“ประกาศจากตลาดหลักทรัพย์ครับ... ตระกูลเฉิน ถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมดและประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการ ณ วินาทีนี้ครับ”
เสียงประกาศก้องจากโทรทัศน์จอยักษ์กลางย่านการค้าใจกลางเมืองยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของผู้คนที่เดินขว้างกันไปมา ทว่าสำหรับหลินลู่แล้ว เสียงเหล่านั้นมันช่างน่าเบื่อเสียยิ่งกว่าเสียงเพลงกล่อมเด็กเสียอีก
หญิงสาวในชุดสูทตัดเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ปลายขาเรียวยาวสวมรองเท้าส้นสูงคริสตัลแวววาว เคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะกาแฟหินอ่อนในร้านอาหารชั้นดาดฟ้าสุดหรูด้วยจังหวะที่บ่งบอกถึงความใจร้อนเล็กน้อย สายตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวทอดมองลงไปยังตระหง่านของตึกแถวพาณิชย์เกือบร้อยห้องเบื้องล่าง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งทำเงินมหาศาลของตระกูลเฉิน—ตระกูลอดีตคู่หมั้นผู้เคยเหยียดยามเธอสารพัด
"คุณลู่ครับ เอกสารโฉนดที่ดินล็อตสุดท้าย... เซ็นเรียบร้อยแล้วครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของจิ่งหาน ชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงที่เธอเป็นคนเลือกซื้อให้เองกับมือ เขายื่นแฟ้มหนังสีดำสนิทมาตรงหน้า ดวงตาคมเข้มคู่นั้นไม่ได้มองเอกสารมูลค่าหลายหมื่นล้านหยวนเลยแม้แต่น้อย เขากลับจดจ้องแต่ใบหน้าเรียวสวยของเธอด้วยประกายความคลั่งรักที่ต่อให้ปิดบังอย่างไรก็ไม่มิด
หลินลู่รับแฟ้มมาเปิดดูผ่านๆ มุมปากอิ่มสีแดงสดแย้มยิ้มเยาะหยัน "ดีมาก... เร็วกว่าที่ฉันคาดไว้ตั้งสิบนาทีนะจิ่งหาน แบบนี้คงต้องมีรางวัลให้พ่อบ้านคนเก่งเสียหน่อยแล้วไหมคะ?"
จิ่งหานหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ "แค่ได้ยืนอยู่ข้างคุณในวันที่คุณกำลังเหยียบพวกมันให้จมดิน... นั่นก็คือรางวัลที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผมแล้วครับ... เอ๊ด... สำหรับผมแล้วล่ะครับ" เขาแก้คำพูดทันควันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวเคยบ่นว่าเขาทำเสียงจริงจังเกินไป
หลินลู่ปัดมือเขาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน "ปากหวานขึ้นทุกวันนะคะ ระวังเถอะ... ฉันเปย์คุณจนหมดตัวไม่รู้ด้วยนะ"
"ต่อให้คุณเอาเงินทั้งโลกไปซื้อตึกพวกนี้จนหมดตัว ผมก็พร้อมจะกินแกลบแล้วให้คุณเลี้ยงดูไปตลอดชีวิตอยู่ดีครับ" จิ่งหานกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความหยอกเย้าและจริงจังในเวลาเดียวกัน ทำเอาหัวใจของนางร้ายผู้เย่อหยิ่งกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
บรรยากาศหวานชื่นระหว่างทั้งสองต้องหยุดลง เมื่อเสียงเคาะประตูกระจกห้องอาหารวีไอพีดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยร่างของชายวัยกลางคนในสภาพยับเยิน ใบซีดเผือดเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาตด้วยซ้ำ
"คุณ... คุณหลินลู่!"
เฉินเทียนเฟิง อดีตประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งล้มละลายสดๆ ร้อนๆ หอบหายใจโยนตัวคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงทันที เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง เขามองหญิงสาวที่ตนเคยหัวเราะเยาะในงานเลี้ยงเมื่อเดือนก่อนด้วยสายตาราวกับมองเห็นปีศาจ
หลินลู่ยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบกดดันความอดทนของอีกฝ่ายจนแทบเป็นบ้า
"ล... ลู่เอ๋อ... ไม่สิ คุณหลิน... ท่านประธานหลิน ได้โปรดเถอะครับ!" เฉินเทียนเฟิงละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี โขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ "ที่ดินและตึกแถวทั้งโซนนั้น... มันเป็นมรดกเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวที่ตระกูลเฉินเหลืออยู่! ได้โปรด... เมตตาขายคืนให้เราสักครึ่งหนึ่งเถอะครับ! คุณอยากได้เงินเท่าไหร่... ผมยอมจ่ายสามเท่า... ไม่สิ ห้าเท่าเลย!"
หลินลู่ค่อยๆ วางถ้วยชาลง เสียงกระทบกับจานรองดัง "กริ๊ง" เบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟัง
เธอยิ้ม ยิ้มอย่างงดงามหยาดเยิ้มแต่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
"สามเท่า? ห้าเท่า?" หลินลู่ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราوهاใบมีด "คุณเฉินคะ... สมองของคุณยังทำงานอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย? ตอนที่คุณส่งคนมาไล่ที่ชาวบ้านตาดำๆ เพื่อสร้างศูนย์การค้า... คุณเคยคิดถึงคำว่า 'เมตตา' ไหมคะ? ตอนที่คุณเหยียบย่ำบริษัทของฉันเมื่อสามปีก่อน... คุณเคยคิดถึงคำว่า 'ขายคืน' หรือเปล่า?"
เฉินเทียนเฟิงหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำริมฝีปากสั่นระริก "แต่นั่นมัน... มันเป็นเรื่องธุรกิจ..."
"ใช่ค่ะ... นี่ก็เรื่องธุรกิจเหมือนกัน" หลินลู่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินเข้าไปใกล้ชายวัยกลางคนที่กำลังหมอบกราบอยู่แทบเท้า ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ตึกแถวทั้งแถบนั้น... ฉันซื้อมาด้วยเงินสดสามหมื่นล้านหยวน... และตอนนี้..."
เธอยกยิ้มมุมปาก หันไปพยักหน้าให้จิ่งหานเล็กน้อย
จิ่งหานหยิบแท็บเล็ตหน้าจอสีดำสนิทขึ้นมา เปิดเอกสารประกาศอย่างเป็นทางการแล้วยื่นให้เฉินเทียนเฟิงดู
"และตอนนี้... ทางเราได้ยื่นเรื่องเปลี่ยนผังเมืองบริเวณนั้นทั้งหมด เพื่อเตรียมรื้อถอนสร้างเป็น... 'หลุมฝังกลบขยะอุตสาหกรรม' เรียบร้อยแล้วค่ะ" หลินลู่กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ
เฉินเทียนเฟิงเบิกตากว้างจนแทบถลอกจากเบ้า เขากรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก "ไม่! แกทำแบบนี้ไม่ได้! ที่ตรงนั้นมันใจกลางเมืองนะ! จะเอาไปทำหลุมขยะไม่ได้!"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?" หลินลู่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววสะใจอย่างไม่ปิดบัง "ก็ในเมื่อฉันเป็นเจ้าของโฉนดทุกตารางนิ้ว... ฉันจะเอาไปปลูกป่าช้า เลี้ยงเป็ด หรือถมทิ้งไว้ให้หมาขี้... มันก็เรื่องของฉัน เงินของฉัน สิทธิ์ของฉันค่ะคุณเฉิน"
ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่ว4ห้องหัวใจของอดีตมหาเศรษฐี เขาพยายามจะพุ่งเข้ามาคว้าชายกระโปรงของเธอเพื่ออ้อนวอน แต่ทว่า...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องเปิดผางขึ้นอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มอีกคนในชุดเครื่องแบบทหารยศสูง ท่าทางองอาจและแววตาดุดันกวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเยียบเย็น
เฉินเทียนเฟิงหันไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะกรีดร้องด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อจำได้ว่าคนผู้นี้คือใคร — "ท่าน... ท่านพลตรีหลี่! ลูกชายคนรองของตระกูลหลี่!"
หลี่เฉิงหยวน ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น เขาไม่ได้ชายตามองเศษสวะที่กำลังคุกเข่าอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่กลับเดินตรงดิ่งเข้าไปหาหลินลู่ โค้งคำนับให้อย่างนอบน้อมผิดวิสัยนายทหารผู้หยิ่งทะนง
"พี่ใหญ่หลิน..." หลี่เฉิงหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตึงเครียด "เรื่องจัดการกวาดซื้อที่ดินตามคำสั่งของคุณ... เรียบร้อยดีไม่มีข้อผิดพลาดครับ แต่ทว่า... ทางเราเพิ่งได้รับรายงานด่วนจากหน่วยข่าวกรองลับ..."
หลินลู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงทันทีเมื่อเห็นท่าทีเคร่งเครียดของนายทหารหนุ่ม "รายงานอะไร?"
หลี่เฉิงหยวนกวาดสายตามองจิ่งหานและเฉินเทียนเฟิงแวบหนึ่ง ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยใบหน้าที่ถอดสี
"คนที่อยู่เบื้องหลังการล้มละลายของตระกูลเฉิน... ไม่ใช่แค่เราครับ... แต่มี 'คนคนนั้น' กลับมาจากต่างประเทศแล้ว และเขากำลังใช้เงินทุนทั้งหมดเข้าซื้อหุ้นบริษัทในเครือของคุณหลิน... ทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้ครับ!"
ดวงตาของหลินลู่หรี่แคบลงทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
ชาเขียวแก้วร้ายเสิร์ฟความสะใจรอบนี้ด้วยความหวานปนพิษที่เข้มข้นที่สุด... แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 8
กลยุทธ์ซื้อตึกทั้งแถบ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!