน้องคนสนิทของฉัน”
คำพูดของยัยแม่มดเฒ่าคนนั้นเมื่อครู่ยังคงบาดลึกอยู่ในใจของจิ่งหาน เอกสารสิทธิ์ในบริษัทถูกโยนลงมาตรงหน้า ราวกับเศษกระดาษไร้ค่าที่พวกเขาสามารถเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ร่างสูงโปร่งของท่านประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาต่อโลกใบนี้ บัดนี้กลับไหล่ห่อลงเล็กน้อย ความพ่ายแพ้ ความอับอาย และความรู้สึกไร้พลังกำลังกัดกินหัวใจของเขาจนแทบแหลกสลาย
แต่ทว่า... ความอบอุ่นระอุสายหนึ่งกลับแผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้วที่กำลังถูกกุมไว้
หลินลู่ไม่ได้ปล่อยให้เขาจมอยู่กับความดิ่งดาวน์นั้น ร่างระหงก้าวเข้าไปประชิดตัว ช้อนคางคมคายขึ้นบังคับให้เขาต้องสบตากับเธอ ดวงตาคู่งามพราวระยับด้วยประกายแห่งความมั่นใจและอำนาจที่ล้นเหลือ
“มองฉันค่ะจิ่งหาน” น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น “คุณคิดว่าตัวเองเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่พวกเขี่ยทิ้งตามอำเภอใจอย่างนั้นเหรอคะ?”
“ลู่ลู่...” จิ่งหานเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคมเข้มที่มักจะซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้ความนิ่งงัน บัดนี้กลับไหวระริกอย่างน่าสงสาร “ผมมันแย่เอง... ต่อให้พยายามดิ้นรนแค่ไหน สุดท้ายสายเลือดก็คือสายเลือด พวกเขาเห็นผมเป็นแค่ตัวตลก”
“ตัวตลกอะไรกันคะ? คนที่จะหัวเราะเป็นคนสุดท้ายน่ะ... คือเราต่างหาก”
หลินลู่ยิ้มมุมปาก เธอหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอสองสามครั้งก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา หน้าจอแสดงยอดเงินในบัญชีส่วนกลางที่ถูกโอนย้ายเข้ามาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พร้อมกับตราประทับอนุมัติสินเชื่อพิเศษจากธนาคารกลางระดับโลกที่แม้แต่ตระกูลจิ่งก็ยังต้องก้มหัวให้
ตัวเลขศูนย์ยาวเหยียดนับสิบหลักปรากฏเด่นหร่า ทำเอาลมหายใจของจิ่งหานสะดุดกึก
“นี่มัน...”
“เงินสำรองฉุกเฉินสำหรับสามีของฉันค่ะ” หลินลู่โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเย้ายวนที่ทำเอาหัวใจแกร่งกระตุกวูบ “อยากได้หุ้นคืนสักกี่เปอร์เซ็นต์ดีคะ? อยากให้บริษัทของป้าใหญ่ของคุณล้มละลายภายในกี่นาทีดี? แค่บอกมา... ฉันจัดการให้ได้ทั้งหมดด้วยปลายนิ้วเดียว”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเปย์เขาด้วยเงินมหาศาล แต่ทุกครั้งที่ผ่านมา หลินลู่มักจะใช้มันเพื่อความบันเทิงส่วนตัวหรือเพื่อความสะใจในการตบหน้าคนอื่น ทว่าครั้งนี้... แววตาที่เธอมองมาที่เขามັນไม่มีความสนุกสนานเจือปน มีเพียงความห่วงใย ความเด็ดเดี่ยว และการปกป้องคุ้มครองที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่า *'ผู้ชายคนนี้คือคนของฉัน ใครหน้าไหนก็รังแกไม่ได้'*
จิ่งหานรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก มันไม่ใช่ความละอายที่ต้องพึ่งพาผู้หญิง แต่มันคือความหวั่นไหวอย่างรุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ หัวใจที่ด้านชาและปิดตายมาตลอดชีวิตของท่านประธานหนุ่ม กลับถูกความอบอุ่นและการเปย์หนักอย่างไร้ขีดจำกัดนี้ละลายจนหลอมละลาย
เขาไม่เคยถูกใครรักอย่างไม่มีเงื่อนไข... ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการถูกปกป้องด้วยอำนาจเงินที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
“คุณทำแบบนี้... ทำไมกันลู่ลู่?” จิ่งหานเอ่ยถามเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน “ผมไม่มีอะไรจะให้คุณตอบแทนเลยนะ... นอกจากตัวผมเอง”
“ใครบอกว่าไม่มีล่ะคะ?” หลินลู่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวเสน่ห์มองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างนึกเอ็นดู “ตัวคุณนี่แหละค่ะที่มีค่าที่สุดในโลกนี้สำหรับฉัน เลิกทำหน้าหมาหงอยแล้วลุกขึ้นมาค่ะ... ได้เวลาไปทวงบัลลังก์คืนแล้ว”
ยังไม่ทันที่จิ่งหานจะได้เอ่ยคำใดต่อ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างท้วมของป้าใหญ่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะหยันตามด้วยผู้ช่วยส่วนตัวที่ถือเอกสารกองโต
“อ้าว นั่งทำหน้าสลุดอะไรกันอยู่ตรงนี้ล่ะจิ่งหาน? ไหนๆ ก็หมดทางสู้แล้ว ก็รีบเซ็นใบลาออกซะให้พ้นหูพ้นตาเถอะนะ หลานรัก” ป้าใหญ่หัวเราะเสียงแหลมสูงด้วยความสะใจ “ส่วนเธอกلับออกไปจากบริษัทนี้ซะ ยัยคุณหนูตกอับ ตระกูลจิ่งไม่ต้อนรับคนนอกอย่างเธอ!”
หลินลู่ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับราชินีผู้สูงศักดิ์กำลังมองดูตัวตลกแสดงปาหี่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
“คนนอกอย่างฉันเหรอคะที่จะต้องออกไป?” หลินลู่ทวนคำ พรางหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมใบโปรดขึ้นมา “ก่อนที่คุณจะไล่ใคร ช่วยตรวจดูรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหม่ของบริษัทเสียก่อนนะคะ... ป้าใหญ่”
ป้าใหญ่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของผู้ช่วยส่วนตัวก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนน่าตกใจ ผู้ช่วยคนนั้นหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ และอุทานออกมาด้วยเสียงอันดัง
“คุณท่านครับ! แย่แล้วครับ! หุ้นทั้งหมดของบริษัทเราถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงห้าวินาที! และ... และบัญชีหลักของบริษัทถูกอายัดโดยผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งคนใหม่แล้วครับ!”
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของป้าใหญ่แข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถล่นออกจากเบ้า
หลินลู่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้หญิงสูงวัยทีละก้าว ส้นสูงกระทบกับพื้นห้องเกิดเสียงดังชัดเจนราวกับเสียงระฆังแห่งความพินาศ รอยยิ้มบนเรียวปากสีแดงสดของเธองดงามเย้ายวนแต่กลับน่ากลัวถึงขีดสุดในสายตาของศัตรู
“ยินดีต้อนรับสู่การล้มละลายนะคะคุณป้า... เพราะตอนนี้ ฉันนี่แหละค่ะ คือเจ้าของตระกูลจิ่งตัวจริง”
หลินลู่กดหน้าจอสมาร์ตโฟนครั้งสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนการโอนเงินจำนวนมหาศาลดัง *'ติ๊ง!'* ก้องกังวานไปทั่วห้อง พร้อมกับข้อความยืนยันการฮุบกิจการทั้งหมดเสร็จสิ้นสมบูรณ์...
ขอบคุณที่ติดตามความแสบสันและสายเปย์ตัวแม่ของยัยน้องนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 16
เปย์หนักจนพระเอกเริ่มหวั่นไหว
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!