เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิทดังขึ้น *ติ๊ด! — อนุมัติวงเงินสำเร็จ!* พร้อมกับข้อความยืนยันการโอนเงินจำนวนแปดหลักเข้าบัญชีของบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำ เพื่อเนรมิตห้องทำงานส่วนตัวและห้องครัวสไตล์ยุโรปภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน
หลินลู่กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยท่าทางไม่สะท้านสะเทือน ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจกใสอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องรับแขกที่บัดนี้มีกลิ่นอายของความเป็น "บ้าน" มากกว่ากรงขังหรูหราเย็นชาแบบเดิม
และต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงนี้... กำลังยืนเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูผืนสีเทาอ่อนอยู่ตรงหน้า
"คุณจิ่งหานคะ ดิฉันเตือนหลายครั้งแล้วนะคะว่าเป่าผมให้แห้งสนิทเสียก่อนค่อยเดินออกมาจากห้องน้ำ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้นะคะ" หลินลู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะดุเล็กน้อย แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจ ยอมยืนให้เธอบ่นราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ
จิ่งหานชะงักมือที่กำลังขยี้ผมเล็กน้อย เขาวางผ้าขนหนูพาดไว้บนบ่า
ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาว
ดวงตาสีเข้มคมกริบทอประกายความอบอุ่นลุ่มลึกยามมองสบตาเธอ
"ผมกลัวว่าถ้ามัวแต่เช็ดผมให้แห้ง... คุณจะรอนานจนเผลอหลับไปเสียก่อน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลที่เอ่ยออกมานั้นช่างผิดลุคประธานหนุ่มผู้เย็นชาไร้หัวใจในสายตาคนนอกลิบลับ
ตั้งแต่วันที่เขาหอบกระเป๋าใบโตย้ายเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์ของเธอตาม "ข้อเสนอสุดพิเศษ" ที่ปฏิเสธไม่ได้
จิ่งหานก็สลัดคราบเสือร้ายกลายเป็นหมาโบ้คลั่งรักที่คanhติดเธอแจไปเสียแล้ว
"ดิฉันไม่ได้ใจร้อนขนาดนั้นหรอกค่ะ" หลินลู่ลอยหน้าลอยตาตอบ พbariายามขยับตัวถอยหนีเมื่อร่างสูงโน้มเข้ามาใกล้จนแผงอกกว้างแทบจะแนบชิดกับเรียวแขนของเธอ
"อีกอย่าง ห้องนอนฝั่งตะวันตกก็ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ทำไมคุณถึงไม่ยอมย้ายไปนอนห้องนั้นเสียทีล่ะคะ มาเบียดเบียนโซฟาตัวยาวของห้องรับแขกอยู่ได้"
จิ่งหานไม่ตอบทันที เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเธอ
มือหนายื่นไปกุมมือเรียอบอุ่นของหลินลู่ขึ้นมาสัมผัสเบาๆ
ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานหนักลูบไล้หลังมือเธออย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลัวว่าตุ๊กตาแก้วเจียระไนชิ้นนี้จะแตกสลายคามือ
"ห้องนั้นกว้างเกินไป... และมันเงียบเหงาเกินไปค่ะ"
จิ่งหานเงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงทุ้มเจือความจริงจังที่สั่นไหวเล็กน้อย
"ผมคุ้นเคยกับการนอนหลับโดยมีเสียงลมหายใจของคุณอยู่ใกล้ๆ เสียแล้ว... ให้ผมนอนตรงนี้แหละดีที่สุดครับ"
*เดี๋ยวนะคะ... เมื่อครู่นี้เขาแทนตัวเองว่าอะไรนะคะ?*
หลินลู่ชะงักกึก หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อได้ยินสรรพนามแปลกหูที่อีกฝ่ายจงใจหลุดปากออกมาเพื่อเอาใจเธอโดยเฉพาะ
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ชักจะเรียนSรู้ไวเกินไปแล้วกระมัง! จากประธานหนุ่มผู้หยิ่งทะนง กลายร่างมาเป็นแมวเชื่องๆ ที่ยอมใช้สรรพนามออดอ้อยตามใจเธอนี่มัน... อันตรายต่อหัวใจนางร้ายเกินไปหน่อยไหมนะ!
"นี่คุณจิ่งหาน! อย่ามาใช้ลูกไม้นี้กับดิฉันนะคะ" หลินลู่แสร้งทำเป็นตีหน้าขรึม ทั้งที่พวงแก้มเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด "บอกให้ไปนอนดีๆ ก็ต้องไปค่ะ คืนนี้... เชิญคุณรับประทานโซฟาตัวนี้ไปคนเดียวเงียบๆ เลยนะคะ ห้ามลุกมาอ้างว่าปวดหลังเด็ดขาด!"
จิ่งหานหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาระยิบระยับด้วยความเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์
เขายังคงกุมมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอขยับหนีไปไหน
"ถ้าผมนอนโซฟาคนเดียวแล้วหนาว... ผมขออนุญาตย้ายมานอนซุกตักคุณแทนได้ไหมล่ะครับ?"
"ฝันไปเถอะค่ะ!" หลินลู่ค้อนขวับให้วงใหญ่
บรรยากาศแสนหวานและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความคลั่งรักกำลังดำเนินไปอย่างชวนฝัน
ทว่า... ในวินาทีที่จิ่งหานกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มเพื่อขโมยความหวานอีกสักครั้ง
เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นแทรกบรรยากาศโรแมนติกจนสะดุ้งกันทั้งคู่
*ติ๊ง... ต่อง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังซ้ำเป็นครั้งที่สอง บ่งบอกว่าผู้มาเยือนยามวิกาลรายนี้มีความตั้งใจแน่วแน่ขนาดไหน
หลินลู่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ใครกันนะบังอาจมารบกวนเวลาส่วนตัวของเธอในยามวิกาลเช่นนี้?
เธอหันไปสบตากับจิ่งหานที่ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเย็นชาและเฉียบคมขึ้นในพริบตา ราวกับหน้ากากประธานหนุ่มถูกสวมกลับเข้าไปใหม่อย่างรวดเร็ว
จิ่งหานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าแท็บเล็ตควบคุมระบบความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์มาเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าประตู
ทว่า... ทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพบนหน้าจอ ร่างสูงก็ชะงักกึก
สีหน้าของประธานหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที
"ใครกันคะ?" หลินลู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย พร้อมกับขยับเข้าไปยืนเคียงข้าง
จิ่งหานหันมามองเธอ แววตาซับซ้อนจนยากจะคาดเดา
เขายื่นแท็บเล็ตให้เธอดูภาพบนหน้าจอชัดๆ
ปรากฏร่างของชายสูงวัยสวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ กำลังยืนยิ้มเย็นเยียบอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสี่คนยืนประกบซ้ายขวา
และบุคคลนั้น... คือประธานใหญ่แห่งตระกูลจิ่ง ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของจิ่งหาน
ผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำและขับไล่จิ่งหานออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน!
"ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนโซฟาอย่างสงบแล้วล่ะครับ" จิ่งหานแค่นหัวเราะเสียงเย็น มือหนาเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างรวดเร็ว
"เพราะท่านประธานใหญ่คงจะทราบข่าวเรื่องที่เราสองคนย้ายมาอยู่ด้วยกัน... และคงทนเห็นผมได้ดีไม่ได้เสียแล้วกระมังครับ"
หลินลู่หรี่ตามองภาพบนจอเล็กน้อย มุมปากสวยยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคย
ดวงตาคู่คมเปล่งประกายความสนุกสนานและท้าทายราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม
"มาได้จังหวะเสียจริงนะคะ..." หลินลู่แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"ในเมื่อคุณท่านอุตส่าห์มาเยือนถึงที่... ถ้าเราไม่ต้อนรับให้สมฐานะเศรษฐีใหม่ คงเสียชื่อ 'ชาเขียวแก้วร้าย' แย่เลยสิคะจริงไหม?"
นิ้วเรียวกดปุ่มเปิดระบบเสียงอินเตอร์คอมที่เชื่อมต่อกับหน้าประตูบ้านทันที
ก่อนที่เธอจะหันไปสบตากับจิ่งหานด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ
"เชิญท่านเข้ามาได้เลยค่ะ... แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าค่าเสียหายจากการบุกรุกยามวิกาลครั้งนี้ ดิฉันจะคิดดอกเบี้ยเป็นสิบเท่าแน่นอนค่ะ!"
(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" มาโดยตลอดนะคะ!)
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 10
คืนนี้ท่านประธานนอนโซฟา
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!