เสียงปรบมือสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างจงใจในห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนราวกับอากาศในห้องนี้กำลังถูกสูบออกไปจนหมด
หลินลู่ยังคงยืนตัวแข็งค้าง สายตาของเธอมองตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนริมฝีปากของจิ่งหานในยามนี้ ไม่ใช่รอยยิ้มออดอ้อนออดแอดแบบที่เคยแสดงออกยามอยู่กันตามลำพัง แต่มันคือรอยยิ้มของ "นักล่า" ที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้หน้ากากสุภาพบุรุษมานานแสนนาน
"ตกใจขนาดนั้นเลยหรือครับ... ที่รัก"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เอ่ยออกมานั้นแฝงไปด้วยความเย้าแหย่ แต่แววตาคู่คมกลับไร้ซึ่งความล้อเล่นโดยสิ้นเชิง หลินลู่กลืนก้อนความตื่นตระหนก2ลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลไวเป็นกรดกลับสะดุดกึกราวกับระบบรวน ชายหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียง "หมาโบ้" แสนเชื่องที่เธอใช้เงินฟาดหัวจนยอมสยบ แท้จริงแล้วกลับกุมหมากตาสำคัญทั้งหมดไว้ในมืออย่างเงียบเชียบมาตลอด
"คุณ..." หลินลู่เค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณรู้อยู่แล้ว?"
"ถ้าผมไม่ทำเป็นไม่รู้ แล้วผมจะได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนกที่น่ารักขนาดนี้ของหลินหลินหรือครับ" จิ่งหานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นอายเฉพาะตัวที่คุ้นเคยโอบล้อมร่างของเธอไว้ แต่ครั้งนี้มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันอันตราย นิ้วเรียวยื่นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างใบหูของเธออย่างแผ่วเบา "อีกอย่าง... พวกสวะที่กำลังรวมหัวกันข้างนอกนั่น คิดว่าผมจะปล่อยให้พวกมันมาแตะต้องกระเป๋าเงินและดวงใจของผมได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือครับ?"
ประโยคหลังเขาโน้มใบกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาดจนหัวใจของหลินลู่กระตุกวูบ
ยังไม่ทันที่หลินลู่จะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดแบบส่วนตัว กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมทันทีที่ร่างของบุคคลกลุ่มใหญ่ก้าวเข้ามา
นำทัพมาโดย ประมุขเฒ่าแห่งตระกูลหลี่ ผู้มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ของร่างเดิมที่หลินลู่สวมร่างอยู่ ตามด้วยบรรดาญาติห่างๆ และกลุ่มนักลงทุนหน้าเลือดที่เคยพยายามฮุบกิจการของเธอเมื่อหลายเดือนก่อน สีหน้าของแต่ละคนเปี่ยมไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ รอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของหลี่เฉิงลุงผู้โลภมากนั้น ชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไรดี
"ไงล่ะ หลินลู่ หลานรักของลุง" หลี่เฉิงหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ สายตากวาดมองสภาพห้องพักสุดหรูและร่างของจิ่งหานที่ยืนประชิดติดตัวเธออย่างดูแคลน "คิดไม่ถึงล่ะสิว่าพวกเราจะตามมาเจอเธอถึงที่นี่ คิดว่าจะเอาเงินมหาศาลที่ซ่อนไว้หนีไปเสวยสุขคนเดียวได้งั้นเรอะ? ฝันไปเถอะ!"
หลินลู่หรี่ตาลง ความกลัวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยประกายตาคมกริบทอแสงวาบ ความเป็น "นางร้าย" ผู้มั่งคั่งและทรงอำนาจกลับคืนสู่ร่างอย่างสมบูรณ์แบบ เธอยืดตัวขึ้นตรง ปัดชายเสื้อสูทราคาแพงของตัวเองเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง
"หึ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็พวกหมาลอบกัดที่รวมหัวกันมาเป็นฝูงนี่เอง กฐินสามัคคีจากนรกหรือไง ถึงได้ยกโขยงกันมาพร้อมหน้าพร้อมตาขนาดนี้" น้ำเสียงของเธอยานคาง เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด จนรอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เฉิงกระตุกวูบ
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะนังหลานอกตัญญู!" หนึ่งในญาติผู้ใหญ่ตบโต๊ะเสียงดังลั่น "ตอนนี้หุ้นในมือของเธอถูกอายัดหมดแล้ว บัญชีบริษัทก็โดนตรวจสอบ เส้นสายที่เธอเคยมีถูกตัดขาดจนหมดสิ้น พวกเรามาวันนี้ไม่ได้มาเจรจา แต่มาเพื่อบังคับให้เธอเซ็นโอนทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้ตระกูลหลี่ซะดีๆ ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าเราไม่เตือน!"
เอกสารปึกใหญ่ถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า หลินลู่ก้มมองมันแวบหนึ่ง เอกสารสัญญายกมรดกและโอนกรรมสิทธิ์ที่ถูกร่างขึ้นมาอย่างเอาเปรียบเตรียมพร้อมไว้เสร็จสรรพ ช่างเป็นการกระทำที่น่าสมเพชเสียจริงในสายตาของเธอ
หลินลู่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์บนโต๊ะขึ้นมาจิบช้าๆ ราวกับพวกเขากำลังเล่นละครตลกให้เธอดูแก้เบื่อ
"หมดตัวเหรอคะ? เส้นสายขาดเหรอคะ?" หลินลู่ทวนคำด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่แววตากลับคมกริบราวนใบมีด "พวกคุณนี่นะ... ใช้ชีวิตอยู่บนกะลาสีหน้าจริงๆ ถึงได้คิดว่าเงินเก็บก้อนกระจิดริดที่พวกคุณพยายามอายัด มันคือทั้งหมดที่ฉันมี"
"ปากดีนักนะ! แกคิดว่าตอนนี้ยังมีใครกล้าช่วยแกอีกหรือไง? ไอ้หนุ่มนี่เหรอ?" หลี่เฉิงชี้หน้าจิ่งหานที่ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างกายหลินลู่ "ก็แค่พนักงานบริษัทกระจอกๆ ที่เกาะผู้หญิงกิน! แกคิดว่ามันจะช่วยอะไรแกได้รึไง หลินลู่!"
สิ้นคำพูดนั้น จิ่งหานก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่มองหลี่เฉิงไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือสายตาของ "ผู้พิพากษา" ที่มองมดปลวกตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนก่อนถูกเหยียบย่ำ
จิ่งหานคว-ควักโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ นิ้วเรียวกดสปีกเกอร์โฟนแล้ววางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้ากลุ่มคนตระกูลหลี่ เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ปลายสายจะรับด้วยความรวดเร็วและนอบน้อมอย่างถึงที่สุด
*[ท่านประธานจิ่งครับ! ดีใจเหลือเกินที่ท่านติดต่อมา คำสั่งซื้อบริษัทในเครือตระกูลหลี่ทั้งหมดถูกดำเนินการเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้เราถือครองหุ้นใหญ่เกินร้อยละแปดสิบห้าแล้ว พวกมันไม่มีทางพลิกเกมได้อีกต่อไปแล้วครับ!]*
เสียงรายงานจากประธานกรรมการธนาคารใหญ่และนักลงทุนระดับประเทศดังชัดเจนก้องไปทั่วทั้งห้อง สีหน้าของหลี่เฉิงและพวกพ้องที่เคยลำพองใจในตอนแรก พลันแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือด รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้าของทุกคนราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว
จิ่งหานกดตัดสายด้วยนิ้วเดียว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ดวงตาสนเท่ห์มองตรงไปยังกลุ่มคนที่ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นกลัว
"พนักงานบริษัทกระจอกๆ อย่างผม... พอจะซื้อบริษัทของพวกคุณทั้งหมดเพื่อเอาไว้ให้ภรรยาผมใช้เหยียบเล่นแก้เบื่อได้หรือยังครับ?"
จิ่งหานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับหนักหน่วงราวนำ้หนักของภูเขาที่กดทับลงบนอกของทุกคนในที่นั้น
หลินลู่หันไปสบตากับชายหนุ่มข้างกาย รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว เธอยกมือขึ้นคล้องแขนแกร่งของเขาอย่างสนิทสนม ก่อนจะกวาดสายตามองกลุ่มคนที่ตอนนี้ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
"เสียใจด้วยนะคะ..." หลินลู่เอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นมือไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดออกมาหมุนเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ "พอดีว่า... ฉันรวยกว่าที่พวกคุณฝันไว้เยอะเลยค่ะ"
*คลิก!* เสียงรูดบัตรเครดิตในจินตนาการดังสะท้อนก้องในหัวของทุกคน พร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนสามลำที่บินตรงมาจอดนิ่งสนิทบนดาดฟ้าโรงแรมด้านบน แรงลมจากการพัดผ่านสั่นสะเทือนกระจกห้องจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่หลินลู่จะได้เอ่ยคำพิพากษาขั้นเด็ดขาด ประตูห้องลับด้านหลังสุดของห้องรับรองซึ่งควรจะเป็นทางตัน กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ...
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ทำให้จิ่งหานต้องหรี่ตาลงด้วยความระแวดระวังเป็นครั้งแรก
"เก่งมาก... หลานรักของป้า และ... ลูกน้องคนสนิทของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ! ✨🍵
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 15
ศัตรูรวมตัวกันกฐิน
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!