เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 9

ใครรังแกใครกันแน่

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของ "เหมยหลิน" นางเอกผู้แสนอ่อนหวานและน่าสงสารตามบทบาทในนิยายต้นฉบับ ดังระงมไปทั่วห้องรับรองวีไอพีของสมาคมการกุศลแห่งชาติ ร่างบอบบางในชุดกระโปรงผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มราวกับลูกนกปีกหัก ท่าท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้ทรงเกียรติและนักข่าวจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่กรูเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ "คุณหลินลู่คะ... ฮือ... ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้ล่ะคะ? ฉันแค่อยมาพูดคุยดีๆ แต่คุณกลับ... กลับตบหน้าฉัน แถมยังบอกว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงหน้าเงินที่เกาะผู้ชายกินอีก..." เหมยหลินปล่อยโฮออกมาเสียงดัง บีบเค้นความน่าเวทนาออกมาจนถึงขีดสุด เผยให้เห็นรอยแดงจางๆ บนแก้มขาวเนียนที่ใครเห็นก็ต้องนึกโกรธแค้นแทน บรรยากาศในห้องพลوتพล่านไปด้วยเสียงซุบซิบกระหนาบกระเทียบ สายตานับสิบคู่หันมาจดจ้องที่ "หลินลู่" เป็นตาเดียว เต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์และดูแคลน สำหรับพวกเขา หลินลู่ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากนางร้ายไร้สมอง นิสัยเสีย และใช้อำนาจเงินข่มเหงรังแกผู้อื่นตามสันดานเดิมที่แก้ไม่หาย พวกเขารอคอยที่จะได้เห็นผู้หญิงเย่อหยิ่งคนนี้พังทลายลงต่อหน้าต่อตา แต่ทว่า... เจ้าของชื่อกลับยืนไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงด้วยท่าทีสบายอารมณ์ยิ่งกว่ากำลังนั่งจิบชาบ่ายริมระเบียง หลินลู่สวมชุดสูทเข้ารูปสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บอย่างประณีตขับผิวขาวผ่องให้ยิ่งโดดเด่น ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดแย้มยิ้มเยาะหยันออกมานิดๆ อย่างไม่นึกเกรงกลัวต่อสายตานับร้อยคู่ที่กำลังประณามเธอเลยแม้แต่น้อย "เล่นละครเก่งเสียยิ่งกว่าได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม เสียดายนะคะที่วงการบันเทิงไทย... อ๊ะ ไม่สิ วงการสังคมไฮโซบ้านเราไม่มีรางวัลประเภท 'นางอิจฉาตบตาประชาชี' ไม่อย่างนั้นถ้วยรางวัลคงต้องวางประดับหน้าบ้านคุณเหมยหลินจนไม่มีที่เดินแล้วค่ะ" หลินลู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มบนมุมปากของเธอยิ่งทำให้เหมยหลินตัวสั่นเทิ้มด้วยความแค้นปนหวาดกลัว "คุณหลินลู่! อย่ามาเฉไฉนะคะ!" ประธานกรรมการสมาคมฯ ชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลก้าวออกมาข้างหน้า ยืนบังร่างของนางเอกสาวไว้ราวกับอัศวินปกป้องเจ้าหญิง "หลักฐานทนโท่ว่าคุณทำร้ายร่างกายคุณเหมยหลิน แถมยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อหน้าสาธารณชน คุณจะแก้ตัวอย่างไรอีก!" "หลักฐานเหรอคะ?" หลินลู่เลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นอย่างท้าทาย เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเลยสักนิด มือเรียวหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูฝังเพชรออกมาจากกระเป๋าถือแบรนด์ดัง ก่อนจะเคาะหน้าจอเบาๆ สองสามครั้ง "ถ้าคำว่า 'หลักฐาน' ของพวกท่าน หมายถึงบทละครน้ำเน่าที่ผู้หญิงคนนี้ก섬รดขึ้นมาเองตามอำเภอใจล่ะก็... ฉันเกรงว่าพวกท่านคงต้องเตรียมแว่นขยายอันใหม่มาส่องความจริงกันเสียหน่อยแล้วค่ะ" สิ้นคำพูดของหลินลู่ เธอก็กดทัชสกรีนส่งสัญญาณบางอย่างทันที พรึบ! จอโปรเจกต์เตอร์ขนาดมหึมาที่ติดตั้งอยู่กลางห้องประชุม ซึ่งเดิมทีใช้สำหรับฉายสไลด์การกุศล กลับถูกแทนที่ด้วยภาพเคลื่อนไหวความคมชัดระดับ 4K ภาพมุมกว้างและมุมแคบที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ก่อนที่เหมยหลินจะเดินเข้ามาในห้องนี้ถูกฉายขึ้นสู่สายตาสสาธารณชนอย่างไม่มีย่อท้อ ในจอภาพ... ปรากฏร่างของเหมยหลินที่กำลังเดินเข้ามาหาหลินลู่ด้วยรอยยิ้มเยาะยวนที่แตกต่างจากภาพเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง เสียงบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ดังชัดแจ๋วสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมที่เงียบกริบดั่งเป่าสาก *(“เลิกยุ่งกับจิ่งหานเสียเถอะค่ะคุณหลินลู่ ผู้ชายแบบนั้น... ไม่คู่ควรกับคนอย่างคุณหรอก เขามันก็แค่คนจนที่ไต่เต้าขึ้นมาด้วยความสงสารของคุณไม่ใช่เหรอคะ?”)* เสียงหวานใสของเหมยหลินในวิดีโอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามอย่างชัดเจน ไม่หลงเหลือคราบความน่าสงสารเมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย *(“แล้วมันหนักส่วนไหนของคุณไม่ทราบคะคุณเหมยหลิน? หรือว่าเงินในบัญชีที่ฉันเปย์เขาไปหลักร้อยล้าน มันทำให้ต่อมริษยาของคุณทำงานหนักจนสมองเสื่อม?”)* เสียงตอบกลับของหลินลู่ในคลิปช่างเฉียบคมและทรงพลัง *(“แก!... นังสารเลว! แกคิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ? คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่าแกมันรังแกคนไม่มีทางสู้!”)* เหมยหลินในจอภาพกรีดร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนที่เธอจะคว้ามือของหลินลู่มาตบเข้าที่หน้าแก้มของตัวเองอย่างจงใจ แล้วทิ้งตัวลงไปนอนร้องไห้โฮบนพื้นด้วยความรวดเร็วรากับฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องรับรองวีไอพีทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง ทุกสายตาเบนกลับไปมองร่างของเหมยหลินที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ร่างบางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อความจริงอันเน่าเฟะถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัล "เอ่อ... นี่มัน..." ประธานสมาคมฯ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้ามีอายุเริ่มซีดเซียวเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเกือบจะตกเป็นเครื่องมือของนางเอกจอมลวงโลกเสียแล้ว หลินลู่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงก้าวเดินเข้าไปใกล้เหมยหลินทีละก้าว ส้นสูงสีแดงกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดังก้องกังวาน รา-วกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายสำหรับคนตลบแตลง เธอหยุดยืนอยู่เบื้องร่างของเหมยหลินที่กำลังพยายามถอยหนี ก้มมองด้วยสายตาเยφυชาและสมเพชเวทนา "ทีนี้... พอจะตอบฉันได้หรือยังคะว่า... 'ใครรังแกใครกันแน่'?" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนטสั่นไปถึงไขกระดูกดำ เหมยหลินอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ น้ำตาที่เคยไหลออกมาด้วยความเสแสร้ง ตอนนี้กลับไหลออกมาจริงๆ ด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง "ฉัน... ฉันไม่ได้..." เหมยหลินพยายามจะแก้ตัว แต่เสียงของเธอกลับสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ไม่ต้องแก้ตัวหرشหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่าๆ" หลินลู่ยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งในฤดูหนาว "ในฐานะที่ฉันเป็นคนใจบุญสุนทาน และเกลียดที่สุดคือคนมารยาททรามมาสร้างความวุ่นวายในงานการกุศลที่ฉันเป็นสปอนเซอร์หลัก..." หลินลู่หันไปสบตากับเลขาหนุ่มด้านหลัง ก่อนจะพยักหน้ารับเบื้องบน ทันใดนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากมิลาน "จิ่งหาน" ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาดั่งพญายม แต่เมื่อสายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมาเจอหลินลู่ รัศมีความเยือกเย็นก็มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความคลั่งรักและห่วงใยที่เอ่อล้นจนคนรอบข้างสัมผัสได้ จิ่งหานเดินตรงดิ่งเข้ามาหาหลินลู่ ก่อนจะเอื้อมมือมาโอบเอวบางไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาคมกริบตวัดมองเหมยหลินที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยแววตาที่น่ากลัวราวกับจะฉีกร่างเป็นชิ้นๆ "ใครกล้าทำให้คุณไม่พอใจ บอกผมมาคำเดียว... ผมจะซื้อกิจการของตระกูลมัน แล้วเขี่ยพวกมันให้พ้นไปจากเมืองนี้ภายในสามวินาทีครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหูของหลินลู่ด้วยความอ่อนโยน ทว่าประโยคหลังกลับประกาศกร้าวให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน หลินลู่หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้ยอมสยบแทบเท้าเธอคนนี้ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดออกมาจากกระเป๋า ยื่นส่งให้เลขาด้านหลังพร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ "จัดการเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยนะคะ... รูดจ่ายค่าเสียหายของสมาคมนี้ทั้งหมดเลย หักจากบัญชีส่วนตัวของฉันได้เต็มที่ค่ะ" สิ้นเสียงหวาน เสียงเครื่องรูดบัตรเครดิตขนาดพกพาที่เลขานำออกมารูดปรื๊ดก็ดังขึ้นท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคน ติ๊ด! — อนุมัติวงเงินสำเร็จ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย"เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%