"ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าเอกสารชุดนี้ไม่ต้องผ่านตาประธานจิ่ง!"
เสียงตวาดแหลมสูงของรองประธานอาวุโส ‘สวี่เฉิง’ ดังลั่นห้องประชุมใหญ่จนกระจกกันเสียงแทบสะเทือน เขากวาดตามองเหล่าผู้ถือหุ้นด้วยแววตากร้าวร้าว ขณะที่ปลายนิ้วอวบอูมเคาะลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงเพื่อกดดันให้ทุกคนคล้อยตาม แฟ้มเอกสารลับที่ซุกซ่อนสัญญาเงินกู้นอกระบบและการยักยอกเงินกองทุนถูกปิดตายไว้ใต้ฝ่ามือของเขา—ความลับดำมืดที่จิ่งหานพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี เพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของตระกูลจิ่งในอดีตเคยมีรอยด่างพร้อยและคราบน้ำตามากขนาดไหน
หลินลู่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายอารมณ์ มุมปากสวยยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองความกระวนกระวายของสวี่เฉิงราวกับกำลังชมลิงก์ละครสัตว์ชั้นต่ำ ชุดสูทสีขาวเข้ารูปขับผิวให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมได้อย่างสิ้นเชิง เธอนี่แหละค่ะที่เป็นคนควักกระเป๋าซื้อตึกทั้งหลังนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน และตอนนี้เธอก็มีสิทธิ์ขาดทุกอย่างในบริษัทแห่งนี้แบบเบ็ดเสร็จ
จิ่งหานนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดขึ้นตามไรผมและสันกรามคมคาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเจ็บปวดและหวาดหวั่นอย่างลึกซึ้ง—ไม่ใช่เพราะกลัวอำนาจของสวี่เฉิง แต่เขากลัว... กลัวว่าผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"ประธานจิ่ง... อดีตของคุณมันเน่าเฟะเสียยิ่งกว่ากองขยะ" สวี่เฉิงหัวเราะในลำคออย่างได้ใจ พลางผลักแฟ้มเอกสารไปกลางโต๊ะ "ฆาตกรที่ปล่อยให้แม่ตัวเองตายเพราะไม่มีเงินรักษา... ลูกนอกสมพที่เคยเป็นแค่ขอทานข้างถนน... คนอย่างแก มีสิทธิ์อะไรมานั่งเก้าอี้บริหารบริษัทนี้! ถ้าไม่อยากให้อีเมลนี้หลุดไปถึงสำนักข่าวพรุ่งนี้เช้า ก็เซ็นใบลาออกแล้วยกหุ้นทั้งหมดให้ฉันซะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุม ท่ามกลางสายตาหวาดผวาและซุบซิบของบรรดาบอร์ดบริหารที่ต่างพากันก้มหน้าหลบตา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดสักคำเดียวเมื่อความลับอันเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของจิ่งหานถูกนำมาประจานกลางที่แจ้ง
จิ่งหานหลุบตาลงช้าๆ มือหนาที่วางอยู่บนตักกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หัวใจของเขาชาหนึบ เขารอคอยวินาทีนี้ด้วยความหวาดกลัวมาตลอดชีวิต วันที่อดีตอันน่ารังเกียจจะพรากทุกสิ่งที่เขาเพียรสร้าง และพราก... ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้โลกสีเทาของเขามีสีสันขึ้นมา
*กริ๊ิก...*
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังขึ้นเป็นจังหวะมั่นคง หลินลู่เดินตรงเข้าไปกลางห้องประชุม ร่างเพรียวระหงหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของจิ่งหาน เธอยื่นมือเรียวบางออกไปแตะลงบนไหล่กว้างที่กำลังเกร็งเครียดของเขาเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้จิ่งหานสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว
"พูดจบหรือยังคะ... ตาแก่พุงพลุ้ย?"
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนสวี่เฉิงชะงักไป
"คุณหลิน... เรื่องนี้มันเป็นเรื่องภายในของบริษัท และเป็นความผิดพลาดส่วนตัวของประธานจิ่ง คุณไม่ควรเข้า—"
"บริษัทนี้ฉันเป็นเจ้าของค่ะ ฉันจะยุ่งเรื่องอะไรก็ได้" หลินลู่ตัดบทด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดผ่านๆ ด้วยท่าทางเบื่อหน่าย "อดีตเหรอคะ? น่าสนใจดีนี่... แต่เสียดายจังที่ฉันเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเก่าๆ สักเท่าไหร่"
สวี่เฉิงขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไง?"
หลินลู่ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เธอก้มตัวลงกระซิบข้างหูจิ่งหานเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุด "เงยหน้าขึ้นเถอะค่ะ... สามีของฉัน"
จิ่งหานหัวใจกระตุกวูบ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามนั้น
หลินลู่หันกลับมาเผชิญหน้ากับสวี่เฉิงและเหล่าบอร์ดบริหารอีกครั้ง รอยยิ้มมั่นใจถูกจุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนม แล้วกดเปิดสปีกเกอร์โฟนท่ามกลางความงุนงงของทุกคน
*ตู๊ด... ตู๊ด...*
เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนดังลอดออกมาจากลำโพง "สวัสดีครับท่านประธานหลิน มีคำสั่งอะไรให้ผมรับใช้ครับ?"
"จัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลสวี่ในตลาดหลักทรัพย์ให้หมดภายในสิบนาทีนี้ค่ะ" หลินลู่สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "แล้วก็... ส่งตำรวจเศรษฐกิจไปที่บ้านพักของรองประธานสวี่ ข้อหายักยอกทรัพย์และฟอกเงิน เอกสารหลักฐานทั้งหมดฉันส่งเข้าอีเมลกรมสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้วค่ะ"
"รับทราบครับ! ดำเนินการทันทีครับท่าน!"
ใบของสวี่เฉิงซีดเผือดลงทันที สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปกับตา เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนร่างอวบสั่นเทา "มะ... ไม่จริง! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ! นั่นมันหุ้นของผม! คุณใช้อำนาจอะไร..."
"อำนาจเงินค่ะ" หลินลู่ยิ้มหวานหยดหยย้อย พลางหมุนปากกาในมือเล่น "คุณอยากรู้ไม่ใช่เหรอคะว่าอดีตของจิ่งหานเป็นยังไง? งั้นฉันจะเล่าให้ฟังใหม่ในแบบฉบับของฉันเอง... สามีของฉันคนนี้ ต่อให้เขาเคยเป็นขอทาน หรือเคยไม่มีอะไรเลยในอดีต แต่นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ทุกตารางเมตรในเมืองนี้... ทุกหุ้นส่วนในบริษัทนี้... และตัวเขาเอง... เป็นของฉัน หลินลู่ คนนี้แต่เพียงผู้เดียวค่ะ!"
คำพูดนั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของจิ่งหาน ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกจนขอบตาร้อนผ่าว เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครสักคนยืนหยัดปกป้องเขาด้วยความภาคภูมิใจขนาดนี้ โดยไม่สนเลยว่าอดีตของเขาจะด่างพร้อยแค่ไหน
สวี่เฉิงทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง โทรศัพท์ในมือของเขาแผדเสียงแจ้งเตือนข่าวสารหุ้นของตระกูลที่ร่วงดิ่งลงเหวอย่างไร้ทางเยียวยา
หลินลู่ปรายตามองเศษสวะที่กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้มด้วยความสมเพช ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่ข้างกาย เธอยื่นมือเรียวออกไปกุมมือหนาที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยไว้แน่น แล้วส่งยิ้มพินิจพิเคราะห์ที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักให้เขา
"กลับบ้านกันเถอะค่ะ... สามี" หลินลู่เอ่ยเสียงนุ่ม "ข้าวเย็นที่ฉันทำไว้ น่าจะกำลังร้อนพอดีเลยนะคะ"
จิ่งหานมองรอยยิ้มนั้น หยดน้ำใสๆ ที่คลออยู่ริมขอบตาเกือบจะร่วงหล่นลงมา เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้หญิงที่เป็นทั้งโลกและลมหายใจของเขาในตอนนี้ ก่อนริมฝีปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี—รอยยิ้มที่อ่อนโยนและงดงามที่สุดเท่าที่หลินลู่เคยเห็นมา
ทว่า... ในวินาทีที่จิ่งหานกำลังจะเอ่ยปากตอบรับและดึงมือเธอเข้ามากอดแนบอก เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอโทรศัพท์ส่วนตัวของหลินลู่ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศหวานซึ้ง
*ติ๊ง!*
หลินลู่ก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างไปทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งข้อความและภาพถ่ายที่แนบมากับเบอร์แปลกปลอม
*ภาพถ่ายใบประวัติการรักษาทางการแพทย์ของจิ่งหาน... พร้อมข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ระบุว่า: "ความลับที่แท้จริงของเขา ไม่ใช่เรื่องอดีตยากจน... แต่เป็นเรื่องที่เขานั่นแหละ คือคนฆ่าพ่อแท้ๆ ของคุณเอง!"*
หลินลู่ชะงักค้าง ตัวชาดิ่งราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วค่อยๆ หันกลับไปมองชายหนุ่มข้างกายที่ตอนนี้... กำลังส่งรอยยิ้มเย็นเยียบแปลกประหลาดมาให้เธอ
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและซัพพอร์ต "ชาเขียวแก้วร้าย" คนนี้เสมอนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 14
ความลับของจิ่งหาน
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!