เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 10

คืนนี้ท่านประธานนอนโซฟา

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิทดังขึ้น *ติ๊ด! — อนุมัติวงเงินสำเร็จ!* พร้อมกับข้อความยืนยันการโอนเงินจำนวนแปดหลักเข้าบัญชีของบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำ เพื่อเนรมิตห้องทำงานส่วนตัวและห้องครัวสไตล์ยุโรปภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน หลินลู่กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยท่าทางไม่สะท้านสะเทือน ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจกใสอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องรับแขกที่บัดนี้มีกลิ่นอายของความเป็น "บ้าน" มากกว่ากรงขังหรูหราเย็นชาแบบเดิม และต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงนี้... กำลังยืนเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูผืนสีเทาอ่อนอยู่ตรงหน้า "คุณจิ่งหานคะ ดิฉันเตือนหลายครั้งแล้วนะคะว่าเป่าผมให้แห้งสนิทเสียก่อนค่อยเดินออกมาจากห้องน้ำ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้นะคะ" หลินลู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะดุเล็กน้อย แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจ ยอมยืนให้เธอบ่นราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ จิ่งหานชะงักมือที่กำลังขยี้ผมเล็กน้อย เขาวางผ้าขนหนูพาดไว้บนบ่า ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาว ดวงตาสีเข้มคมกริบทอประกายความอบอุ่นลุ่มลึกยามมองสบตาเธอ "ผมกลัวว่าถ้ามัวแต่เช็ดผมให้แห้ง... คุณจะรอนานจนเผลอหลับไปเสียก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลที่เอ่ยออกมานั้นช่างผิดลุคประธานหนุ่มผู้เย็นชาไร้หัวใจในสายตาคนนอกลิบลับ ตั้งแต่วันที่เขาหอบกระเป๋าใบโตย้ายเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์ของเธอตาม "ข้อเสนอสุดพิเศษ" ที่ปฏิเสธไม่ได้ จิ่งหานก็สลัดคราบเสือร้ายกลายเป็นหมาโบ้คลั่งรักที่คanhติดเธอแจไปเสียแล้ว "ดิฉันไม่ได้ใจร้อนขนาดนั้นหรอกค่ะ" หลินลู่ลอยหน้าลอยตาตอบ พbariายามขยับตัวถอยหนีเมื่อร่างสูงโน้มเข้ามาใกล้จนแผงอกกว้างแทบจะแนบชิดกับเรียวแขนของเธอ "อีกอย่าง ห้องนอนฝั่งตะวันตกก็ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ทำไมคุณถึงไม่ยอมย้ายไปนอนห้องนั้นเสียทีล่ะคะ มาเบียดเบียนโซฟาตัวยาวของห้องรับแขกอยู่ได้" จิ่งหานไม่ตอบทันที เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเธอ มือหนายื่นไปกุมมือเรียอบอุ่นของหลินลู่ขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานหนักลูบไล้หลังมือเธออย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลัวว่าตุ๊กตาแก้วเจียระไนชิ้นนี้จะแตกสลายคามือ "ห้องนั้นกว้างเกินไป... และมันเงียบเหงาเกินไปค่ะ" จิ่งหานเงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงทุ้มเจือความจริงจังที่สั่นไหวเล็กน้อย "ผมคุ้นเคยกับการนอนหลับโดยมีเสียงลมหายใจของคุณอยู่ใกล้ๆ เสียแล้ว... ให้ผมนอนตรงนี้แหละดีที่สุดครับ" *เดี๋ยวนะคะ... เมื่อครู่นี้เขาแทนตัวเองว่าอะไรนะคะ?* หลินลู่ชะงักกึก หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อได้ยินสรรพนามแปลกหูที่อีกฝ่ายจงใจหลุดปากออกมาเพื่อเอาใจเธอโดยเฉพาะ ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ชักจะเรียนSรู้ไวเกินไปแล้วกระมัง! จากประธานหนุ่มผู้หยิ่งทะนง กลายร่างมาเป็นแมวเชื่องๆ ที่ยอมใช้สรรพนามออดอ้อยตามใจเธอนี่มัน... อันตรายต่อหัวใจนางร้ายเกินไปหน่อยไหมนะ! "นี่คุณจิ่งหาน! อย่ามาใช้ลูกไม้นี้กับดิฉันนะคะ" หลินลู่แสร้งทำเป็นตีหน้าขรึม ทั้งที่พวงแก้มเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด "บอกให้ไปนอนดีๆ ก็ต้องไปค่ะ คืนนี้... เชิญคุณรับประทานโซฟาตัวนี้ไปคนเดียวเงียบๆ เลยนะคะ ห้ามลุกมาอ้างว่าปวดหลังเด็ดขาด!" จิ่งหานหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาระยิบระยับด้วยความเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์ เขายังคงกุมมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอขยับหนีไปไหน "ถ้าผมนอนโซฟาคนเดียวแล้วหนาว... ผมขออนุญาตย้ายมานอนซุกตักคุณแทนได้ไหมล่ะครับ?" "ฝันไปเถอะค่ะ!" หลินลู่ค้อนขวับให้วงใหญ่ บรรยากาศแสนหวานและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความคลั่งรักกำลังดำเนินไปอย่างชวนฝัน ทว่า... ในวินาทีที่จิ่งหานกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มเพื่อขโมยความหวานอีกสักครั้ง เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นแทรกบรรยากาศโรแมนติกจนสะดุ้งกันทั้งคู่ *ติ๊ง... ต่อง!* เสียงสัญญาณเตือนภัยดังซ้ำเป็นครั้งที่สอง บ่งบอกว่าผู้มาเยือนยามวิกาลรายนี้มีความตั้งใจแน่วแน่ขนาดไหน หลินลู่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ใครกันนะบังอาจมารบกวนเวลาส่วนตัวของเธอในยามวิกาลเช่นนี้? เธอหันไปสบตากับจิ่งหานที่ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเย็นชาและเฉียบคมขึ้นในพริบตา ราวกับหน้ากากประธานหนุ่มถูกสวมกลับเข้าไปใหม่อย่างรวดเร็ว จิ่งหานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าแท็บเล็ตควบคุมระบบความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์มาเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าประตู ทว่า... ทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพบนหน้าจอ ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าของประธานหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที "ใครกันคะ?" หลินลู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย พร้อมกับขยับเข้าไปยืนเคียงข้าง จิ่งหานหันมามองเธอ แววตาซับซ้อนจนยากจะคาดเดา เขายื่นแท็บเล็ตให้เธอดูภาพบนหน้าจอชัดๆ ปรากฏร่างของชายสูงวัยสวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ กำลังยืนยิ้มเย็นเยียบอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสี่คนยืนประกบซ้ายขวา และบุคคลนั้น... คือประธานใหญ่แห่งตระกูลจิ่ง ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของจิ่งหาน ผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำและขับไล่จิ่งหานออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน! "ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนโซฟาอย่างสงบแล้วล่ะครับ" จิ่งหานแค่นหัวเราะเสียงเย็น มือหนาเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างรวดเร็ว "เพราะท่านประธานใหญ่คงจะทราบข่าวเรื่องที่เราสองคนย้ายมาอยู่ด้วยกัน... และคงทนเห็นผมได้ดีไม่ได้เสียแล้วกระมังครับ" หลินลู่หรี่ตามองภาพบนจอเล็กน้อย มุมปากสวยยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคย ดวงตาคู่คมเปล่งประกายความสนุกสนานและท้าทายราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม "มาได้จังหวะเสียจริงนะคะ..." หลินลู่แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ในเมื่อคุณท่านอุตส่าห์มาเยือนถึงที่... ถ้าเราไม่ต้อนรับให้สมฐานะเศรษฐีใหม่ คงเสียชื่อ 'ชาเขียวแก้วร้าย' แย่เลยสิคะจริงไหม?" นิ้วเรียวกดปุ่มเปิดระบบเสียงอินเตอร์คอมที่เชื่อมต่อกับหน้าประตูบ้านทันที ก่อนที่เธอจะหันไปสบตากับจิ่งหานด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ "เชิญท่านเข้ามาได้เลยค่ะ... แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าค่าเสียหายจากการบุกรุกยามวิกาลครั้งนี้ ดิฉันจะคิดดอกเบี้ยเป็นสิบเท่าแน่นอนค่ะ!" (ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" มาโดยตลอดนะคะ!)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%