เสียงค้อนไม้หรูหรากระทบลงบนฐานหินอ่อนดัง *ก๊อง!*
“สิบล้านหยวน ครั้งที่หนึ่ง... สิบล้านหยวน ครั้งที่สอง...”
เสียงประกาศของพิธีกรในงานประมูลการกุศลประจำปีของตระกูลเฉินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงระดับเจ็ดดาว ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ผู้คนนับร้อยคู่ในชุดราตรีและสูทสั่งตัดราคาแพงต่างพากันกลั้นหายใจ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทสีชาครามเข้มผู้ครองตำแหน่งประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่—เฉินอี้หลาน
เขากำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบรabชาด้วยท่าทีเหนือกว่า รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั้นชัดเจนเสียจนไม่ต้องเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ของชิ้นสุดท้ายในค่ำคืนนี้คือ "สร้อยไข่มุกน้ำงามแห่งทะเลตงไห่" สมบัติล้ำค่าที่ตระกูลเฉินตั้งใจนำมาประมูลเพื่อประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ในคืนก่อนการประชุมบอร์ดบริหารครั้งสำคัญ และเป้าหมายของเฉินอี้หลานก็คือการใช้มันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของใครบางคนให้จมดิน... คนที่เขาคิดว่าคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะก้าวเข้ามาในงานระดับนี้ด้วยซ้ำ
“สิบล้านหยวน ครั้งที่...”
“สิบล้านเหรียญสหรัฐค่ะ”
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นแทรกกลางอากาศอย่างไร้รอยต่อ ราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่กรีดผ่านความเงียบสงบจนทุกคนต้องสะดุ้งสุดตัว
เฉินอี้หลานชะงักค้าง แก้วไวน์ในมือเกือบหลุดร่วง เขารีบหันขวับไปมองยังที่นั่งแถวหน้าสุด ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของผู้คนนับร้อยที่ต่างเหลียวหลังมองเป็นตาเดียว
ร่างบางในชุดเดรสยาวปักคริสตัลระยิบระยับรับกับแสงไฟแชนเดอเลียร์ หลินลู่ก้าวขาเรียวยาวไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย้ยหยันชัดเจน เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มมุมปากน้อยๆ ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวจิ๋วที่กำลังพยายามดิ้นรนอยู่ในกำมือ
“คุณ... หลินลู่!” เฉินอี้หลานหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อสายตา “เธอเข้ามาในนี้ได้ยังไง? บัตรเชิญระดับวีไอพีราคาสองล้าน เธอเอาเงินที่ไหนมาซื้อ... หรือว่าเธอยังไม่เลิกนิสัยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเกาะผู้ชายกินอีก!”
ดิฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันและความรวยระดับที่ต่อให้เขาทำงานจนตายก็หาไม่ได้ในชาตินี้ ดิฉันค่อยๆ ยกปลายนิ้วขึ้นมาปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่เสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะส่งสายตาคมกริบราวกับพญาเสือดาวที่กำลังจ้องเหยื่อ
“เกาะผู้ชายกินหรือคะ?” ดิฉันทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนเฉินอี้หลานเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว “น่าขำเสียจริงนะคะคุณประธานเฉิน สมองของคุณนี่ฝ่อไปพร้อมกับหุ้นบริษัทที่กำลังดิ่งลงเหวหรือเปล่า ถึงได้คิดอะไรตื้นๆ แบบนั้น... อ้อ ลืมบอกไปค่ะ บัตรเชิญวีไอพีใบนี้ ดิฉันไม่ได้ซื้อหรอกค่ะ พอดีทางผู้จัดงานเขากลัวว่างานจะเงียบเหงา เลยกราบกรานให้ดิฉันมาช่วยเป็น 'เจ้าภาพกิตติมศักดิ์' ต่างหากล่ะคะ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง บรรดาไฮโซและนักธุรกิจต่างซุบซิบกันด้วยความประหลาดใจ เพราะข่าววงในล่าสุดระบุว่าหลินลู่คนนี้เพิ่งถอนหมั้นและประกาศตัดขาดจากตระกูลเฉิน แต่วันนี้เธอกลับปรากฏตัวในฐานะแขกวีไอพีระดับสูงสุด แถมยังเปิดปากสู้ราคาแบบไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม!
พิธีกรบนเวทีเหงื่อตก กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ด้วยความทำอะไรไม่ถูก “สะ... สิบสองล้านเหรียญสหรัฐ ครั้งที่หนึ่ง...”
“สิบล้านเหรียญสหรัฐ? น้อยเกินไปค่ะสำหรับของเล่นแก้เบื่อชิ้นนี้” ดิฉันยิ้มหวานหยดย้อย ส่งสายตาพราวเสน่ห์แต่เย็นชาไปให้เฉินอี้หลานที่เริ่มหน้าซีดเผือด “ยี่สิบล้านเหรียญค่ะ... อ้อ ไม่ต้องทอนนะคะ พอดีฉันรำคาญเศษเหรียญค่ะ”
*ฮือออออ!*
คราวนี้เสียงสูดปากด้วยความตกใจดังระงมไปทั่วห้องโถง ยี่สิบล้านเหรียญสหรัฐ! เพื่อซื้อสร้อยไข่มุกเส้นเดียวเนี่ยนะ? นี่มันไม่ใช่การประมูลแล้ว แต่มมันคือการเอาเงินสดเป็นฟ่อนๆ ตบหน้าประธานบริษัทเฉินกรุ๊ปจนหน้าชาดิกกลางงานสาธารณะชัดๆ!
เฉินอี้หลานหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวจนระงับไม่อยู่ เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะวีไอพีก่อนจะตบโต๊ะเสียงดัง *ปัง!* จนแก้วไวน์สั่นสะเทือน
“หลินลู่! เธอเสียสติไปแล้วรึไง! เอาเงินมาจากไหนตั้งมากมายขนาดนั้น? หรือว่าเธอไปกู้หนี้ยืมสินใครมาเพื่อหน้าตาปลอมๆ ในงานนี้! บอกไว้ก่อนนะว่าถึงเธอจะประมูลได้ ฉันก็ไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงสำส่อนอย่างเธอมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตระกูลเฉินเด็ดขาด!”
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ รอยยิ้มบนใบหน้าของดิฉันเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็ง ดิฉันไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวหรือสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย กลับค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรับชุดเดรสให้เข้ารูปอย่างสง่างาม ความสูงที่ได้รูปและออร่าความเย่อหยิ่งกดดันให้เฉินอี้หลานต้องเป็นฝ่ายผถอยร่นลงไปโดยไม่รู้ตัว
“สำส่อนหรือคะ?” ดิฉันทวนคำ เสียงกระซิบนั้นแม้จะเบาหวิวแต่กลับดังก้องไปถึงหูทุกคนในรัศมีสิบเมตร “ปากเน่าๆ แบบนี้ สมควรแล้วล่ะค่ะที่พรุ่งนี้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของพวกคุณจะร่วงติดฟลอร์ตั้งแต่ห้ามนาทีกแรกของการเปิดตลาด... อ้อ และถ้าคุณยังไม่อยากให้บริษัทครอบครัวของคุณกลายเป็นเศษกระดาษชำระ กรุณาหุบปากแล้วถอยไปไกลๆ กลิ่นตัวของคุณมันรบกวนจมูกฉันค่ะ”
“เธอ... นังสารเลว!” เฉินอี้หลานบันดาลโทสะ เงื้อมมือขึ้นหมายจะตบลงมาบนใบหน้าของดิฉันท่ามกลางความตกใจของทุกคน
แต่ทว่า... มือหนาคู่หนึ่งกลับคว้าข้อมือของเขาไว้กลางอากาศอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด!
แรงบีบที่หนักหน่วงราวกับคีมเหล็กทำให้กระดูกข้อมือของเฉินอี้หลานแทบแหลกสลาย เขาโอดครวญด้วยความเจ็บปวดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความหวาดกลัว
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิท ไหล่กว้างและสันจี้มนคมคายราวกับงานประติมากรรม จิ่งหานยืนบังร่างของดิฉันไว้มิดชิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นเย็นชาไร้กะแสความรู้สึกราวกับยมทูตที่กำลังมองดูศพเดินได้
“มือสกปรกๆ แบบนี้... คิดจะแตะต้องใครกันครับ?”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้เฉินอี้หลานตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด เพราะเขารู้ดีว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่แค่เลขาฯ ไร้ชื่อเสียงอีกต่อไป แต่คือประธานกองทุนการลงทุนระดับโลกลึกลับผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจครึ่งประเทศที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นของตระกูลเฉินไปกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในเงา!
จิ่งหานไม่สนใจท่าทีหวาดผวาของเฉินอี้หลาน เขากลับหันมามองดิฉัน ดวงตาที่เคยเย็นชากลับทอประกายอ่อนโยนและคลั่งรักจนแทบจะละลาย พร้อมกับยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทขลิบทองคำแท้ลวดลายประณีต—บัตรแพลทินัมไร้วงเงินระดับตำนานที่ทั่วโลกมีเพียงสามใบ—มาตรงหน้าดิฉัน
“ภรรยาครับ... วงเงินยี่สิบล้านเหรียญเมื่อครู่ ยังน้อยไปหรือเปล่าครับ? ถ้ายังไม่สะใจพอ ผมยังมีบัญชีสำรองอีกสามร้อยบัญชีให้คุณใช้วันนี้... รูดซื้อบริษัทนี้ทิ้งไปเลยดีไหมครับ?”
จิ่งหานกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของดิฉัน รอยยิ้มอบอุ่นแต่แฝงความอันตรายฉายชัดในแววตา ขณะที่เสียงกดรหัสรูดบัตรจากเครื่อง EDC ของพนักงานประมูลดังขึ้น *ตี๊ด...* พร้อมกับข้อความอนุมัติวงเงินที่เด้งขึ้นมาโชว์หราบนหน้าจอขนาดใหญ่กลางงาน
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องโจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ก็เปิดผางออกเสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างของบอดี้การ์ดในชุดสูทดำนับสิบคนที่เดินเรียงแถวเข้ามา พร้อมแฟ้มเอกสารสีแดงฉานนับร้อยเล่มที่ถูกโยนลงตรงหน้าเฉินอี้หลาน เสียงกระดาษกระทบพื้นดังระรัวราวกับเสียงกรับประหารชีวิต
“ประกาศจากตลาดหลักทรัพย์ครับ... ตระกูลเฉิน ถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมดและประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการ ณ วินาทีนี้ครับ”
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและร่วมเปย์ความสะใจไปกับชาเขียวแก้วร้ายนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี•ตอนที่ 7
ประมูลของเล่นราคาแพง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่เผลอใช้เงินฟาดหัวพระเอกจนได้ดิบได้ดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!